
อัปเดตข้อมูลปี 2569 กศน. เปลี่ยนชื่อเป็น สกร. พร้อมตอบ 5 คำถามยอดฮิต ค่าเทอมหลักร้อย ใครเรียนได้บ้าง เพื่อเป็นคู่มือสำหรับผู้ที่ต้องการวุฒิการศึกษา ต่อมหาวิทยาลัย สมัครงาน
ถ้าคุณค้นหาคำว่า กศน. ในอินเทอร์เน็ตช่วงปี 2569 คุณอาจพบว่าชื่อหน่วยงานนี้เปลี่ยนไปแล้ว รัฐบาลประกาศยกฐานะ กศน. ขึ้นเป็น กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ใช้ชื่อย่อว่า สกร. ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2566 แต่คนไทยส่วนใหญ่ยังคงคุ้นเคยกับคำว่า กศน. เหมือนเดิม แม้ชื่อจะเปลี่ยนไป แต่นโยบาย โอกาส ภารกิจหลักยังคงเดิมทุกอย่าง
กศน. ต่างกับ สกร. ยังไง ค่าเทอมแพงไหม
ความแตกต่างระหว่างชื่อเก่ากับชื่อใหม่มีเพียงแค่สถานะทางราชการที่ใหญ่ขึ้น สกร. มีอำนาจในการจัดการเรียนรู้กว้างขวางขึ้น ครอบคลุมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ส่วนรูปแบบการเรียนการสอนสำหรับผู้ที่ต้องการวุฒิการศึกษายังเหมือนเดิม
กศน. หรือ สกร. คือ การศึกษานอกระบบโรงเรียน มุ่งเน้นให้ผู้ที่พลาดโอกาสในระบบการศึกษาปกติได้กลับมาเรียนเพื่อรับวุฒิการศึกษาตั้งแต่ระดับประถมไปจนถึงมัธยมปลาย
ใครเรียน สกร. ได้บ้าง
เรียนได้ทุกคน ไม่จำกัดอายุสามารถสมัครเรียนได้ ผู้ใหญ่วัยทำงาน คนที่ต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน แม่บ้าน ล้วนมีสิทธิ์เข้าเรียน
หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไม่มีค่าเทอม เรียนฟรี รัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษา ทั้งค่าลงทะเบียนเรียนและหนังสือเรียน จะเปิดรับสมัครช่วงเดือนเมษายนและตุลาคมของทุกปี
ส่วนหลักสูตรอื่นๆ ค่าเทอมถูกมาก เก็บค่าหน่วยกิตเพียงหน่วยกิตละ 25 บาท แต่ละวิชามี 3 หน่วยกิต ค่าใช้จ่ายรวมต่อปีตกอยู่แค่หลักร้อยถึงต้นพันบาทเท่านั้น
เรียนกี่ปีจบ ระยะเวลาเรียนขึ้นอยู่กับวุฒิเดิมที่คุณมี ปกติแต่ละระดับชั้น เช่น ม.ต้น หรือ ม.ปลาย จะใช้เวลาเรียนระดับละ 2 ปี
วุฒิใช้งานได้ไหม กระทรวงศึกษาธิการรับรองวุฒิการศึกษานี้อย่างถูกต้อง คุณสามารถนำไปใช้สมัครงาน สมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้จริง
หากคุณสนใจสมัครเรียน คุณสามารถนำเอกสารสำคัญ บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน วุฒิการศึกษาเดิม รูปถ่าย ไปติดต่อได้ที่ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอหรือเขตใกล้บ้านคุณ
ข้อดีของการเรียนการศึกษานอกโรงเรียน
หลายคนออกจากโรงเรียนก่อนจบ ม.6 ด้วยเหตุผลความจำเป็นทางครอบครัว ปัญหาการเงิน จังหวะชีวิตที่ไม่เป็นใจ การไม่ได้เรียนต่ออาจทำให้พลาดโอกาสก้าวหน้าในชีวิต การกลับไปเรียนโรงเรียนปกติในวัยผู้ใหญ่แทบเป็นไปไม่ได้เลย กศน. หรือ สกร. ในปัจจุบัน จึงเป็นทางกลับมาตั้งหลักใหม่
กลุ่มคนที่ได้ประโยชน์จากระบบนี้มากที่สุดคือคนทำงานจริง ผู้ใหญ่วัยทำงานต้องการวุฒิเพื่อปรับเงินเดือน เลื่อนตำแหน่ง คนที่ต้องรีบออกมาทำงานหาเงินตั้งแต่เด็ก แม่บ้านหลายคนที่ลูกโตแล้วต้องการกลับมาพัฒนาตัวเอง ทุกคนสามารถเดินเข้ามาสมัครเรียนได้
คุณไม่ต้องใส่ชุดนักเรียนมาเรียน ตารางเรียนส่วนใหญ่จัดในวันอาทิตย์ ทำให้คุณทำงานหาเงินไปพร้อมกับการเรียนได้ ไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุ ค่าเทอมถูกมากตามที่รัฐบาลอุดหนุน
แต่ข้อเสียเปรียบต้องรู้ไว้คือ ความเข้มข้นของเนื้อหาวิชาการอาจน้อยกว่าโรงเรียนในระบบปกติ คุณไม่ได้นั่งเรียนในห้องทุกวัน ต้องมีวินัยในตัวเองสูงมาก ต้องจัดเวลาอ่านหนังสือ ทำรายงาน ส่งงานให้ตรงเวลาด้วยตัวเอง
