สรุปดราม่าลิขสิทธิ์ “หงสาจอมราชันย์” แอบพิมพ์ขาย 15 ปี ใครผิด ใครเจ็บ
สำนักพิมพ์ตงหลีแถลงเตรียมฟ้อง Burapat Comics พิมพ์ขาย 77 เล่มหลังสัญญาหมดตั้งแต่ปี 51 บูรพัฒน์ชี้แจง อ้างติดต่อไม่ได้ ตัวแทนเรียกค่าเสียหาย 4.5 ล้าน แฟนหงสาฯ ตั้งคำถามหนัก
เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 วงการการ์ตูนไทยสั่นสะเทือนอย่างหนัก หลังสำนักพิมพ์ตงหลี (Tong Li Publishing) จากไต้หวัน ออกแถลงการณ์ฉบับภาษาไทยกล่าวหาสำนักพิมพ์ Burapat Comics (บูรพัฒน์) ว่าลักลอบจัดพิมพ์การ์ตูนเรื่อง หงสาจอมราชันย์ (The Ravages of Time) มานานกว่า 15 ปีโดยไม่ได้รับอนุญาต และเตรียมดำเนินคดีทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด
ข่าวนี้ทำให้แฟนการ์ตูนที่ตามอ่านมายาวนานตกใจไปตาม ๆ กัน เพราะหลายคนจ่ายเงินซื้อมาหลายสิบเล่ม โดยเชื่อมาตลอดว่าเป็นสินค้าลิขสิทธิ์ถูกต้อง ทั้งที่หน้าปกก็ระบุชัดเจนว่ามาจากสำนักพิมพ์ตงหลี
รู้จัก หงสาจอมราชันย์ ตำนานสามก๊กฉบับพลิกมุมมอง
หงสาจอมราชันย์ (火鳳燎原 / The Ravages of Time) คือการ์ตูนช่องฮ่องกงที่เล่าเรื่องสามก๊กในแบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ผลงานของ อ.เฉินเหมา (Chan Mou) ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2544 และยังเขียนต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
การ์ตูนเรื่องนี้ไม่ได้เดินเรื่องผ่านเล่าปี่หรือโจโฉตามขนบเดิม แต่เล่าผ่านมุมมองของสุมาอี้ในวัยหนุ่ม ผู้เป็นคุณชายพ่อค้าเจ้าเล่ห์ และ เหลี่ยวหยวนหว่อ หัวหน้ากลุ่มนักฆ่า ซากทัพ ซึ่งในเรื่องคือตัวตนที่แท้จริงของจูล่ง อ.เฉินเหมาตีความตัวละครที่คนไทยคุ้นเคยใหม่หมด ลิโป้ไม่ใช่แค่ขุนศึกบ้าพลัง แต่มีเล่ห์เหลี่ยมระดับกุนซือ เตียวเสี้ยนเป็นผู้ชายปลอมตัว กุนซือทั้งหลายล้วนเป็นศิษย์สำนักเดียวกันที่เรียกว่า แปดพิศดาร
การ์ตูนเรื่องนี้ขายดีทั่วเอเชีย มีฉบับแปลในญี่ปุ่น เกาหลี เวียดนาม สิงคโปร์ และไทย ล่าสุดยังถูกดัดแปลงเป็นแอนิเมชันฉายทาง Bilibili
ปมลิขสิทธิ์ขาดต่อสัญญาตั้งแต่ปี 2551
สำนักพิมพ์ตงหลี (Tong Li Publishing) จากไต้หวันคือเจ้าของลิขสิทธิ์ในการจัดพิมพ์และจำหน่ายหงสาจอมราชันย์ ตงหลีเคยให้สิทธิ์ Burapat Comics นำฉบับรวมเล่มที่ 1-24 มาจัดพิมพ์ขายในไทย สัญญาดังกล่าวสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2551 หลังจากนั้นตงหลีไม่เคยต่ออายุสัญญาให้อีกเลย
แต่ Burapat Comics ยังคงพิมพ์ต่อเรื่อย ๆ ตั้งแต่เล่ม 25 จนถึงเล่ม 77 ทั้งในรูปแบบหนังสือเล่มและอีบุ๊ก ยิ่งกว่านั้นยังนำฉบับสะสม (เล่มหนา) เล่ม 1-25 ไปพิมพ์ขายด้วย ทั้งที่ตงหลีระบุว่าไม่เคยให้สิทธิ์ฉบับนี้แม้แต่ครั้งเดียว
