รศ.ตรีเนตร ซัดแรง ปมเครนถล่มทับรถไฟ ชี้ รัฐเอาชีวิตคนเซ่นต้นทุนความเจริญ
รศ.ตรีเนตร สาระพงษ์ โพสต์วิจารณ์เหตุเครนถล่มที่โคราช ชี้ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุแต่เป็นความล้มเหลวเชิงโครงสร้าง ระบุรัฐบริหารความเสี่ยงโดยเอาโครงการนำหน้าชีวิตคน ประชาชนต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์แทนความปลอดภัยสาธารณะ
เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 รศ.ตรีเนตร สาระพงษ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและพัฒนานักศึกษา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความคิดเห็นต่อกรณีโศกนาฏกรรมเครนก่อสร้างในโครงการรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟโดยสารที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา โดยระบุว่าเป็นเหตุการณ์ที่สะท้อนความล้มเหลวของระบบโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการภาครัฐอย่างรุนแรง
โพสต์ของ รศ.ตรีเนตร สาระพงษ์
“เครนก่อสร้างหล่นทับรถไฟที่นครราชสีมา ไม่ใช่แค่เหล็กที่ร่วงลงมา แต่มันคือความจริงทั้งระบบที่ถล่มใส่ประชาชนพร้อมกัน
ในประเทศห่…นี้ ความเสี่ยงไม่เคยตกอยู่บนโครงสร้างหรือกลไกของภาครัฐอย่างแท้จริง ผลมันจึงตกอยู่บนร่างกายของคนธรรมดาตลอดมา
รัฐและระบบเลือกให้การก่อสร้างเดินหน้าควบคู่กับชีวิตคน โดยไม่มีหลักประกันว่าความปลอดภัยจะมาก่อนความเร็ว
ทุกครั้งที่เกิดเหตุแบบนี้ เรามักได้ยินคำว่า “อุบัติเหตุ” เพราะคำนั้นไม่ต้องมีผู้รับผิด ไม่ต้องมีการเมือง และไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างใด ๆ “อุบัติเหตุคือคำที่ใช้ล้างมือให้ระบบ”

นี่ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่นี่คือการจงใจ!! เมื่อละเลยมัน ความจงใจจึงเริ่มตั้งแต่นาทีแรกที่เริ่มโครงการ เครนไม่ควรหล่น รถไฟไม่ควรวิ่งใต้พื้นที่เสี่ยง และชีวิตก็ไม่ควรถูกเอาไปวางเดิมพันกับตารางงานก่อสร้างที่ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรสักอย่าง
แต่ในประเทศนี้ การบริหารความเสี่ยงมักเริ่มจากคำถามว่า “จะหยุดงานแล้วกระทบโครงการหรือไม่” ไม่ใช่ถามว่า “ถ้าไม่หยุด ใครจะตาย”
“รัฐที่กล้าพัฒนา แต่ไม่กล้ารับผิดชอบ คือรัฐที่เอาชีวิตประชาชนเป็นต้นทุน” เราดัดจริตพูดเรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้วยภาษาความเจริญ แต่จัดการมันด้วยวิธีคิดแบบลดต้นทุนของประเทศด้อยพัฒนา
จากตึก สตง. ถล่ม ถึงเครนล้มทับขบวนรถไฟ ล้วนแล้วแต่ซุกซ่อนระบบอุปถัมภ์ ที่ทำให้มาตรฐานความปลอดภัยกลายเป็นเพียงเอกสารประกอบสัญญา สะท้อนความเป็นรัฐที่ปล่อยให้ชีวิตประชาชนดำรงชีวิตขึ้นอยู่กับเวรกรรมที่ทำมา แทนที่จะเป็นความปลอดภัยที่ก่อร่างสร้างโดยรัฐ
เราพูดเรื่องความมั่นคง แต่ไม่เคยรวมความมั่นคงในชีวิตของคนที่อยู่ภายใต้กลไกของรัฐในโครงสร้างแบบเดิมๆ แน่นอนว่าเมื่อเครนหล่นทับรถไฟ สิ่งที่พังไม่ใช่แค่ขบวน แต่คือความเชื่อขั้นต่ำสุดว่า… พื้นที่สาธารณะควรปลอดภัยโดยไม่ต้องภาวนา ร้องขอ หรืออ้อนวอน
“ประชาชนไม่ควรต้องเอาความตายเป็นหลักฐาน เพื่อพิสูจน์ว่านโยบายหรือการดำเนินงานผิดพลาด” ซึ่งเป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหมือนผู้รับผิดชอบไม่เคยรู้สึกรู้สาอะไรจากบทเรียนในอดีต
และตราบใดที่ความตายยังถูกอธิบายว่าเป็นเหตุสุดวิสัย ไม่ใช่ผลของการตัดสินใจเชิงโครงสร้าง ประเทศนี้ก็จะยังเป็นที่ที่ ไม่ปลอดภัยสำหรับประชาชนคนทั่วไป
“รัฐที่อ้างความเจริญ แต่ไม่สามารถรับประกันชีวิต คือรัฐที่ล้มเหลวในความชอบธรรม” อยู่กันตามเวรตามกรรม (ตามมีตามเกิด) ต่อไปพวกเรา…. #ขอแสดงความเสียใจต่อผู้จากไปอย่างสุดซึ้ง
รองศาสตราจารย์ตรีเนตร สาระพงษ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี”

ข้อมูลจาก
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





