บันเทิง

แม่ลั่น! รู้ตัวคนทำ “แตงโม” แล้ว เชื่อตัวละครลับ คนสนิท “กระติก” พลิกคดีได้

แม่แตงโม หอบหลักฐานยื่น DSI ลั่นรู้แล้วลูกสาวตายเพราะใคร ยืนยันไม่ได้จมน้ำแต่ถูกทำร้าย เชื่อตัวละครลับ คนสนิท “กระติก” พลิกคดีได้

ความคืบหน้าล่าสุดในคดีการเสียชีวิตของนางสาวนิดา พัชรวีระพงษ์ หรือ “แตงโม” นักแสดงสาวชื่อดังที่พลัดตกเรือสปีดโบ๊ตกลางแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565 วันนี้นางภนิดา ศิริยุทธโยธิน คุณแม่ของแตงโม ได้เดินทางมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อมอบพยานหลักฐานเพิ่มเติมให้แก่ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ากระบวนการดำเนินคดีที่ผ่านมามีการบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมทางอาญาหรือไม่ และมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่

นางภนิดา เปิดเผยว่า วันนี้ได้นำเอกสารสำคัญมามอบให้ดีเอสไอเพื่อใช้ประกอบสำนวนคดี ซึ่งประกอบด้วยภาพถ่ายบาดแผลบริเวณขาของแตงโมที่รวบรวมได้จากสื่อสังคมออนไลน์ และข้อมูลบางส่วนที่ได้รับจากบังแจ็ค ซึ่งนางภนิดามองว่าเป็นข้อมูลที่ยิ่งใหญ่และมีความน่าเชื่อถือสูง

ส่วนภาพถ่ายบาดแผลชุดแรกหลังพบศพที่อยู่กับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม จังหวัดปทุมธานีนั้น นางภนิดาได้ทำเรื่องขอไปนานกว่า 6 เดือนแล้วแต่ยังไม่ได้รับ จึงขอใช้พื้นที่สื่อฝากไปถึงสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ให้เร่งมอบภาพถ่ายดังกล่าว เนื่องจากมีความจำเป็นต้องใช้ประกอบสำนวนคดี

สำหรับการเดินทางมาในวันนี้ นางภนิดายอมรับว่า ไม่ได้มีความเชื่อใหม่ใดๆ ทุกอย่างยังคงสอดคล้องกับแนวทางที่อาจารย์ปานเทพและดีเอสไอเคยระบุไว้ก่อนหน้านี้ นางภนิดาเชื่อมั่นว่าทิศทางของคดีมีความคืบหน้าไปมาก และหวังว่าดีเอสไอจะพิจารณารับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษ เนื่องจากได้ส่งมอบพยานหลักฐานไปแล้วกว่า 300 หน้า ซึ่งน่าจะเพียงพอในการเอาผิดผู้กระทำความผิดได้

“ตอนแรกแม่ก็ยังไม่ทราบว่าน้องเสียชีวิต เพราะอะไร ตอนแรกเฉยๆ เพราะไม่รู้ว่าลูกจมน้ำหรืออะไร แต่ 1 เดือนที่ผ่านมา แม่รู้หมดแล้วว่าน้องตายเพราะอะไร ใครทำ น้องไม่ได้จมน้ำ ความเสียใจเลยทำให้เราอยากรู้ว่าใครทำน้อง แล้วทำเพราะอะไร เหตุผลตอนนี้แม่ก็รู้หมดแล้ว ความเศร้ามันเลยคลายไปได้หน่อย ดีกว่าไม่รู้อะไรเลย”

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงบุคคลที่เป็นตัวละครลับ ซึ่งรับรู้เหตุการณ์ทั้งหมดและเตรียมจะเข้ามาเป็นพยานปากใหม่ให้การกับดีเอสไอ แต่นางภนิดาปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดโดยระบุว่า

“ขอให้แม่คุยกับผู้ใหญ่ก่อน ยังเปิดเผยไม่ได้ เดี๋ยวเสียรูปคดี” แต่ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมในภายหลังว่า พยานคนนี้เป็นคนนอกเรือที่มีความใกล้ชิดกับแตงโมและกระติก เคยอาศัยอยู่บ้านเดียวกัน และที่สำคัญคือพยานรายนี้มีเอกสารหลักฐานเส้นทางการเงินบางอย่างที่โอนเข้าบัญชีของแตงโม ซึ่งนางภนิดาเชื่อว่าหลักฐานชิ้นนี้จะสามารถพลิกคดีได้ สาเหตุที่พยานรายนี้ไม่ได้ออกมาให้ข้อมูลก่อนหน้านี้เป็นเพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้เรียกตัวไปสอบปากคำ