รอยด่างพร้อยกลางงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ
เรื่องนี้คุกรุ่นมานานในหมู่แฟนการ์ตูนจีน ก่อนหน้านี้หงสาจอมราชันย์ยังถูกนำไปวางขายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติอย่างเปิดเผย ทั้งฉบับปกติและฉบับภาคพิเศษ โดยหน้าปกทุกเล่มระบุว่าลิขสิทธิ์เป็นของ Tong Li Publishing Co., Ltd. ชัดเจน แฟนการ์ตูนจึงไม่มีทางสงสัยว่าเป็นของเถื่อน
แต่สิ่งที่แฟนสังเกตเห็นมานานคือคุณภาพการพิมพ์ที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งเล่มหลัง ๆ ภาพยิ่งไม่คมเท่าเล่มแรก ๆ เมื่อดราม่าแตก ทุกอย่างก็สมเหตุสมผลขึ้นมาทันที เพราะเมื่อไม่มีสัญญาลิขสิทธิ์ สำนักพิมพ์ก็ไม่มีต้นฉบับความละเอียดสูงจากเจ้าของผลงาน ต้องนำหนังสือมาสแกนแล้วปรับแต่งภาพเอง

จุดเริ่มต้นกระแสดราม่าในเว็บบอร์ดดัง
ก่อนที่ตงหลีจะออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ ข่าวลือเรื่องปัญหาลิขสิทธิ์ของ Burapat Comics แพร่สะพัดในชุมชนแฟนการ์ตูนมาสักพักแล้ว มีผู้โพสต์ในเว็บบอร์ด Pantip ตั้งคำถามว่าหงสาจอมราชันย์อาจไม่มีลิขสิทธิ์ในไทยอีกต่อไป และแฟนอาจจะอดอ่านเล่มต่ออย่างถูกกฎหมาย
ขณะเดียวกัน สาขาตงหลีฮ่องกงปิดตัว ทำให้การสื่อสารระหว่างบูรพัฒน์กับเจ้าของลิขสิทธิ์ขาดช่วงไป จนกระทั่งสำนักงานใหญ่ที่ไต้หวันเข้ามาจัดการเรื่องนี้โดยตรง
การเจรจาล้มเหลวสู่การฟ้องร้อง
ตามแถลงการณ์ของตงหลี ตัวแทนของบริษัทพยายามเจรจากับ Burapat Comics หลายครั้ง เพื่อหาทางยุติปัญหาและชดเชยค่าเสียหาย แต่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไม่ได้ ตงหลีระบุว่าข้อเสนอของบูรพัฒน์แสดงให้เห็นถึงการขาดความเคารพต่อเจ้าของผลงาน จึงตัดสินใจเดินหน้าฟ้องร้องทางกฎหมาย
ตงหลียังเรียกร้องให้ผู้อ่าน แพลตฟอร์มดิจิทัล และร้านค้าจัดจำหน่าย ยุติการซื้อขายหรือเผยแพร่สิ่งพิมพ์ของหงสาจอมราชันย์จาก Burapat Comics ทั้งหมดทันที
ข้ออ้างจากบูรพัฒน์ที่สังคมตั้งข้อสงสัย
ฝั่ง บุรพัฒน์ ออกมาชี้แจงในวันเดียวกัน ยอมรับว่าพิมพ์ต่อหลังสัญญาหมดจริง โดยอ้างเหตุผลว่าสาขาตงหลีฮ่องกงปิดตัวลง ติดต่อสำนักงานใหญ่ที่ไต้หวันทางอีเมลก็ไม่ได้รับการตอบกลับ จึงตัดสินใจพิมพ์ต่อเพื่อให้ผู้อ่านได้ติดตามเนื้อเรื่องอย่างต่อเนื่อง
บูรพัฒน์อ้างว่าเมื่อมีตัวแทนของตงหลีมาติดต่อ ทางสำนักพิมพ์ยินดีเจรจา แต่ฝ่ายตัวแทนเรียกค่าเสียหายสูงถึง 4.5 ล้านบาท ขณะที่บูรพัฒน์คำนวณจากยอดขายจริงแล้วเสนอจ่ายราว 2 ล้านบาท ทั้งสองฝ่ายจึงหาจุดลงตัวไม่ได้