เรียนจบ กศน. แล้ว ต่อมหาวิทยาลัย สมัครได้ที่ไหนบ้าง
“จบ กศน. สามารถนำวุฒิไปสมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัยรัฐ เอกชน ยื่นสมัครงานได้จริง พร้อมเปรียบเทียบความแตกต่างกับการสอบ GED เพื่อหาทางเลือกที่เหมาะสม”
วุฒิการศึกษาจาก กศน. หรือ สกร. มีศักดิ์และสิทธิ์เทียบเท่ากับวุฒิ ม.6 จากโรงเรียนปกติ ใช้ยื่นสมัครงานในบริษัทเอกชน หน่วยงานราชการได้ นำไปใช้สมัครสอบเข้ามหาวิทยาลัยผ่านระบบ TCAS ยื่นเข้ามหาวิทยาลัยเอกชน มหาวิทยาลัยเปิดอย่างรามคำแหง มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชรับนักศึกษาที่จบ กศน. เข้าเรียนอย่างเปิดกว้าง
หลายคนอาจลังเลระหว่างการเรียน กศน. กับการสอบเทียบวุฒิ GED ของอเมริกา สองระบบนี้มีความแตกต่างกันชัดเจน
GED เหมาะกับคนที่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษดีมาก ต้องการวุฒิเร็ว ค่าสอบค่อนข้างสูง วุฒิ GED นิยมนำไปใช้ยื่นเข้าเรียนต่อในหลักสูตรนานาชาติของมหาวิทยาลัย
กศน. เหมาะกับคนที่ต้องการเรียนด้วยหลักสูตรภาษาไทย ค่าใช้จ่ายถูกมาก ใช้เวลาเรียนตามกำหนดโครงสร้างหลักสูตร วุฒิที่ได้ครอบคลุมการใช้งานในระบบการศึกษาไทยทั่วไป
คุณเลือกเส้นทางที่เหมาะกับต้นทุนชีวิต เป้าหมายของตัวเองได้เลย วุฒิการศึกษาจาก กศน. พาคุณไปสู่รั้วมหาวิทยาลัยได้จริง
สกร. รุกพัฒนาระบบเรียนรู้ตลอดชีวิต เชื่อมโยงทุกช่วงวัยสู่การมีอาชีพ
กรมส่งเสริมการเรียนรู้ จัดการประชุมหารือร่วมกับสภาการศึกษาเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 เพื่อระดมความคิดเห็นเชิงนโยบายเกี่ยวกับการพัฒนาระบบรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป้าหมายหลักคือการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนรู้ของประเทศไทยให้มีความยืดหยุ่น เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม
คณะทำงานหารือแนวทางขับเคลื่อนที่สำคัญหลายประการ เช่น การพัฒนาระบบธนาคารหน่วยกิตเพื่อเทียบโอนผลการเรียนรู้ การส่งเสริมระบบสอบเทียบเพื่อให้ผู้เรียนจบการศึกษาได้เร็วขึ้น การผลักดันนโยบายลดปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ตลอดจนฐานข้อมูลขนาดใหญ่มาช่วยออกแบบแผนการเรียนรู้เฉพาะบุคคล
ผู้เข้าร่วมประชุมชี้ให้เห็นถึงความท้าทายในปัจจุบัน ข้อมูลของผู้เรียนจากหลายหน่วยงานยังไม่เชื่อมโยงเป็นระบบเดียวกัน ระบบเทียบโอนผลการเรียนรู้ยังมีความไม่สมบูรณ์ โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีรวมถึงงบประมาณยังมีข้อจำกัด ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อความเหลื่อมล้ำทางสังคม

สภาการศึกษาเสนอทางออกด้วยการสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่เข้าถึงได้จริงทั่วประเทศ พัฒนาแพลตฟอร์มส่วนกลางเพื่อให้บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ ปรับปรุงระบบธนาคารหน่วยกิตให้ใช้งานได้จริงในทางปฏิบัติ ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรให้ทำหน้าที่ผู้อำนวยความสะดวกด้านการเรียนรู้อย่างเต็มรูปแบบ
ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ มอบหมายให้ผู้แทนเข้าร่วมขับเคลื่อนนโยบายนี้ เป้าหมายสูงสุดคือการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เอื้อให้ทุกคนสามารถออกแบบเส้นทางการศึกษาของตนเองได้ นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพประชากรของประเทศอย่างยั่งยืน ตามความมุ่งหวังของโครงการที่ระบุว่า “อยากเรียนอะไร ต้องได้เรียน”
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





