ข่าว

อ.จตุรงค์ เปิดเบื้องหลังเจรจา ทนายแก้ว-คู่กรณี 2 รอบไม่จบ ยันพ่อเด็กไม่มีการเรียกเงิน

อ.จตุรงค์ เปิดใจปมเจรจาลับทนายแก้วและพ่อเด็ก 18 ยันฝ่ายผู้เสียหายไม่ได้กรรโชกทรัพย์ เผยตัวเลข 5 ล้านเป็นข้อเสนอคนกลางเพื่อให้เรื่องจบ ยันไม่ปกป้องใคร แค่อยากให้จบ

กำลังเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่ทำเอาสังคมจับตามองอย่างไม่กระพริบตากับกรณีของ ทนายแก้ว กับสาววัย 18 ปี ที่ได้เคยรายงานไปก่อนหน้านี้ ล่าสุดทีมข่าวไทยรัฐได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์ อ.จตุรงค์ จงอาษา นักวิชาการอิสระด้านพระพุทธศาสนา ถึงกระแสข่าวร้อนนี้ หลังจาก หนุ่ม กรรชัย เล่ากลางรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ว่า รู้เรื่องนี้มาจาก เบ๊น อาปาเช่ และอ.จตุรงค์

อาจารย์จตุรงค์ เปิดใจถึงรายละเอียดเรื่องนี้กับทีมข่าวว่า “ตนเองรับทราบเรื่องภายหลังจากที่ ‘หนุ่ม กรรชัย’ ได้รับข้อมูลจาก ‘เบ๊น อาปาเช่’ เนื่องจากทนายความของพ่อเด็ก เป็นทนายความคนเดียวกับของตนเอง รวมถึงทนายของอาจารย์ตฤณห์ และทนายของเบ๊น อาปาเช่ ทำให้ตนเริ่มรับรู้ถึงประเด็นที่กำลังถูกพูดถึง

โดยในช่วงแรกตนได้โพสต์ข้อความลงในโซเชียลมีเดียส่วนตัว เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ก่อนจะลบออก เนื่องจากทนายแก้วโทรมาขอให้ลบและปฏิเสธว่าไม่ใช่เรื่องจริง ซึ่งตนก็เกรงว่าจะถูกดำเนินคดี อีกทั้งในขณะนั้นไม่มีใครให้ความช่วยเหลือ ทำให้รู้สึกถูกเพ่งเล็งและถูกโจมตีอยู่ฝ่ายเดียว”

อ.จตุรงค์ เปิดเบื้องหลังเจรจา ทนายแก้ว-คู่กรณี 2 รอบไม่จบ ยันพ่อเด็กไม่มีการเรียกเงิน-2
ภาพจาก : ไทยรัฐนิวส์โชว์

อ.จตุรงค์ กล่าวต่อว่า “ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม ซึ่งเป็นหนึ่งวันหลังจากที่คุณหนุ่ม กรรชัย รับทราบเรื่อง ตนต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก เพราะบุคคลที่เกี่ยวข้องล้วนเป็นนักกฎหมาย ขณะที่ตนไม่ใช่ทนาย ยอมรับว่ารู้สึกเครียดอย่างมากจนอยากร้องไห้

โดยคุณหนุ่มและคุณเบ๊น อาปาเช่ รับทราบเรื่องตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม พร้อมกัน และสำหรับโพสต์ที่เคยโพสต์นั้น ตนเองยืนยันว่าเป็นเพียงการภาวนาให้เรื่องดังกล่าวเป็นแค่ข่าวลือ และไม่ได้เอ่ยชื่อว่าทนายคนใด เพียงระบุว่าเป็นทนายชื่อดังระดับประเทศ ก่อนที่ทนายแก้วจะโทรศัพท์มาชี้แจงด้วยตนเองว่าไม่ได้กระทำตามที่ถูกกล่าวหา จึงมั่นใจว่าเรื่องที่ตนเองคาดคิดเอาไว้นั้นคงเป็นเรื่องจริง