คำชี้แจงนี้ถูกวิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ หลายคนตั้งคำถามว่าเมื่อรู้ว่าสัญญาหมดแล้ว ทำไมไม่บินไปเจรจาที่ไต้หวันโดยตรง การอ้างว่า ส่งอีเมลแล้วไม่ตอบ ไม่ใช่ข้อแก้ตัวที่ยอมรับได้สำหรับการละเมิดลิขสิทธิ์ต่อเนื่องยาวนานเกือบ 20 ปี

ความเชื่อใจที่พังทลายของนักอ่าน
แฟนการ์ตูนตั้งคำถามสำคัญหลายข้อ ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือเรื่องความไว้ใจที่ถูกทำลาย ทุกเล่มที่วางขายพิมพ์ข้อความ ลิขสิทธิ์ Tong Li Publishing Co., Ltd. ไว้ชัดเจน แฟนหลายคนรู้สึกว่าตัวเองถูกหลอกให้ซื้อของละเมิดลิขสิทธิ์โดยไม่รู้ตัว
อีกประเด็นคือสำนักพิมพ์อื่น ๆ ในไทยที่เจอปัญหาคล้ายกันเลือกหยุดพิมพ์เมื่อลิขสิทธิ์หมด แม้จะถูกแฟน ๆ ต่อว่า สนพ.เหล่านั้นยอมรับผลกระทบทางธุรกิจเพื่อเคารพสิทธิ์ของเจ้าของผลงาน แต่บูรพัฒน์เลือกเดินหน้าพิมพ์ต่อ
แฟนหลายคนยังสังเกตว่าคุณภาพงานพิมพ์ตกลงอย่างชัดเจนตั้งแต่เล่มที่ 25 เป็นต้นไป ภาพไม่คม รายละเอียดหาย ซึ่งตอนนี้ได้คำตอบแล้วว่าเป็นเพราะต้องไปสแกนจากหนังสือแทนที่จะใช้ไฟล์ต้นฉบับจากเจ้าของ

ตลาดยังเปิดกว้างรอผู้ถือลิขสิทธิ์รายใหม่
ท่ามกลางความผิดหวัง แฟนหงสาจอมราชันย์จำนวนมากแสดงความพร้อมที่จะสนับสนุนฉบับลิขสิทธิ์ถูกต้อง หากมีสำนักพิมพ์ใหม่เข้ามารับช่วง หลายคนเอ่ยชื่อสำนักพิมพ์ Siam Inter Comics และสำนักพิมพ์อื่น ๆ ว่าน่าจะเป็นทางเลือกที่ดี
เสียงเรียกร้องจากแฟน ๆ สะท้อนให้เห็นว่าตลาดยังมีกำลังซื้อรออยู่ ขอแค่ได้สินค้าที่ถูกกฎหมายและมีคุณภาพ
สถานะทางกฎหมายของผู้ซื้อฉบับละเมิดลิขสิทธิ์
ในทางกฎหมาย ผู้บริโภคที่ซื้อหนังสือจากร้านค้าทั่วไปโดยสุจริต ไม่ได้มีเจตนาซื้อของละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะสินค้าวางขายอย่างเปิดเผยในร้านหนังสือและงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ปกหนังสือยังระบุลิขสิทธิ์จากตงหลีอย่างชัดเจน ผู้ซื้อไม่มีทางรู้ได้ว่าเบื้องหลังสัญญาลิขสิทธิ์หมดอายุแล้ว
ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ความรับผิดหลักอยู่ที่ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายที่รู้หรือควรรู้ว่าเป็นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ใช่ผู้บริโภคปลายทาง ผู้ซื้อจึงไม่ต้องกังวลว่าจะถูกดำเนินคดี
ทั้งนี้ หนังสือที่ซื้อมาแล้วก็ยังถือเป็นทรัพย์สินของผู้ซื้อ ไม่จำเป็นต้องทำลายหรือส่งคืน แต่ไม่ควรนำไปขายต่อในเชิงพาณิชย์ เพราะอาจเข้าข่ายจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์

สิทธิ์ของผู้บริโภคในการเรียกร้องความเสียหาย
