กล้าสาบาน วิสุทธิ์ ไชยณรุณ หลุดคลิปเสียงผู้หญิง ติดคุกแทน ยันดิสเครดิต

ายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และประธานวิปรัฐบาล ได้เดินทางมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมให้สัมภาษณ์เปิดใจถึงกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปเสียงบทสนทนาระหว่างชายหญิง ซึ่งมีพาดพิงเชื่อมโยงมาถึงตนจนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม
ยนายวิสุทธิ์ ชี้แจงข้อเท็จจริง ยอมรับว่า ตนรู้จักกับผู้หญิงในคลิปเสียงจริง แต่ยืนยันเสียงแข็งว่า ข้อกล่าวหาเรื่องการทิ้งขวางหรือสั่งให้ติดคุกแทนไม่เป็นความจริง “ไม่ได้ทำแบบที่เขาพูด และไม่ได้เป็นแบบที่เขากล่าวหา” พร้อมระบุว่าตนไม่ใช่คนที่มีพฤติกรรมเช่นนั้น เชื่อว่าสื่อมวลชนรวมถึงประชาชนในพื้นที่ที่รู้จักตนดี จะทราบว่าเป็นคนทำงานตรงไปตรงมา
“มีคนโทรมาหาจริงๆ ผมไม่อยากเอ่ยชื่อถึงใคร ไม่อยากให้ใครเดือดร้อน… ผมเลือกที่จะไม่ตอบโต้ แต่ขอออกมาชี้แจงและยืนยันว่าผมบริสุทธิ์ 100%” นายวิสุทธิ์กล่าว
เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ นายวิสุทธิ์ได้กล่าวคำสาบานต่อหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร ด้วยถ้อยคำที่เด็ดขาดว่า “ถ้าเป็นไปอย่างที่เขาพูด หรือแม้แต่ผมจะคิดจะไปเอาเงินใคร ไปหาผลประโยชน์ทางการเมือง ขอให้ชีวิตผมวิบัติ ตกต่ำ ไม่เจริญก้าวหน้า เดินทางไหนก็มีแต่อุปสรรค แต่ถ้าผมคิดดี ทำดี ขอให้ศาลเจ้าแห่งนี้ให้ความยุติธรรมกับผม ขอให้ชีวิตผมรุ่งเรือง เจริญก้าวหน้า”
นายวิสุทธิ์ ตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์ดิสเครดิสมักเกิดขึ้นในช่วงที่มีการเลือกตั้ง เหมือนเมื่อสิบกว่าปีก่อนที่เคยโดนโจมตีในลักษณะคล้ายกัน อย่างไรก็ตาม ตนพร้อมที่จะพิสูจน์ความจริงในกระบวนการยุติธรรม โดยได้เดินทางไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว
นายวิสุทธิ์ ยืนยันว่าไม่ฟ้องกลับ ให้เหตุผลว่าตลอดชีวิตการเป็นนักการเมือง ตนถูกฟ้องร้องมาตลอดแต่ไม่เคยฟ้องใครกลับ แม้จะได้เปรียบก็ตาม เพราะถือว่าเป็นผู้แทนราษฎร การถูกโจมตีเป็นเรื่องปกติที่ต้องชี้แจงด้วยความจริง ไม่ใช่การใส่ร้ายคืน
สำหรับประวัติ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ นายวิสุทธิ์ เกิดเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2501 ที่ตำบลแม่ต่ำ อำเภอพะเยา (ขณะนั้นยังขึ้นกับจังหวัดเชียงราย) เติบโตมาในพื้นที่ที่เปลี่ยนผ่านจากเกษตรกรรมยังชีพสู่เชิงพาณิชย์ พื้นฐานชีวิตจึงผูกพันกับปัญหาปากท้องเกษตรกร
เขาเข้าศึกษาที่ สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ (มหาวิทยาลัยแม่โจ้) สาขาสัตวศาสตร์ หล่อหลอมบุคลิก “นักเลง ใจถึง พึ่งได้” และความอดทนสู้งานตามแบบฉบับลูกแม่โจ้ ทำให้เขามีเครือข่ายศิษย์เก่าและเกษตรกรที่เหนียวแน่น เป็นฐานคะแนนสำคัญในเวลาต่อมา นอกจากนี้ ยังได้รับปริญญากิตติมศักดิ์ระดับดุษฎีบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ตอกย้ำภาพลักษณ์ “ปราชญ์เกษตร”
วิสุทธิ์เข้าสู่สนามการเมืองระดับชาติในปี 2544 สังกัด พรรคไทยรักไทย ลงสมัคร ส.ส. พะเยา เขต 2 และชนะเลือกตั้งถล่มทลายด้วยกระแสทักษิณและบุคลิกเข้าถึงง่าย เขาผ่านวิกฤตยุบพรรคและการรัฐประหารหลายครั้ง โดยยังคงรักษาที่นั่ง ส.ส. ไว้ได้ภายใต้เสื้อพรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย
บทบาทที่สร้างชื่อให้เขามากที่สุด คือการดำรงตำแหน่ง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร (2554-2556) ในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่ามกลางความขัดแย้งรุนแรง วิสุทธิ์ทำหน้าที่ “กรรมการห้ามมวย” ได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยความเด็ดขาดแต่สุภาพและมีอารมณ์ขัน จนสื่อมวลชนรัฐสภายกย่องให้เป็น “ดาวเด่นแห่งปี 2555” เนื่องจากได้รับคำชมจากทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล
ในการเลือกตั้งปี 2562 วิสุทธิ์โชว์ฟอร์มแกร่ง เอาชนะคู่แข่งจากพรรคพลังประชารัฐในพื้นที่พะเยาได้สำเร็จ แม้ต้องเจอกับกระแสดูดอย่างหนัก ก่อนที่จะปรับยุทธศาสตร์ในปี 2566 ขยับขึ้นปาร์ตี้ลิสต์ลำดับที่ 96 เปิดทางให้กลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ครองพื้นที่เขต แต่ก็ทำให้วิสุทธิ์ก้าวขึ้นมาเป็นแกนนำระดับชาติเต็มตัว
วิสุทธิ์ได้รับความไว้วางใจให้เป็น ประธานวิปรัฐบาล เมื่อกุมภาพันธ์ 2567 ทำหน้าที่ประสานประโยชน์พรรคร่วมรัฐบาลที่มีความหลากหลาย ผลงานชิ้นโบแดงคือการผลักดัน กฎหมายสมรสเท่าเทียม จนสำเร็จ รวมถึงกฎหมายปฏิรูปอีก 4 ฉบับ และการบริหารความขัดแย้งเรื่องรายงานนิรโทษกรรมในพรรคร่วมฯ
จากการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินพบว่า วิสุทธิ์มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด จากประมาณ 8 ล้านบาทในปี 2554 พุ่งสูงถึงกว่า 97.9 ล้านบาท ในปี 2566 โดยไม่มีหนี้สิน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอำเภอจุน
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เพื่อน “ครูบี๋” ขู่ชาวเน็ต แนะ ตั้งทีมกฎหมาย ไล่ฟ้องคนแชร์ดราม่า หาเงินใช้หนี้
- เปิดเนื้อหา “ทนายบิ๊กโจ๊ก” แจ้งม.157 เอาผิด “บิ๊กเต่า” และทีมสอบสวน 2 ชุด
- เปิดสภาพ “ทนายตั้ม” ป่วยซูบผอม-พึ่งยากล่อมประสาท ผู้คุมจับได้ซุกเอกสารในกกน.
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





