เตือนภัยประตูน้ำ! สาวยืนรอรถหน้าห้างดัง ถูกชายคลั่งวิ่งทุบหลังเจ็บหนัก ตร.เผยทำได้แค่ปรับ 500 แล้วปล่อย
เหยื่อแฉนาทีระทึกหน้าตึก Grand Diamond-Platinum โชคดีแท็กซี่ช่วยทัน ชาวบ้านเผยคนร้ายสติไม่ดี เคยต่อยนักท่องเที่ยวมาแล้ว จวกกฎหมายอ่อนทำคนธรรมดาเสี่ยงชีวิต
เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 69 เพจเฟซบุ๊ก Drama-addict ได้ออกมาโพสต์เตือนภัยสังคม โดยแชร์เรื่องราวจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Suchawadee Thongyoo ที่ประสบเหตุระทึกขวัญกลางกรุง ถูกคนแปลกหน้าเข้าทำร้ายร่างกายโดยไม่มีสาเหตุ
เหตุเกิดขณะรอรถ วิ่งเข้ามาหวดเต็มหลัง
ผู้เสียหายเล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นบริเวณ ป้ายรอรถประจำทางหน้าตึก Grand Diamond Suites Hotel (ข้างตึก Platinum) ขณะกำลังยืนรอ GrabBike จู่ๆ ก็มีชายคนหนึ่งวิ่งพุ่งเข้ามาทำร้ายร่างกายจากด้านหลังอย่างแรง จนรู้สึกเจ็บมากแต่โชคดีที่ยังพอยืนไหว
ในจังหวะนั้น พี่แท็กซี่คันสีชมพู ที่ขับผ่านมาเห็นเหตุการณ์พอดี ได้เปิดกระจกตะโกนใส่ผู้ก่อเหตุว่า “มึงไปทำเค้าทำไม” ทำให้ชายคนดังกล่าวมีอาการลกๆ และผู้เสียหายอาศัยจังหวะนั้นรีบขึ้นรถ GrabBike ที่มาถึงพอดีหลบหนีออกมาได้

จากการสอบถามคนในละแวกนั้น ผู้เสียหายได้รับคำตอบที่น่าตกใจว่า ชายคนดังกล่าวมีอาการทางจิตไม่ปกติและ ก่อเหตุแบบนี้เป็นประจำ
- เคยไล่ต่อยนักท่องเที่ยวต่างชาติ
- บางครั้งนอนดิ้นโวยวายกับพื้น
- ไม่มีญาติพี่น้องดูแล และยังคงวนเวียนอยู่ในพื้นที่

เมื่อผู้เสียหายเดินทางไปแจ้งความที่ สน.พญาไท ได้รับคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำให้ตั้งคำถามกับสังคมว่า จุดเกิดเหตุบางมุมไม่มีกล้อง เพราะมีการตัดระบบเพื่อก่อสร้างรถไฟฟ้า
ตำรวจระบุว่าหากจับตัวได้ โทษสูงสุดคือ ปรับ 500 บาท หรือถ้าไม่มีเงินจ่าย ก็แค่ นอนคุก 1 คืน เพื่อแลกค่าปรับ แล้วก็ถูกปล่อยตัวออกมาใช้ชีวิตตามปกติ

ผู้เสียหายได้ทิ้งท้ายด้วยความอัดอั้นใจว่า ทำไมคนธรรมดาต้องมาเสี่ยงชีวิตกับเหตุการณ์แบบนี้ หากในมือคนร้ายไม่ใช่แค่กำปั้น แต่เป็น มีดหรือเหล็ก ผลลัพธ์อาจไม่ใช่แค่เจ็บหลัง “ต้องรอให้เกิดเหตุซ้ำแล้วซ้ำเล่า ต้องมีเหยื่ออีกกี่คน ถึงจะเริ่มแก้ปัญหานี้ วันนี้โชคดีที่เรายังรอด แต่ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะไม่โชคดีแบบเรา”
อ่านข่าวอื่น ๆ เพิ่มเติม
- แก๊งเด็กนรก 9-15 ปี ราดน้ำมันเผาลุงเร่ร่อนขณะหลับ หวังถ่ายคลิปทำคอนเทนต์
- ตำรวจญี่ปุ่น รวบคนร้ายใช้ AI ทำภาพโป๊ดาราขาย รายได้ 11 ล้าน
ข้อมูล/ภาพ : Drama-addict, Suchawadee Thongyoo
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