ผู้บริโภคที่รู้สึกว่าตัวเองได้รับความเสียหาย มีทางเลือกในการดำเนินการอยู่หลายช่องทาง
ช่องทางแรกคือการร้องเรียนผ่านสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพราะการขายสินค้าที่ระบุข้อมูลลิขสิทธิ์บนหน้าปกทั้งที่สัญญาหมดแล้ว อาจเข้าข่ายการโฆษณาเป็นเท็จหรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดเกี่ยวกับสินค้า
ช่องทางที่สองคือฟ้องร้องทางแพ่งในฐานะผู้เสียหาย โดยอาศัยหลักกฎหมายเรื่องการผิดสัญญาซื้อขาย เพราะผู้ขายมีหน้าที่ส่งมอบสินค้าที่ปราศจากภาระผูกพัน รวมถึงสินค้าที่ไม่ละเมิดสิทธิ์ของบุคคลภายนอก
อย่างไรก็ตาม ต้องพิจารณาความคุ้มค่าในการดำเนินคดี เพราะค่าหนังสือต่อเล่มไม่ได้สูงมาก อาจไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย หากผู้เสียหายมีจำนวนมาก การรวมตัวกันฟ้องในลักษณะกลุ่ม (Class Action) อาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจกว่า
ตอนนี้ยังต้องรอดูท่าทีจากทั้งสองฝ่าย ว่าจะมีข้อตกลงเพิ่มเติมหรือจะเดินหน้าสู่ชั้นศาลจริง ๆ
บุรพัฒน์ ยืนยัน ยุติการพิมพ์-ระงับขายทุกแพลตฟอร์มแล้ว
สำนักพิมพ์บูรพัฒน์ คอมิคส์ (Burapat Comics หรือ BCL) โพสต์ชี้แจงผ่านเพจ BurapatComics เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 เป็นครั้งที่ 2 กรณีข้อพิพาทลิขสิทธิ์การ์ตูนเรื่องหงสาจอมราชันย์ (The Ravages of Time) กับสำนักพิมพ์ตงหลี (Tong Li) จากไต้หวัน โดยครั้งนี้ BCL เปิดรายละเอียดการเจรจาที่ดำเนินมาหลายปี พร้อมเปิดตัวเลขค่าลิขสิทธิ์ที่ทั้งสองฝ่ายยังตกลงกันไม่ได้
การชี้แจงครั้งนี้มีขึ้นเพียงวันเดียวหลังจากที่ตงหลีออกแถลงการณ์ภาษาไทยเมื่อวันที่ 26 มีนาคม กล่าวหาว่า BCL จัดพิมพ์และจำหน่ายหงสาจอมราชันย์โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยระบุว่าสัญญาลิขสิทธิ์เดิมครอบคลุมเล่ม 1-24 หมดอายุตั้งแต่ปี 2551 แต่ BCL ยังคงพิมพ์ขายต่อเนื่องรวม 77 เล่ม ทั้งรูปแบบหนังสือและ e-book
BCL เปิดเรื่องด้วยการยืนยันว่า ได้ยุติการตีพิมพ์หงสาจอมราชันย์และระงับการขายในทุกแพลตฟอร์มแล้ว นับตั้งแต่มีการประสานงานจาก Js ซึ่งเป็นตัวแทนที่รับมอบการจัดการลิขสิทธิ์จากตงหลี พร้อมย้ำว่าไม่เคยเจรจาไปพร้อมกับตีพิมพ์ขายไปตามที่มีคนพยายามสร้างความเข้าใจผิด
ประเด็นที่ BCL เน้นย้ำคือเรื่องระยะเวลาการเจรจา ทาง BCL ระบุว่าการเจรจาดำเนินมาเป็นเวลาหลายปีเพื่อหาทางออกร่วมกัน ไม่ใช่เพิ่งเริ่มต้น ตลอดกระบวนการ BCL ติดต่อผ่าน Js ในฐานะตัวแทนเพียงทางเดียว ไม่เคยมีโอกาสพูดคุยกับพนักงานของตงหลีโดยตรง ที่ผ่านมา BCL เคารพกระบวนการเจรจาที่ตงหลีเป็นผู้กำหนด
