ข่าว

ครูยึดมือถือเด็ก เรียกค่าไถ่ 1 หมื่น ยอมคืนแล้ว ประธานมูลนิธิ อ้างครูทำเพราะรัก

ครูยึดมือถือเด็ก เรียกค่าไถ่ 1 หมื่น ยอมคืนแล้ว ด้านแม่ยอมถอนแจ้งความ ประธานมูลนิธิ อ้างครูทำเพราะรัก สิ่งที่ทำถูกต้องแล้ว

จากกรณีคุณแม่รายหนึ่งร้องขอความเป็นธรรม หลังลูกชายวัย 17 ปี ถูกครูโรงเรียนสอนศาสนาในกรุงเทพฯ ยึดโทรศัพท์ iPhone 15 แล้วเรียกให้จ่ายเงินซื้อคืน เริ่มจากหลักพันบาทจนพุ่งสูงถึง 10,000 บาท ทั้งที่โทรศัพท์เพิ่งซื้อมาไม่นานและยังผ่อนไม่หมด สร้างความเดือดร้อนให้กับครอบครัวที่หาเช้ากินค่ำอย่างหนัก จนต้องเข้าแจ้งความขอให้ตำรวจช่วยเจรจา

น้าชายของเด็กเผยว่า พี่สาวหรือคุณแม่ของเด็กอาศัยอยู่ที่ จ.นราธิวาส และผ่อนซื้อโทรศัพท์ iPhone 15 ให้ลูกชายใช้ เพื่อติดต่อกับที่บ้านระหว่างที่มาเรียนโรงเรียนประจำในกรุงเทพฯ โดยเรียนได้เพียง 1 เทอม วันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา ครูเข้ายึดโทรศัพท์จากล็อกเกอร์ส่วนตัวของนักเรียน หลังจากนั้นเด็กได้ยืมโทรศัพท์ผู้ใหญ่ในโรงเรียนโทรแจ้งแม่ว่าถูกยึดโทรศัพท์ไป พร้อมขอให้แม่มาพูดคุยกับครู

น้าชายของเด็กเดินทางไปโรงเรียนแทนเพื่อเจรจาขอโทรศัพท์คืน แต่ครูแจ้งว่าเป็นกฎของโรงเรียนที่ไม่อนุญาตให้นักเรียนพกโทรศัพท์ และหากต้องการโทรศัพท์คืนจะต้องจ่ายเงินซื้อคืนเท่านั้น เมื่อน้าชายเสนอจ่าย 1,500 บาท ครูปฏิเสธทันทีโดยระบุว่ามูลค่าของโทรศัพท์ต้องได้มากกว่านั้น โดยครูถามเพียงว่า “จะจ่ายเท่าไหร่ ถ้าเอาโทรศัพท์คืน”

30 เม.ย. คุณแม่ตัดสินใจให้ลูกชายออกจากโรงเรียนและเดินทางกลับบ้านที่นราธิวาส จากนั้นโทรไปแจ้งภรรยาของครูว่าไม่ประสงค์ให้ลูกเรียนต่อและขอโทรศัพท์คืน แต่ภรรยาครูตอบว่าตามกฎโรงเรียน หากยึดโทรศัพท์แล้วจะไม่สามารถคืนได้ ต้องซื้อคืนเท่านั้น คุณแม่จึงพยายามไปยืมเงินญาติมาส่วนหนึ่ง หวังนำไปจ่ายเพื่อรับโทรศัพท์คืน แต่เมื่อโทรเจรจากับครูอีกครั้ง ครูกลับยื่นราคาใหม่ที่ 10,000 บาท ซึ่งมากเกินกว่าที่ครอบครัวหาเช้ากินค่ำอย่างพวกตนจะหามาได้

คุณแม่และครอบครัวรู้สึกถูกเอาเปรียบอย่างไม่เป็นธรรม เนื่องจากโทรศัพท์เพิ่งซื้อมาไม่นานและยังผ่อนไม่หมด จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจ ขอให้เจ้าหน้าที่ร้อยเวรโทรไปเจรจากับครูให้ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป ต่อมาเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ ครูติดต่อมาแจ้งคุณแม่ว่าจะคืนโทรศัพท์ให้ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน คุณแม่จึงไม่ติดใจและเตรียมไปถอนแจ้งความ

ขณะที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ที่โรงเรียนดังกล่าวพบว่าปิดเงียบ จนพบกับประธานมูลนิธิสอนศาสนา ซึ่งได้เปิดเผยว่า “ผมคุยกับแม่เขาแล้ว แม่เขาถอนฟ้องแล้ว จบแล้ว คุยกันแล้วเข้าใจกันดี ผมยังบอกแม่เขาว่าเป็นไปได้ขอให้พานักเรียนมาเรียน มาขอโทษครู ไม่ลงโทษเลย เขาทำถูกต้อง เขาทำตรงนี้เพราะรักเด็ก

ส่วนที่จะนำไปขายและเปลี่ยนเป็นเงิน ผมสอบสวนดูแล้วจริง มีหลายคนที่เอาโทรศัพท์มา ราคาอาจจะพันห้า ก็เปลี่ยนมาเป็นขนมแจกเด็กกัน ก็มีหลายคนให้ทุบแต่เสียดายของ เอาตรงนี้มาช่วยเด็กคนอื่นจะดีกว่า”

ที่มา: โหนกระแส

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Suriyen J.

นักเขียนบทความข่าว จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สาขาปรัชญาและศาสนา มีประสบการณ์กับสำนักข่าวระดับประเทศ ชื่นชอบด้านสังคม การเมือง ต่างประเทศ ทำให้สามารถสร้างคุณค่าผ่านงานเขียน เพื่อให้ผู้อ่านได้ประโยชน์ครบทุกมิติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button