พระจันทร์สีเลือด วันมาฆบูชา 2569 ตื่นตาตื่นใจ 5 จุดทั่วประเทศ

ตื่นตาตื่นใจ คืนวันมาฆบูชา 3 มี.ค. นี้ เตรียมชม จันทรุปราคาเต็มดวง พระจันทร์สีเลือด เหนือฟ้าเมืองไทย NARIT ชวนส่องฟรี 5 จุดทั่วประเทศ
สายดาราศาสตร์และสายมูห้ามพลาด วันมาฆบูชาปีนี้ วันอังคารที่ 3 มีนาคม 2569 มีปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ครั้งสำคัญให้เราได้ชมกัน นั่นคือ “จันทรุปราคาเต็มดวง” หรือที่คนโบราณเรียกกันว่าราหูอมจันทร์ โดยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ได้ออกมาเชิญชวนคนไทยร่วมชมความงดงามของดวงจันทร์สีแดงอิฐที่จะโผล่พ้นขอบฟ้าในช่วงหัวค่ำ
เปิดไทม์ไลน์ ราหูอมจันทร์ วันที่ 3 มี.ค. 69
ปรากฏการณ์ในครั้งนี้กินเวลาตั้งแต่ช่วงบ่ายไปจนถึงค่ำ (15:44 – 21:23 น.) แต่ช่วงไฮไลต์ที่คนไทยจะมองเห็นได้ชัดเจนที่สุดด้วยตาเปล่าคือช่วงหัวค่ำเป็นต้นไปครับ
-
15:44 น. ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลก
-
16:50 น. เริ่มเกิดจันทรุปราคาบางส่วน (ดวงจันทร์เริ่มเว้าแหว่ง)
-
18:04 – 19:02 น. (ช่วงไฮไลต์): เกิดจันทรุปราคาเต็มดวง ดวงจันทร์จะกลายเป็นสีแดงอิฐ โดยในไทยจะเริ่มสังเกตเห็นได้เมื่อดวงจันทร์โผล่พ้นขอบฟ้าทางทิศตะวันออกในเวลาประมาณ 18:23 น.
-
20:17 น. สิ้นสุดจันทรุปราคาบางส่วน (ดวงจันทร์ออกจากเงามืด)
-
21:23 น. ดวงจันทร์พ้นจากเงามัว ถือว่าสิ้นสุดปรากฏการณ์อย่างสมบูรณ์

NARIT เปิดพิกัด 5 จุดหลัก ชวนดูดาวฟรี
สำหรับใครที่อยากชมความสวยงามแบบเต็มตาผ่านกล้องโทรทรรศน์ พร้อมร่วมกิจกรรมดาราศาสตร์ สามารถไปร่วมงานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ได้ที่หอดูดาวของ NARIT ทั้ง 5 แห่ง ดังนี้:
-
อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่
-
หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา
-
หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ขอนแก่น
-
หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา
-
หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา สงขลา
สายดูออนไลน์ สามารถรับชมการถ่ายทอดสด (Live) ปรากฏการณ์นี้ได้ทางเฟซบุ๊กเพจและยูทูบ “NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ” ได้เช่นกัน

เจาะตำนาน “พระจันทร์สีเลือด” ลางร้ายโบราณ
ในยุคที่มนุษย์ยังไม่มีเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์เพื่ออธิบายปรากฏการณ์ธรรมชาติ แสงสีแดงเข้มบนดวงจันทร์มักถูกตีความเป็นสัญญาณเตือนจากทวยเทพหรือพลังเหนือธรรมชาติ
ตามคัมภีร์ไบเบิลของคริสต์ศาสนา มีการระบุถึงดวงจันทร์ที่กลายเป็นสีเลือดว่าเป็นหนึ่งในสัญญาณสำคัญก่อนวันพิพากษา หรือการเสด็จกลับมาของพระผู้เป็นเจ้า
ชาวอินคาโบราณเชื่อว่าสีแดงนั้นเกิดจากเสือจาร์กัวกำลังขย้ำดวงจันทร์ ผู้คนจึงต้องร่วมกันส่งเสียงดัง ตีเกราะเคาะไม้ เพื่อขับไล่เสือให้ปล่อยดวงจันทร์เป็นอิสระ เช่นเดียวกับชาวเมโสโปเตเมียที่มองว่าเป็นช่วงเวลาที่กษัตริย์กำลังถูกเหล่าอสูรคุกคาม
สำหรับชาวไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เชื่อว่าพระจันทร์สีเลือดคือช่วงที่พระราหูกำลังอมดวงจันทร์ไว้จนมิด ความเชื่อโบราณมักมองว่าเป็นลางไม่ดีต่อบ้านเมือง อาจเกิดภัยพิบัติหรือการสูญเสียครั้งใหญ่ จึงนิยมแก้เคล็ดด้วยการใช้เสียงขับไล่สิ่งชั่วร้าย
มุมมองทางวิทยาศาสตร์
เมื่อวิทยาศาสตร์ก้าวหน้าขึ้น เราจึงพบว่าสีแดงสลัวบนดวงจันทร์ไม่ได้เกิดจากอาถรรพ์ แต่เป็นผลมาจากปรากฏการณ์ที่เรียกว่า การกระเจิงของแสง เกิดขึ้นเมื่อโลกเคลื่อนที่มาอยู่ตรงกลางระหว่างดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ในระนาบเดียวกัน ชั้นบรรยากาศของโลกจะทำหน้าที่กรองแสงสีน้ำเงินที่มีความยาวคลื่นสั้นออกไป เหลือเพียงแสงโทนสีแดงและส้มที่มีความยาวคลื่นยาวกว่า แสงเหล่านี้จะหักเหผ่านขอบโลกไปตกกระทบบนพื้นผิวดวงจันทร์พอดี ทำให้เรามองเห็นดวงจันทร์เป็นสีแดงอิฐในคืนจันทรุปราคาเต็มดวงนั่นเอง
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





