ช็อกสาเหตุ ไฟไหม้รูปปั้นม้าตรุษจีน เผาวอดไม่เหลือซาก สงสัยลางร้ายหรืออุบัติเหตุ

วินาทีไฟไหม้รูปปั้นม้าสูง 3 เมตรวอดทั้งตัวกลางจัตุรัส เวียดนาม ขณะคนงานเร่งมือตกแต่ง คาดสาเหตุเกิดจากวัสดุติดไฟง่าย โชคดีไร้เจ็บ เตรียมสร้างใหม่ทันฉลองปีมะเมีย
เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญกลางเมืองท้ายเงวียน ประเทศเวียดนาม เมื่อ ม้ารบ ซึ่งเป็นรูปปั้นจำลองขนาดใหญ่ที่กำลังก่อสร้างเพื่อต้อนรับเทศกาลตรุษจีนปีมะเมีย เกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรงจนประชาชนที่สัญจรไปมาแตกตื่นกับภาพตรงหน้า
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ณบริเวณจตุรัสแห่งหนึ่งในเขตฟานดิงห์ฟุง ขณะที่ทีมช่างกำลังเร่งมือตกแต่งส่วนอาน หาง และขาม้า จู่ ๆ เปลวไฟก็ปะทุขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย แม้คนงานและชาวบ้านในละแวกนั้นจะพยายามใช้เสื้อผ้าช่วยกันตบไฟ แต่ด้วยวัสดุที่ติดไฟง่าย ทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว เพียงแค่ประมาณ 60 วินาที ไฟก็โหมกระหน่ำเผาผลาญรูปปั้นม้าและรูปจำลองเทพเจ้าที่อยู่ด้านบนจนเสียหายทั้งหมด ก่อนที่โครงสร้างจะพังถล่มลงมา โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

รูปปั้นม้าตัวนี้ถือเป็นไฮไลต์สำคัญของการตกแต่งเมือง เพื่อต้อนรับปีนักษัตรมะเมีย (ปีม้า) ตามความเชื่อของชาวเวียดนาม โดยสร้างจากโฟมและพลาสติกคอมโพสิต มีความสูงประมาณ 3 เมตร ออกแบบเป็นท่วงท่าม้ากำลังทะยานไปข้างหน้า สองขาหน้ายกสูง สื่อถึงความคึกคะนองและพลังอำนาจ บนหลังม้ามีรูปปั้นวีรบุรุษในตำนานของเวียดนาม ตั้งตระหง่านอยู่ ณ จัตุรัสใจกลางเมือง ถูกวางแผนให้เป็น 1 ใน 3 จุดหลักสำหรับการจัดงานแสดงศิลปวัฒนธรรมและการจุดพลุเฉลิมฉลองในคืนวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
หลังเกิดเหตุ ทางการท้องถิ่นได้สั่งการด่วนให้บริษัทผู้รับเหมาเพิ่มมาตรการความปลอดภัยในการทำงานและการป้องกันอัคคีภัยอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในพื้นที่สาธารณะที่มีผู้คนพลุกพล่าน
สำหรับม้ารบที่กลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้วนั้น ทางการยืนยันว่าจะมีการ สร้างขึ้นใหม่ เพื่อนำมาติดตั้งให้ทันงานฉลองตรุษจีนตามแผนเดิมที่วางไว้
ข้อมูลจาก : vnexpress
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ชาวเน็ตฮือฮา วัดในญี่ปุ่นจ้างนักวาดโดจินออกแบบ “เจ้าแม่กวนอิม” เลยได้ภาพ-รูปปั้นแบบเบิ้มๆ
- ปริศนาไขออก คนโบราณย้ายรูปปั้นหิน “โมอาย” หนักหลายตัน ให้มันเดินได้ ทั่วเกาะอีสเตอร์
- รูปปั้นไอร์แลนด์ ทำนมใหม่ ซ่อมแซมหลังโดนนักท่องเที่ยวจับจนสีลอก
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