อ.จตุรงค์ เปิดเบื้องหลังเจรจา ทนายแก้ว-คู่กรณี 2 รอบไม่จบ ยันพ่อเด็กไม่มีการเรียกเงิน-1
ภาพจาก : ไทยรัฐนิวส์โชว์

อีกทั้งตนเองในฐานะคนกลางในการเจรจา ระหว่างทนายแก้วและพ่อเด็กผู้เสียหาย เห็นว่าข้อมูลจากทั้งสองฝ่ายไม่ตรงกัน ซึ่งก็ตอนแรกมีคนกลางเข้ามาช่วยพูดคุยรอบแรก คือ คุณเเจ๊ส และคุณแจง ในช่วงก่อนปีใหม่ไม่รู้ว่าวันไหน แต่ทราบว่ามีการคุยกันแต่ไม่ลงตัว

ทำให้มีการเจรจาในรอบที่ 2 ซึ่งรอบนี้ แจสและแจง อยู่ต่างประเทศ ตนจึงต้องมีเป็นคนกลางในการพูดคุยเจรจาของทั้งสองฝ่ายที่ร้านกาแฟชื่อดัง เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 69 โดยในวันนั้นมีตน ทนายแก้ว พ่อเด็ก 18 และทนายความส่วนตัวของพ่อเด็ก ใช้เวลาพูดคุยกันนานกว่า 3 ชั่วโมง เริ่มนัดตั้งแต่ 17.30 จนถึง 20.30 น. ซึ่งตอนแรกดูเหมือนการเจรจาจะเป็นไปได้ด้วยดี แต่ท้ายที่สุดก็เกิดการโต้เถียงกันขึ้น ก่อนจะแยกย้าย และทำให้การเจรจาในรอบ 2 ก็ไม่ลงตัวเช่นเดิม”

สำหรับกรณีการเรียกค่าเสียหายจากทางฝั่งพ่อของเด็ก 18 นั้น อ.จตุรงค์ ยืนยันว่า “ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะการเจรจามีคนกลางทั้งหมด 2 ชุด ส่วนตัวเลข 5,000,000 – 10,000,000 บาท ที่ถูกเผยแพร่ในเพจดัง ไม่ใช่จำนวนเงินที่ครอบครัวเด็กเรียกร้อง แต่เป็นตัวเลขที่คุณแจงในฐานะคนกลางในรอบแรก เปรยพูดคุยกันในวงเจรจาเท่านั้น เพื่อเสนอไปยังทนายแก้วว่า “หากจ่ายในช่วงดังกล่าว เรื่องจะได้ยุติ แยกย้ายกันไปเพราะต่างฝ่ายต่างไม่มีหลักฐานมาโต้แย้งกันตามข้อกฎหมาย เท่านั้น ขณะที่ข้อเสนอจากฝั่งทนายแก้วอยู่ที่ 2,500,000 บาท”

อาจารย์จตุรงค์ บอกอีกว่า “สิ่งที่พ่อของเด็กกระทำลงไป เกิดจากทั้งความรักและความแค้น เนื่องจากพ่อเด็กรักและศรัทธาทนายแก้วอย่างมาก ถึงขั้นทำทุกอย่างให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ทั้งตัดชุดสูทฟรีหลายตัว จำนวนหลายครั้ง สนับสนุนสูท และเสื้อผ้าอื่นๆ อีกหลายอย่างโดยไม่คิดตังค์แม้แต่บาทเดียว เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นจึงสร้างความเครียดอย่างหนักให้กับทนายแก้ว”

สำหรับข้อตกลงในการเจรจาครั้งล่าสุด นายจตุรงค์ ระบุว่า “มีเงื่อนไขคือ ทนายแก้วต้องงดออกสื่อโทรทัศน์ ขณะเดียวกันต้องหาเงินมาชดเชย ซึ่งตนมองว่าเป็นกระบวนการกดดันทนายแก้ว อีกทั้งก่อนครบ 72 ชั่วโมงที่จะเกิดกระแสข่าวดราม่า ตนเองได้โทรศัพท์พูดคุยกับทนายแก้ว และตั้งคำถามว่าหากสามารถหาเงินมาได้ 5,000,000 บาท พ่อของเด็กจะยอมรับหรือไม่

เพราะพ่อของเด็กไม่ใช่คนจน เป็นคนมีฐานะ แต่เพียงต้องการทำให้ทนายแก้วถอนเงินในบัญชีตัวเอง หรือไปยืมเงินจากผู้อื่น เพื่อเป็นการกดดันทางจิตใจ ขณะเดียวกันช่วงที่ทนายแก้วยังปรากฏตัวในรายการต่าง ๆ เช่น เทปรายการโหนกระแสที่บันทึกไว้ล่วงหน้า หรือรายการสื่อออนไลน์บางแห่ง ก็ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของเด็ก จนเกิดภาวะซึมเศร้าเช่นกัน”

นายจตุรงค์ เปิดเผยว่า “ตนได้โทรศัพท์ไปหาคุณหนุ่ม กรรชัย เพื่อแจ้งว่า หากต้องการให้การเจรจาจบลง ขอให้ทนายแก้วงดออกอากาศในรายการโหนกระแส เพื่อไม่ให้พ่อของเด็กรู้สึกแย่ไปมากกว่านี้ พร้อมยืนยันว่ากระบวนการทั้งหมดเป็นการเจรจาโดยความยินยอมของทุกฝ่าย ไม่ใช่การตรวจสอบ”

ในมุมของการต่อสู้คดี นายจตุรงค์ ระบุว่า “หากตัดประเด็นเด็กหรือ ทนาย สถานะผู้ต้องหาออกไป กลยุทธ์ทางกฎหมายทั้งทนายแก้ว และทนายของพ่อเด็ก ย่อมแตกต่างกัน โดยจากการพูดคุย ทนายแก้วมีแนวทางต่อสู้ในประเด็น “อายุของเด็ก” ประเด็น “อายุความ และการยินยอม” ซึ่งเป็นสิ่งที่ทนายฝ่ายพ่อเด็กต้องเตรียมรับมือให้ได้”

นอกจากนั้น อ.จตุรงค์ ยังได้ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า “ทนายแก้วยังเป็นผู้ใหญ่ในสภาทนายความก็คงรู้สึกเครียดกับสิ่งที่เกิดขึ้น รวมถึงลูกความของทนายแก้ว ที่อาจเกิดความกังวล เนื่องจากข้อเท็จจริงหลายประเด็นจากทั้งสองฝ่ายไม่ตรงกัน ขณะนี้คดีขาดหลักฐานสำคัญ หากจำแนกฝั่งของพ่อเด็ก แชตดันถูกลบไม่มั่นใจว่ามีหลักฐานตัวนี้มาชี้ชัดหรือไม่

ขณะเดียวกันฝั่งของทนายแก้ว นั่งรถหรูกล้องวงจรปิดในรถก็ต้องมีเช่นเดียวกัน เพื่อมายืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง แต่ถึงขณะนี้ยังไม่ได้เห็นรายละเอียดชัดเจนจากทั้ง 2 ฝ่าย

ทำให้เหลือเพียงคำพูดของทั้งสองฝ่ายซึ่งขัดแย้งกัน หากมีหลักฐานชัดเจน เชื่อว่าทุกอย่างจะคลี่คลายได้ และสุดท้ายเรื่องราวทั้งหมดก็จะไปจบที่ศาล”

สุดท้าย อ.จตุรงค์ ยืนยันว่า “ตนไม่ได้ปกป้องทนายแก้ว เพียงต้องการให้ทุกฝ่ายยุติความขัดแย้งโดยไม่ให้เกิดความเสียหายลุกลามไปถึงครอบครัว ร้านค้า หรือภาพลักษณ์ของผู้เสียหาย”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ้างอิงจาก : ไทยรัฐนิวส์โชว์

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

GIFT T.

Rewriter สาวจากรั้วสวนดุสิต เก็บเกี่ยวประสบการณ์งานข่าวมากว่า 5 ปี ชื่นชอบการส่งต่อเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์ หวย และข่าวบันเทิง พร้อมเปิดมุมมองใหม่ ๆ ให้นักอ่านได้เห็นประเด็นรอบด้านมากยิ่งขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button