ข่าวต่างประเทศ

“ทรัมป์” โชว์ท่าเย้ย นักยกน้ำหนักข้ามเพศ แซะ “อิมาน เคลิฟ” นักมวยโอลิมปิก ไม่ใช่หญิงแท้

“โดนัลด์ ทรัมป์” โชว์ท่าล้อเลียนนักยกน้ำหนักข้ามเพศ แซะ “อิมาน เคลิฟ” กลางเวที ภริยาติงหนักแต่ไม่ฟัง ชาวเน็ตซัดแรงน่าอับอายขายหน้า

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ สร้างประเด็นร้อนในโลกออนไลน์อีกครั้ง ระหว่างกล่าวในงานสัมมนาพรรครีพับลิกัน โดยทำท่าทางล้อเลียนนักกีฬายกน้ำหนักข้ามเพศ อย่าง ลอเรล ฮับบาร์ด นักยกน้ำหนักข้ามเพศชาวนิวซีแลนด์ ซึ่งเคยเข้าร่วมแข่งยกน้ำหนักในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2020 ที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ด้วยการแกล้งทำเป็นผู้หญิงที่พยายามยกน้ำหนักอย่างยากลำบากก่อนจะทิ้งบาร์เบลแล้วร้องไห้ สลับกับการทำท่าเป็นนักกีฬาชายที่เดินเข้ามายกน้ำหนักได้อย่างง่ายดาย ซึ่งเรียกเสียงหัวเราะจากผู้ร่วมงาน แต่กลับสร้างความไม่พอใจให้กับผู้คนจำนวนมากในโซเชียลมีเดีย

ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เมลาเนีย ทรัมป์ รู้สึกไม่ชอบใจกับการกระทำดังกล่าว โดยเคยตำหนิว่าท่าทางเหล่านี้ดูแย่มากและเปรียบเปรยถึงอดีตประธานาธิบดี แฟรงคลิน ดี. รูสเวลต์ ว่าคงไม่ทำเรื่องแบบนี้แน่นอน แต่ถึงแม้ภรรยาจะห้ามปราม ทรัมป์ก็ยังยืนยันที่จะแสดงท่าทางล้อเลียนนี้ต่อไปต่อหน้าสมาชิกพรรคและผู้สนับสนุน โดยอ้างว่าเป็นเรื่องตลกขบขัน

โดนัลด์ ทรัมป์ ทำท่าทางล้อเลียนการยกน้ำหนักบนเวทีปราศรัยพรรครีพับลิกัน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวปราศรัยต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครีพับลิกันระหว่างการประชุมเชิงนโยบายประจำปี เมื่อวันอังคารที่ 6 มกราคม 2026 ที่กรุงวอชิงตัน (ภาพถ่ายโดย AP/Evan Vucci)

เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์แตกเป็นสองฝ่าย ชาวเน็ตบางส่วนมองว่าพฤติกรรมของประธานาธิบดีเป็นเรื่องน่าอับอายและควรเอาเวลาไปใส่ใจปัญหาบ้านเมืองมากกว่า ในขณะที่ฝ่ายสนับสนุนอย่าง ไรลีย์ เกนส์ อดีตนักว่ายน้ำรณรงค์ต่อต้านนักกีฬาข้ามเพศ กลับชื่นชมและแชร์คลิปดังกล่าว พร้อมระบุว่าตัดสินใจถูกแล้วที่เลือกทรัมป์เป็นผู้นำ เพราะชื่นชอบในความกล้าแสดงออกที่ไม่เหมือนใคร

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวอ้างพาดพิงถึงนักมวยเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกอย่าง อิมาน เคลิฟ และ หลิน ยู่ติง ว่าเป็นคนข้ามเพศ ทั้งที่ข้อเท็จจริงระบุว่าทั้งคู่เป็นเพศหญิงโดยกำเนิด ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทรัมป์แสดงทัศนคติล้อเลียนกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่พยายามจำกัดสิทธิคนข้ามเพศในหลายด้าน ทั้งการห้ามรับราชการทหารและการระบุเพศในหนังสือเดินทาง

ข้อมูลจากองค์กร GLAAD ระบุว่าสถานการณ์การต่อต้านกลุ่ม LGBTQ+ ในสหรัฐฯ กำลังทวีความรุนแรงขึ้น โดยพบว่ามีเหตุการณ์มุ่งเป้าโจมตีคนข้ามเพศเพิ่มสูงขึ้นถึง 14 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งทางสังคมที่ยังคงคุกรุ่นภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลชุดปัจจุบัน และวาทกรรมของผู้นำประเทศที่อาจส่งผลต่อความแตกแยกนี้

ที่มา: INDEPENDENT

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Suriyen J.

นักเขียนบทความข่าว จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สาขาปรัชญาและศาสนา มีประสบการณ์กับสำนักข่าวระดับประเทศ ชื่นชอบด้านสังคม การเมือง ต่างประเทศ ทำให้สามารถสร้างคุณค่าผ่านงานเขียน เพื่อให้ผู้อ่านได้ประโยชน์ครบทุกมิติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button