
“ไฮโซอาร์ต” ยืดอกรับผิด ปกป้อง “เอย” ยันชัดไม่ใช่มือที่ 3 สารภาพคิดน้อยตอนขอ “เกรซ” แต่งงาน จนวิวาห์ล่ม
มหากาพย์ดราม่าวิวาห์ล่มที่ชาวเน็ตจับตากันแบบตาไม่กะพริบ สำหรับคู่ของดาราสาว “เกรซ ชลิตา” กับแฟนหนุ่ม “ไฮโซอาร์ต สะสมทรัพย์” ที่เพิ่งจะมีโมเมนต์คุกเข่าขอแต่งงานกันไปหมาดๆ แต่กลับจบลงด้วยการบอกเลิก
ท่ามกลางกระแสข่าวลือแรงเรื่องมือที่สาม หลังจากที่พี่สาวของสาวเกรซออกมาโพสต์ฟาดเดือดถึงพฤติกรรมคบซ้อน จนโซเชียลพากันโยงเป้าไปที่สาวชื่อ “เอย”
ล่าสุด “ไฮโซอาร์ต” ไม่อาจปล่อยให้เรื่องบานปลายไปกว่านี้ ได้ออกมาโพสต์ร่ายยาวชี้แจงความจริงในมุมของตัวเองแบบแมนๆ เพื่อปกป้องคนรอบข้าง
ไฮโซอาร์ตยอมรับว่า ความสัมพันธ์กับคนเก่ามีปัญหาเรื่องความไว้วางใจสะสมมาเป็นเวลานานแล้ว ภาพที่เห็นว่าดูดี แท้จริงแล้วมีรอยร้าวซ่อนอยู่ ที่ตัดสินใจขอแต่งงานในตอนนั้นเป็นเพราะความหวังลึกๆ ว่าจะช่วยแก้ปัญหา ทำให้ทุกอย่างดีขึ้นได้ ซึ่งเขายอมรับว่าเป็นการกระทำที่คิดน้อยเกินไปจริงๆ ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขได้
ปกป้อง “เอย” ยืนยันหนักแน่นว่า เอยไม่ได้เป็นฝ่ายเข้าหา หรือมีสถานะเป็นชู้ตามที่ถูกสังคมกล่าวหาอย่างรุนแรง เรื่องราวเริ่มต้นจากเพื่อนคนกลาง ที่สนิทกับฝั่งคนเก่า ทราบว่าเขาปลื้มเอยมานาน จึงมักจะวิดีโอคอลมาแซว จนกระทั่งมีโอกาสได้เจอกัน และไฮโซอาร์ตเป็นฝ่ายเดินหน้าทักไปหาเองในช่วงเวลาที่กำกวมและไม่เหมาะสม
ไฮโซอาร์ตเผยว่า ตั้งแต่วันแรกที่คุยกัน เอยแสดงจุดยืนชัดเจนว่า “ไม่โอเค” ตัวเขาเองก็รู้ดีว่าต้องไปเคลียร์สถานะตัวเองให้ถูกต้องเสียก่อน ประกอบกับปัญหาเดิมที่สะสมมานานจนถึงจุดที่ไปต่อยาก เขาจึงตัดสินใจจบความสัมพันธ์กับอดีตคนรักในที่สุด
ไฮโซอาร์ตขอยอมรับความผิดพลาดทั้งหมดไว้เพียงผู้เดียว พร้อมเอ่ยคำขอโทษจากใจจริงต่อทุกฝ่ายที่ทำให้เกิดความทรงจำที่ไม่ดี แต่ขอร้องให้สังคมหยุดปั่นกระแสและสาดความเกลียดชังใส่คนรอบตัว โดยเฉพาะเอยที่โดนโจมตีเกินความเป็นจริงไปมาก
พร้อมทิ้งท้ายเพื่อขอความเห็นใจว่า เรื่องนี้เป็นเพียงแค่ “เรื่องของคนสองคนที่เลิกกัน และต้องการทำความรู้จักคนใหม่เพื่อมูฟออน” เท่านั้น
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เกรซ ชลิตา ลั่น ไม่อโหสิกรรม-ไม่รับคำขอโทษ หลัง ไฮโซอาร์ต โพสต์แจงเหตุวิวาห์ล่ม
- ไฮโซอาร์ต ยอมรับจบรัก 7 ปี เกรซ ชลิตา ขอโทษทำวิวาห์ลม-สร้างปมในใจแสนเจ็บปวด
- สรุปดราม่า พี่สาวเกรซ ชลิตา ฟาดชู้กลางไอจี ท้าชาวเน็ตถ่ายรูปแฉ ปมวิวาห์ล่ม
ติดตาม The Thaiger บน Google News:








