หมอสุดทน! วอนเลิกรักษาฟรี “เคสขี้เหล้า-ติดยา” เสียดายภาษี เลือดบริจาค
สะท้อนความเหลื่อมล้ำในห้องฉุกเฉิน กลุ่มดื่มจัดใช้เลือดเปลืองทำคนไข้โรคอื่นเสียสิทธิ แฉพฤติกรรมก้าวร้าวทำร้ายพยาบาล
วานนี้ (8 มี.ค.) เพจเฟซบุ๊ก “เรียนหมอ by หมอแกว หมอแนต” ออกมาโพสต์ข้อความสะท้อนความอัดอั้นของบุคลากรทางการแพทย์ เกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรของโรงพยาบาลรักษาผู้ป่วยกลุ่ม “พิษสุราเรื้อรังและยาเสพติด” ที่วนเวียนกลับมาเป็นภาระซ้ำซาก
เสียดายเลือดบริจาค เมื่อคนไข้ขาประจำกินทรัพยากรส่วนรวม
คุณหมอระบุว่า รู้สึกเสียดายเลือดที่ได้รับบริจาคมาจากผู้มีจิตศรัทธา แต่กลับต้องนำมาใช้กับกลุ่ม “ขี้เหล้า” ทั้งชาวไทยและต่างด้าวที่เป็นขาประจำ ครั้งละ 10-20 ถุง เนื่องจากอาการตับแข็งหรือกระเพาะทะลุจนอาเจียนเป็นเลือด
ปัญหาสำคัญ ผู้ป่วยกลุ่มนี้ร้อยละ 99 เมื่อรักษาหายกลับบ้านไปแล้วไม่ยอมเลิกดื่ม และกลับมาโรงพยาบาลด้วยอาการเดิมซ้ำ ๆ
เคสอาเจียนเป็นเลือดถือเป็นเคสฉุกเฉินที่ต้องได้รับเลือดก่อนเสมอ ส่งผลให้ผู้ป่วยเด็กโรคทาลัสซีเมียหรือผู้ป่วยรอผ่าตัดต้องรอคิวจนซีด เพราะเลือดในคลังมีจำกัด
นอกจากเรื่องทรัพยากร คุณหมอยังเปิดเผยว่าพยาบาลต้องเผชิญกับพฤติกรรมสุดทน ทั้งอาการคลั่ง ก้าวร้าว ด่าทอ และการพยายามทำร้ายเจ้าหน้าที่ขณะเข้าดูแล
“พยาบาลต้องเช็ดอุจจาระ-ปัสสาวะให้ แต่กลับโดนถุยน้ำลายใส่ ขณะที่ญาติพี่น้องมักนำมาทิ้งไว้ให้โรงพยาบาลรับภาระเพียงลำพัง”

คุณหมอเสนอว่า ควรพิจารณาเลิกรักษาฟรีสำหรับกลุ่มที่มาซ้ำซากด้วยพฤติกรรมเดิม ๆ โดยควรมีการจัดเก็บค่าใช้จ่ายหรือให้ผู้ป่วยและญาติมีส่วนร่วมรับผิดชอบบ้าง เพื่อให้ตระหนักถึงคุณค่าของการรักษาและไม่ให้เป็นภาระต่อภาษีและเลือดจากผู้บริจาคโดยเปล่าประโยชน์

สังคมเสียงแตก ระหว่าง “จริยธรรม” กับ “ความคุ้มค่า”
ความเห็นชาวเน็ตสนับสนุนหมอ vs ยึดถือจริยธรรม ฝ่ายสนับสนุนหมอเห็นด้วยว่า ควรเก็บเงินหรือมีมาตรการลงโทษกลุ่มที่ทำตัวเองซ้ำซาก เพราะเลือดบริจาคมีจำกัด ควรเก็บไว้ให้คนที่ “อยากมีชีวิตอยู่” หรือเด็กที่ป่วยโดยเลี่ยงไม่ได้ มากกว่าคนที่ฟื้นไปเพื่อกลับไปดื่มเหล้าต่อ
ฝ่ายยึดจริยธรรมมองว่า วิชาชีพหมอเลือกปฏิบัติไม่ได้ และการป่วยจากการเสพติดคือ “โรค” ชนิดหนึ่งที่ต้องได้รับการบำบัด ไม่ใช่การตัดสิทธิรักษา นอกจากนี้ยังมีข้อกังวลว่าหากเริ่มเก็บเงินกับกลุ่มนี้ ในอนาคตกลุ่มอื่นเช่น คนอ้วน หรือคนขับรถเร็วจะโดนด้วยหรือไม่
ตามระเบียบของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในปัจจุบัน การรักษาฟรีเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน รัฐธรรมนูญคุ้มครองสิทธิในการเข้าถึงการบริการสาธารณสุข ผู้ป่วยสิทธิบัตรทองสามารถรับการรักษา “ทุกโรค” รวมถึงโรคที่เกิดจากพฤติกรรม เช่น ตับแข็งจากการดื่มสุรา หรือการบำบัดยาเสพติด โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ทั้งนี้ โรงพยาบาลรัฐไม่สามารถเรียกเก็บเงินเพิ่มจากผู้ป่วยสิทธิบัตรทองได้ในกรณีที่เป็นการรักษามาตรฐาน เว้นแต่เป็นห้องพิเศษหรือยานอกบัญชีที่ผู้ป่วยร้องขอเอง
นอกจากนี้ข้อเสนอให้ผู้ป่วยบางกลุ่มร่วมจ่ายเงินค่ารักษาบางส่วน หากพิสูจน์ได้ว่าจงใจทำลายสุขภาพซ้ำซาก แต่ยังไม่สามารถบังคับใช้จริงได้เนื่องจากติดข้อกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชน.
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ท้องทิพย์วุ่น รุ่งอรุณ ทำหมอ-คนไข้ เสียเวลา เพจดัง-ชาวเน็ตจวกยับ
- ไอติม พริษฐ์ โต้กลับเดือด! หลังมีกระแสข่าว หมอคนดัง แนะนำให้รีบไปขูดหินปูน
- บก.ลายจุด ซัดเดือด! เคสหมอสุภัทร ส่อโดนเช็คบิล ประเทศนี้เป็นอะไรกันไปหมด!
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





