3 นิสัย ‘ฆ่า’ ลูกอัณฑะ ที่ผู้ชายไทยชอบทำ

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญออกโรงเตือน 3 นิสัย ที่เป็นเหมือน “ฆ่า” ลูกอัณฑะ ไปอย่างช้าๆ ชายไทยควรระวัง เพราะหลายคนชอบทำจนเป็นปกติ
นายแพทย์ Tran Quoc Khanh ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาล Bach Mai ในเวียดนาม เตือนว่า การยืนนานเกินไป ใส่กางเกงรัดรูป หรือ ออกกำลังกายหนักเกินไป ล้วนเป็น 3 พฤติกรรมที่ทำร้ายลูกอัณฑะ โดยที่ผู้ชายมากถึง 80% อาจกำลังทำอยู่โดยไม่รู้ตัว
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาวะหลอดเลือดดำขอดในลูกอัณฑะ ที่เป็นภัยเงียบที่ค่อยๆ พรากความสามารถในการมีบุตรจากผู้ชายจำนวนมาก หลายคนอาจไม่ทราบว่าแค่ “ขดเลือด” ที่ดูเหมือนหนอนบริเวณใต้ถุงอัณฑะ สามารถทำให้ลูกอัณฑะฝ่อและสเปิร์มเสื่อมสภาพในเวลาเพียง 2 ปีเท่านั้น ฉะนั้นอย่าละเลยอาการปวดหรือหนักบริเวณถุงอัณฑะและขาหนีบ เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะมีบุตรยากที่ตรวจพบช้าเนื่องจากถูกมองข้าม
ภาวะหลอดเลือดดำในลูกอัณฑะ เกิดจาความปกติหรือความอ่อนแอในโครงสร้างของระบบหลอดเลือดในบริเวณถุงอัณฑะ โดยสาเหตุของโรคนี้เกิดจาก 4 ปัจจัยนี้
ความผิดปกติทางการวิภาค
- หลอดเลือดดำอัณฑะด้านซ้ายมักจะยาวกว่าและไหลลงสู่หลอดเลือดดำไตด้านซ้ายในมุมฉาก ซึ่งสร้างสภาวะให้เลือดคั่ง นำไปสู่การขยายตัวของหลอดเลือด ในขณะที่หลอดเลือดดำด้านขวาไหลลงสู่หลอดเลือดดำใหญ่ล่างด้วยมุมแหลม จึงพบน้อยกว่า
ภาวะลิ้นหลอดเลือดดำเสื่อม
- ลิ้นในหลอดเลือดมีหน้าที่ป้องกันไม่ให้เลือดไหลย้อนกลับ เมื่อลิ้นอ่อนแอหรือไม่มีลิ้น เลือดจะไหลย้อนกลับอย่างต่อเนื่อง ทำให้แรงดันเพิ่มขึ้น ส่งผลให้หลอดเลือดดำขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ
การกดทับ
- หลอดเลือดดำไตด้านซ้ายอาจถูกบีบอัดระหว่างหลอดเลือดแดงใหญ่และหลอดเลือดแดงเยื่อแขวนลำไส้ ทำให้เกิดการคั่งของเลือดเป็นเวลานาน สภาวะนี้มักพบในผู้ใหญ่หรือผู้ที่มีเนื้องอกในช่องท้อง
ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ
- การยืนเป็นเวลานาน การออกกำลังกายอย่างหนัก พฤติกรรมการสวมกางเกงรัดรูป หรือประวัติครอบครัว ก็เพิ่มโอกาสในการเกิดโรคได้เช่นกัน
ภาวะหลอดเลือดดำขอดในอัณฑะมักจะดำเนินไปอย่างเงียบ ๆ อาการทางคลินิกมักไม่จำเพาะ ผู้ป่วยสามารถสังเกตสัญญาณของโรคผ่านอาการต่อไปนี้
- รู้สึกหนัก หน่วง หรือปวดหน่วง ๆ บริเวณถุงอัณฑะ โดยอาการจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อยืนเป็นเวลานาน ออกกำลังกายอย่างหนัก หรือในช่วงท้ายของวัน และอาการจะลดลงเมื่อพักผ่อน
- คลำเจอก้อนหลอดเลือดดำที่ขดไปมาเหมือน “ขดหนอน” ใต้ผิวหนังของถุงอัณฑะ
- อาจมองเห็นหลอดเลือดโป่งชัดเจนในระยะรุนแรง (ระดับ 3)
- อาการอื่น ๆ ที่อาจพบร่วมด้วย เช่น อัณฑะฝ่อเล็กลง หรือมีบุตรยาก แม้ว่าคู่สามีภรรยาจะไม่ได้คุมกำเนิดมาอย่างน้อย 1 ปี
และเพื่อตรวจหาภาวะหลอดเลือดดำในอัณฑะขอดตั้งแต่เนิ่นๆ ควรทำดังนี้
การตรวจทางคลิกนิก
- ขั้นแรก แพทย์จะตรวจร่างกาย โดยให้ผู้ป่วยยืนตัวตรง สูดหายใจเข้าลึกๆ และเบ่ง (Valsalva maneuver) เพื่อสังเกตการเปลี่ยนแปลงขนาดของหลอดเลือดดำ
การตรวจวินิจฉัยทางรังสี
- อัลตราซาวด์ Doppler สี : เทคนิคนี้ช่วยประเมินการไหลเวียนของเลือดได้อย่างแม่นยำ ตรวจหาการไหลย้อนกลับ และวัดเส้นผ่านศูนย์กลางของหลอดเลือดดำ โดยทั่วไป หลอดเลือดดำที่มีขนาดขยายใหญ่กว่า 3 มิลลิเมตรหลังจากการทำ Valsalva maneuver จะถือว่าผิดปกติ
- การถ่ายภาพหลอดเลือด : ใช้ในกรณีที่สงสัยว่ามีภาวะหลอดเลือดดำขอดที่ซับซ้อน หรือจำเป็นต้องระบุตำแหน่งของความเสียหายก่อนการผ่าตัด
การตรวจอื่นๆ
- การตรวจวิเคราะห์น้ำอสุจิ และการตรวจ DNA fragmentation ของสเปิร์ม อาจถูกนำมาใช้เพื่อประเมินปริมาณและคุณภาพของสเปิร์ม และช่วยในการกำหนดระดับความรุนแรงของภาวะหลอดเลือดดำขอดในอัณฑะ ที่ส่งผลต่อความสามารถในการผลิตสเปิร์มของอัณฑะ
อ้างอิง : soha.vn
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ทัวร์ “โรงแรมอวกาศ” สุดหรู รองรับ 400 อภิมหาเศรษฐี เช็คอินกลางวงโคจรแสนล้าน
- เพื่อนบ้านจีน ได้ยินหญิงร้องลั่น เรียกเจ้าหน้าที่ สุดท้ายเจอความจริงสุดเงิบ
- ภารโรงป่วยจิต คุกแค่ 6 ปี ฉี่ใส่ตู้กดน้ำ ทำเหยื่อสาวติดโรคร้ายตลอดชีวิต