แต่เมื่อผลการเจรจาออกมาในรูปแบบที่ไม่เป็นไปตามที่ Js ระบุไว้ BCL จึงตั้งคำถามว่าตงหลีได้รับข้อมูลจาก BCL ผ่าน Js อย่างครบถ้วนหรือไม่ โดยเฉพาะในส่วนของการคำนวณค่าลิขสิทธิ์ที่ BCL เสนอชำระ รวมถึงข้อเสนอซื้อลิขสิทธิ์เล่มที่ยังไม่ได้ตีพิมพ์เพื่อพิมพ์ต่อเนื่อง ซึ่ง BCL มองว่าเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อความผิดพลาดอย่างจริงใจ
เรื่องของตัวเลขค่าลิขสิทธิ์เป็นจุดที่ทั้งสองฝ่ายยังไปไม่ถึงกัน BCL เปิดเผยว่า Js เสนอตัวเลขมาที่ 3 ล้านบาทในตอนแรก ทาง BCL คำนวณจากยอดพิมพ์และยอดขายในทุกแพลตฟอร์มแล้วแจ้งกลับว่ายอดชำระอยู่ที่ 2 ล้านบาท หลังจากนั้น Js เพิ่มจำนวนเป็น 4.5 ล้านบาท
BCL มองว่าหากตกลงกันไม่ได้ ทั้งสองฝ่ายย่อมต้องอาศัยกระบวนการยุติธรรม Js ในนามตงหลีมีสิทธิ์ฟ้องร้อง ขณะที่ BCL จะต่อสู้เพื่อรักษาสิทธิ์ในการชำระจำนวนเงินที่สมควร ไม่ใช่ตัวเลขที่ Js กำหนดฝ่ายเดียว เมื่อเข้าสู่ชั้นศาล ศาลจะเรียกให้ทั้งโจทก์และจำเลยมาไกล่เกลี่ยในตัวเลขที่เป็นจริง หากไกล่เกลี่ยได้ก็ยุติข้อพิพาท หากเดินหน้าด้วยกันได้ก็ย่อมดีที่สุด แต่ถ้าตกลงไม่ได้ก็ว่ากันด้วยหลักฐาน
BCL ยังตอบข้อสงสัยเรื่องต้นฉบับการ์ตูนว่ามาจากไหน โดยอธิบายว่าในทางปฏิบัติ สำนักพิมพ์ที่จัดทำต้นฉบับภาษาไทยหลายแห่งจะสั่งซื้อหนังสือการ์ตูนต้นฉบับจากร้านหนังสือเพื่อนำมาแปลและเตรียมต้นฉบับ มีเพียงบางเรื่องที่เจ้าของลิขสิทธิ์ส่งต้นฉบับมาให้โดยตรง ซึ่งถือเป็นส่วนน้อย ยกเว้นเรื่องที่จบชุดแล้วและมีจำนวนเล่มไม่มาก
ในช่วงสรุป BCL ย้ำว่าน้อมรับความผิดและความผิดพลาดทุกประการ พร้อมชำระค่าลิขสิทธิ์ แต่ขอสงวนสิทธิ์ชำระด้วยตัวเลขที่เป็นธรรม และไม่อยากให้มีการบิดเบือนข้อเท็จจริง
ทั้งนี้ ตัวเลขค่าลิขสิทธิ์ 2 ล้าน 3 ล้าน และ 4.5 ล้านบาท รวมถึงรายละเอียดกระบวนการเจรจาทั้งหมดในบทความนี้ เป็นข้อมูลจากฝ่าย BCL แต่เพียงฝ่ายเดียว ยังไม่มีการยืนยันจากฝ่าย Js หรือ Tong Li

เรียกว่าดราม่าครั้งนี้ชวนให้นึกถึงกลยุทธ์ กงจื้อถวายเศียร ของกาเซี่ยง พิศดารเบอร์ 3 ที่สอนว่า บางครั้งผู้นำต้องยอมเสียสละสิ่งที่สำคัญที่สุดเพื่อรักษาภาพใหญ่เอาไว้ แต่ในกรณีนี้ สิ่งที่ถูกเสียสละไปกลับเป็นความไว้ใจของแฟนการ์ตูน ที่จ่ายเงินสนับสนุนมาตลอด 20 ปีโดยไม่รู้ความจริง
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- บุรพัฒน์ แจงดราม่า หงสาจอมราชันย์ รับผิดลักลอบพิมพ์ อ้างตัวแทนเรียกเงิน 4.5 ล้าน
- จ่อฟ้อง สำนักพิมพ์ไทย หงสาจอมาชันย์ ละเมิดลิขสิทธิ์ พิมพ์การ์ตูนขายกว่า 15 ปี
อ้างอิงข้อมูล
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





