อิสราเอล ทิ้งระเบิดถล่มสนามบินอิหร่าน ไฟลุกท่วมท้องฟ้าแดงเพลิง ยอดตายพุ่งไม่หยุด

อิสราเอล ทิ้งระเบิดถล่มอิหร่าน สนามบินเตหะรานเสียหายหนัก ไฟลุกท่วมฟ้ากลายเป็นสีเพลิง ล่าสุดสังเวยชีวิตพลเรือนทะลุพันราย เปิดฉากสวนกลับเดือดถล่มฐานทัพสหรัฐฯ-ยูเออี สงครามลามทั่วน่านน้ำสากล
สำนักข่าว BBC รายงานสถานการณ์วันที่ 8 ของสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านที่ดูเหมือนจะทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ ล่าสุดเกิดเหตุระเบิดครั้งใหญ่กลางกรุงเตหะราน พยานผู้เห็นเหตุการณ์รายงานภาพเครื่องบินไฟลุกท่วมรันเวย์ที่สนามบินนานาชาติเมห์ราบัด (Mehrabad Airport) ถือเป็นการโจมตีระลอกใหม่ที่สร้างความเสียหายอย่างหนัก
กองทัพอิสราเอลออกมาเปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้สามารถทำลายเครื่องบินเป้าหมายได้ถึง 16 ลำ เป็นเครื่องบินที่บรรทุกอาวุธและเงินสด เพื่อนำไปสนับสนุนกลุ่มตัวแทนของอิหร่านในภูมิภาค
สำนักข่าว BBC Verify วิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมและหลักฐานต่าง ๆ พบร่องรอยการโจมตีมากกว่า 80 จุดทั่วประเทศ โดย 40 จุดเกิดขึ้นในเมืองหลวงอย่างเตหะราน
สงครามครั้งนี้เริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา มีเป้าหมายที่โครงสร้างทางทหารและผู้นำระดับสูง ซึ่ง อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ถูกสังหารเสียชีวิตตั้งแต่การโจมตีระลอกแรก
ทางการอิหร่านรายงานว่า ในเมืองมินาบ (Minab) ทางตอนใต้ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 168 ราย รวมถึงเด็กนักเรียน จากเหตุโจมตีโรงเรียนหญิงล้วนที่ตั้งอยู่ใกล้กับฐานทัพกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ที่ถูกถล่มจนราบคาบ
ขณะที่เรือรบอิหร่านอย่างน้อย 11 ลำถูกทำลายหรือเสียหายจากการโจมตีฐานทัพเรือที่โคนาลัคและบันดาร์อับบาส

แม้จะถูกถล่มอย่างหนัก แต่อิหร่านยังคงเดินหน้าตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรนอย่างต่อเนื่อง ใน อิสราเอล มีเสียงไซเรนเตือนภัยดังทั่วเยรูซาเลมและเทลอาวีฟตลอดทั้งคืน โดยระบบป้องกันภัยทางอากาศจะสกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนส่วนใหญ่ไว้ได้
ฝั่ง ยูเออี (UAE) เกิดระเบิดภายในรั้วสนามบินนานาชาติดูไบจากการโจมตีด้วยโดรน โดยยูเออีเผยว่าสามารถสกัดขีปนาวุธได้ 15 ลูก และโดรนอีก 119 ลำในวันเสาร์ที่ผ่านมา
ส่วน ประเทศคูเวต นั้นกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยืนยันว่ามีทหารอเมริกันเสียชีวิต 6 นาย หลังโดรนหลบเลี่ยงระบบป้องกันภัยเข้าโจมตีศูนย์บัญชาการที่ท่าเรือชูไอ (Port Shuaiba) นอกจากนี้ยังมีรายงานเหตุ Friendly Fire หรือยิงพวกเดียวกันเอง ทำให้เครื่องบินขับไล่สหรัฐฯ 3 ลำถูกยิงตก แต่นักบินดีดตัวออกมาได้อย่างปลอดภัย
ส่วน เลบานอน กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพอิสราเอล เพื่อตอบโต้ที่อิสราเอลโจมตีชานเมืองเบรุตและเมืองนาบีชิต จนประชาชนนับหมื่นต้องอพยพ

อย่างไรก็ดี สงครามครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนแผ่นดินตะวันออกกลางอีกต่อไป แต่ได้ลุกลามไปยังพื้นที่อื่น ๆ ด้วย โดยรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ยืนยันว่าเรือดำน้ำของสหรัฐฯ ได้ยิงตอร์ปิโดจมเรือรบไอริส ดีนา (Iris Dena) ของอิหร่านนอกชายฝั่งศรีลังกาส่งผลให้ทหารเรือเสียชีวิต 87 นาย อีกทั้งฐานทัพอากาศอังกฤษ (RAF) ที่อะโครติริ ถูกโดรนอิหร่านโจมตี ทำให้อังกฤษ ฝรั่งเศส และสเปน ต้องส่งเรือรบเข้าตรึงกำลังในพื้นที่
สำนักข่าว HRANA รายงานว่าพลเรือนในอิหร่านผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 1,172 ราย ส่วนทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตแล้ว 6 นาย ตั้งแต่เริ่มการปะทะ
ทั้งนี้ สถานการณ์ยังคงตึงเครียดและไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงง่าย ๆ ทั่วโลกต่างจับตามองว่าความขัดแย้งครั้งนี้จะลุกลามบานปลายไปถึงจุดใด
ข้อมูลจาก : bbc
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ชีอะห์ไทย 200 ชีวิตอาลัย “คาเมเนอี” หน้าสถานทูตอิหร่าน ท่ามกลางไฟสงครามอย่างสงบ
- ชำแหละ 5 เหตุผล คนอิหร่าน ไม่ลุกฮือล้มรัฐอิสลาม ตามคำยุ “ทรัมป์”
- ไฟลุกท่วม อิสราเอลบอมบ์คลังน้ำมันเตหะราน “ทรัมป์” ชี้อิหร่านกำลังล่มสลาย
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





