งานวิจัยใหม่เผยเรื่องสุดช็อก “ดวงจันทร์” แอบดูดชั้นบรรยากาศโลก ปูทางสร้างอาณานิคมนอกโลก

เรียกว่าเทความเชื่อเก่าทิ้งทั้งหมด เมื่อมีงานวิจัยล่าสุดออกมาว่า พบสารประกอบในชั้นบรรยากาศโลก ไปสะสมอยู่ในดินของ “ดวงจันทร์” และนี่อาจเป็นก้าวแรกสู่การสร้างอาณานิคมนอกโลก
นักดาราศาสตร์ได้ค้นพบความเชื่อมโยงที่น่าทึ่งระหว่างโลกและดวงจันทร์ โดยระบุว่าอนุภาคจากชั้นบรรยากาศโลกถูก “ลมสุริยะ” พัดพาไปตกลงบนพื้นผิวดวงจันทร์และผสมรวมเข้ากับดินดวงจันทร์มาอย่างยาวนาน ซึ่งช่วยไขปริศนาที่ค้างคามานานกว่าครึ่งศตวรรษนับตั้งแต่ยุคภารกิจอพอลโล
เดิมทีนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสนามแม่เหล็กโลกทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันที่กั้นไม่ให้อนุภาคในชั้นบรรยากาศหลุดออกไปสู่อวกาศ แต่ผลการจำลองด้วยคอมพิวเตอร์ล่าสุดกลับชี้ให้เห็นสิ่งที่ตรงกันข้าม
ในช่วงที่ดวงจันทร์โคจรมาอยู่ในตำแหน่ง “จันทร์เต็มดวง” มันจะเคลื่อนที่ผ่านบริเวณที่เรียกว่า “ส่วนหางของแม่เหล็กโลก” (Magnetotail) ซึ่งทำหน้าที่เป็นเหมือนท่อส่งอนุภาคจากชั้นบรรยากาศโลกตรงไปยังดวงจันทร์
ศาสตราจารย์เอริก แบล็กแมน ระบุว่าโลกได้ส่งก๊าซระเหยง่ายอย่างออกซิเจนและไนโตรเจนไปสะสมบนดวงจันทร์ตลอดเวลา แม้กระทั่งหลังจากที่โลกเริ่มมีสนามแม่เหล็กเมื่อ 3.7 พันล้านปีก่อน

การค้นพบนี้ไม่ได้มีความสำคัญเพียงแค่ทางทฤษฎี แต่ยังมีผลโดยตรงต่อโครงการสำรวจอวกาศในอนาคต เพราะหากเราสามารถสกัดออกซิเจนและไนโตรเจนจากดินดวงจันทร์มาทำเป็นเชื้อเพลิงหรืออากาศสำหรับหายใจได้ การสร้างอาณานิคมบนดวงจันทร์ที่พึ่งพาตนเองได้ (Self-sustaining) ก็จะมีความเป็นไปได้มากขึ้น
นอกจากนี้ ดินบนดวงจันทร์ทำหน้าที่เหมือน “สมุดบันทึกทางเคมี” ที่เก็บรักษาข้อมูลเกี่ยวกับชั้นบรรยากาศโลกในยุคโบราณ ซึ่งเชื่อมโยงกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตในแต่ละช่วงเวลา
ทีมวิจัยได้นำข้อมูลจากการจำลองไปเปรียบเทียบกับตัวอย่างดินดวงจันทร์จริงจากภารกิจอพอลโล 14 และ 17 เพื่อยืนยันความแม่นยำ นอกจากนี้ ข้อมูลใหม่จากยานฉางเอ๋อ-5 และ ฉางเอ๋อ-6 ของจีนที่เพิ่งนำตัวอย่างดินกลับมาในปี 2024 ก็จะเป็นกุญแจสำคัญในการตรวจสอบการแลกเปลี่ยนวัตถุระหว่างโลกและดวงจันทร์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ศาสตราจารย์ เคนทาโร เทราดะ จากมหาวิทยาลัยโอซาก้า ที่เคยศึกษาเรื่องการเดินทางของออกซิเจนไปยังดวงจันทร์ในปี 2017 แสดงความตื่นเต้นกับงานวิจัยนี้ โดยระบุว่ามันแสดงให้เห็นว่าโลกและดวงจันทร์ไม่ได้เพียงแค่โคจรคู่กันไปทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังมีการ “แลกเปลี่ยนเนื้อสาร” ต่อกันและกันอย่างลึกซึ้งอีกด้วยครับ
อ้างอิง : CNN
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





