สถาบันวัคซีน แจงโควิด “Cicada” ไม่ได้มาจากจิ้งหรีด วัคซีนป้องกันได้

สถาบันวัคซีน แจงโควิดสายพันธุ์ Cicada ไม่ได้มาจากจิ้งหรีด ไม่ได้มาจากจิ้งหรีด วัคซีนป้องกันอาการรุนแรงได้ อยู่ในช่วงเฝ้าระวัง
จากกรณีที่สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน นักวิทยาศาสตร์กับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขกำลังติดตามไวรัสสายพันธุ์ใหม่รหัส BA.3.2 อย่างใกล้ชิด โดยไวรัส มีชื่อว่า ซิเคดา (Cicada) ตั้งตามพฤติกรรมของแมลงจักจั่นที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ดินเป็นเวลานานก่อนจะปรากฏตัวขึ้นมา แพทย์พบไวรัสสายพันธุ์นี้ครั้งแรกที่ประเทศแอฟริกาใต้ในเดือนพฤศจิกายนปี 2567 ศูนย์ควบคุมป้องกันโรคของสหรัฐอเมริการายงานว่าปัจจุบันไวรัสลุกลามไปยัง 23 ประเทศทั่วโลก รวมถึง 25 รัฐในสหรัฐอเมริกา ตามที่มีรายงานไปก่อนหน้านี้นั้น
ล่าสุด สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ได้ออกมาชี้แจงว่า “โควิด-19 สายพันธุ์ Cicada มีจริง โดยเป็นอีกชื่อหนึ่งของสายพันธุ์ B.A.3.2. ซึ่งเป็นสายพันธุ์ย่อยของโอมิครอน (Omicron subvariant) ตั้งชื่อนี้เพราะพฤติกรรม “โผล่มาหลังเงียบไปนาน” เหมือนแมลง Cicada ที่อยู่ใต้ดินนานแล้วโผล่มาทีเดียว แต่ไม่ใช่ไวรัสมาจากจิ้งหรีด
ทั้งนี้ มีรายงานว่า สายพันธุ์ B.A.3.2. ถูกตรวจพบในหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐอเมริกา แต่ในระดับโลกพบว่าสัดส่วนยังต่ำมาก (~1-2% ของสายพันธุ์ทั้งหมด) และยังเป็นสายพันธุ์ที่เฝ้าระวัง (Variant Under Monitoring : VUM)
ขณะที่ WHO ระบุว่า ยังไม่พบความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่น แต่พบว่าเป็นสายพันธุ์ที่มีการกลายพันธุ์สูง จึงอยู่ในช่วง “เฝ้าระวัง ไม่ใช่ตื่นตระหนก”
ทั้งนี้ สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ยืนยันว่า วัคซีนสามารถป้องกันสายพันธุ์ B.A.3.2 ได้ โดยเฉพาะป้องกันอาการรุนแรง โดยสรุปคือ สายพันธุ์นี้มีจริง ไม่ได้มาจากจิ้งหรีด อยู่ระหว่างเฝ้าระวัง อย่าให้ข่าวทำให้ตื่นกลัวเกินเหตุ”
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ทั่วโลกจับตา โควิดกลายพันธุ์ Cicada BA.3.2 แพร่แล้ว 23 ประเทศ หลบวัคซีนได้ดีกว่าเดิม
- ยืนยัน โรคไข้กาฬหลังแอ่น ไม่ได้ติดง่ายเหมือนโควิด แนะสังเกตอาการ อย่าตื่นตระหนก
- อ.ปวิน ซัด อนุทิน รัฐบาลมีไว้ทำไม? ถ้าคุมราคาน้ำมันไม่ได้ เทียบเคสแมสก์โควิด
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