เมื่อถูกถามถึงความสัมพันธ์กับกลุ่มคนบนเรือสปีดโบ๊ต นางภนิดาเปิดเผยว่า ปัจจุบันไม่ได้มีการติดต่อกับคนบนเรือเลยแม้แต่คนเดียว จากที่เคยมีการส่งกระเช้าของขวัญมาให้ก็เงียบหายไปแล้ว แต่ในส่วนของการชำระเงินเยียวยารายเดือนยังคงดำเนินการตามปกติ นางภนิดายอมรับว่ายังมีเรื่องที่คาใจอยู่มากแต่ยังไม่พร้อมที่จะพูดถึงในตอนนี้ ที่ผ่านมาได้พูดคุยเฉพาะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวได้ตั้งข้อสังเกตว่า คดีในข้อหาประมาทศาลได้พิพากษายกฟ้องไปแล้ว ปัจจุบันเหลือเพียงคดีที่ดีเอสไอกำลังดำเนินการเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจเอื้อประโยชน์ในการทำคดี นางภนิดาได้ถามกลับด้วยความประหลาดใจว่า “เป็นหัวข้อนี้ได้อย่างไร คุณแม่เองก็ยังไม่รู้ว่าดีเอสไอทำหัวข้ออะไรในการเอาผิดครั้งนี้ วันนี้เข้ามาคุยก็อยากให้ทุกอย่างมันกระจ่างขึ้น แม่อยากรู้ความจริงทุกอย่าง ว่าแผลใหญ่ที่เกิดขึ้นเกิดจากอะไร ใครเป็นคนทำ”

“สงสารลูกมากๆ เราจากกันแบบไม่ได้ร่ำลาเลย แม่ไม่รู้เลยว่าน้องหายไปไหน อยู่ที่ไหนกับใคร แม่ต้องไปแจ้งความเอง ทั้งๆ ที่น้องถูกทำร้ายตกน้ำ แต่ไม่มีใครไปแจ้งความเลย เพราะฉะนั้นความรับผิดชอบทั้งหลายต้องมีมากกว่านี้ ไม่ใช่หนีไปนอนตั้ง 2 คืน เมื่อ 2 เดือนก่อน ฝันหนักๆ 1 ครั้ง ฝันว่ามีคนชวนน้องไปเล่นละคร เห็นน้องออกมาจากห้องเก็บศพ ตัวดำปี๋ ไม่รู้เป็นอะไรตัวดำๆ แต่วันนี้แม่คิดว่าน้องคงไปเกิดแล้ว“

หลังจากการให้สัมภาษณ์ นางภนิดาได้เข้าไปพบกับ พ.ต.ต.ณฐพล ซึ่งได้นำทรัพย์สินและของใช้ส่วนตัวของแตงโมที่เป็นพยานหลักฐานในคดีมาคืนให้กับครอบครัว เช่น นิตยสาร ซองยา เอกสารส่วนตัว หวี และกระเป๋าสตางค์ เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามพันตำรวจตรีณฐพลว่าเอกสารดังกล่าวถูกนำไปใช้ประกอบสำนวนในส่วนใด พันตำรวจตรีณฐพลปฏิเสธที่จะตอบคำถาม โดยให้เหตุผลว่าขอเวลาประชุมร่วมกับนางภนิดาก่อน เนื่องจากวันนี้นางภนิดาได้นำพยานหลักฐานชุดใหม่มามอบให้เพิ่มเติม

นางภนิดา ย้ำว่า ตนเองไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมที่ผ่านมา และยังคงยืนยันความเชื่อที่ว่าแตงโมไม่ได้พลัดตกเรือ แต่มีคนมาอุ้มลูกสาวของตนไปทำร้ายร่างกาย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Suriyen J.

นักเขียนบทความข่าว จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สาขาปรัชญาและศาสนา มีประสบการณ์กับสำนักข่าวระดับประเทศ ชื่นชอบด้านสังคม การเมือง ต่างประเทศ ทำให้สามารถสร้างคุณค่าผ่านงานเขียน เพื่อให้ผู้อ่านได้ประโยชน์ครบทุกมิติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button