ประวัติ ว่าที่ ร.ต. ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาฯ กกต. ผู้ชี้แจงปมร้องนับคะแนนใหม่
เปิดประวัติ ว่าที่ ร.ต. ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ผู้ชี้แจงปมร้องนับคะแนนใหม่ชลบุรีเขต 1 เปิดบทบาท หน้าที่ และไทม์ไลน์งานสำคัญจากข้อมูลสาธารณะ
ท่ามกลางกระแสการเมืองที่ร้อนแรงหลังการเลือกตั้ง 2569 ชื่อของ ว่าที่ ร.ต. ภาสกร สิริภคยาพร กลายเป็นชื่อที่ถูกพูดถึงและปรากฏบนหน้าสื่อบ่อยครั้ง ในฐานะตัวแทนของ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ออกมาชี้แจงข้อสงสัยและรับมือกับแรงกดดันจากสังคม โดยเฉพาะกรณีดราม่าความวุ่นวายที่จังหวัดชลบุรี เขต 1
ทีมข่าว The Thaiger จะพาไปทำความรู้จักกับเขาในแง่มุมของ บทบาทและหน้าที่ ตามข้อมูลสาธารณะ ว่าทำไมเขาถึงกลายมาเป็นกุญแจสำคัญในช่วงวิกฤตศรัทธาครั้งนี้
ว่าที่ ร.ต. ภาสกร สิริภคยาพร คือใคร
ข้อมูลทำเนียบผู้บริหารของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งระบุว่า ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร สิริภคยาพร ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับผิดชอบงานด้านการบริหารการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ ซึ่งถือเป็นสายงานหัวใจหลักขององค์กรในการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปตามระบบระเบียบ
หลังคืนวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 เกิดข้อร้องเรียนและความวุ่นวายในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ ชลบุรี เขต 1 ที่มีการล้อมรถขนหีบบัตร ว่าที่ ร.ต. ภาสกร คือผู้บริหารระดับสูงที่ก้าวออกมาชี้แจง “กติกา” และ “ขั้นตอนทางเทคนิค” ให้สังคมเข้าใจ เพื่อลดอุณหภูมิความเดือดดาล โดยมีประเด็นหลัก 2 เรื่องสำคัญที่สื่อสารออกไปดังนี้
1. ไขข้อข้องใจ “ยุบรวมหีบบัตร” ไม่ใช่การทำลายหลักฐาน
ประเด็นที่คนเข้าใจผิดมากที่สุดคือภาพการตัดสายรัดหรือเปิดหีบ ว่าที่ ร.ต. ภาสกร รับหน้าที่อธิบายกระบวนการ “Flow ของหีบบัตร” เพื่อให้เห็นภาพว่า ขั้นที่ 1: นับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งจนเสร็จสิ้น, ขั้นที่ 2: ปิดประกาศผลคะแนน (ส.ส. 5/18) หน้าหน่วยทันที (จุดนี้คือหลักฐานสำคัญที่สุด) และ ขั้นที่ 3: ดำเนินการ “ยุบรวมบัตร” จากหลายหีบมารวมกันเพื่อสะดวกต่อการขนย้ายและเก็บรักษาในสถานที่ปลอดภัย
สรุปก็คือการเปิดหีบในขั้นตอนนี้ เป็นไปตามระเบียบธุรการ ไม่ใช่การเปิดเพื่อแก้คะแนน เพราะผลคะแนนถูกประกาศต่อสาธารณะไปแล้ว

2. ย้ำจุดยืน “นับคะแนนใหม่” ต้องมีหลักฐาน ไม่ใช่แค่กระแส
ในฐานะนักกฎหมายและผู้คุมกฎ เขาอธิบายชัดเจนว่า การสั่งนับคะแนนใหม่หรือเลือกตั้งใหม่ “ทำได้” แต่ต้องเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย คือ 1) มีหลักฐานว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิ ไม่ตรงกับ จำนวนบัตรเลือกตั้ง 2) มีหลักฐานยืนยันว่าการนับคะแนน ไม่ถูกต้อง หรือทุจริต และ 3) ต้องมีการ ทักท้วงและบันทึกเหตุการณ์ ไว้ ณ เวลานั้น
ว่าที่ ร.ต. ภาสกร เน้นย้ำว่า กกต. ไม่สามารถสั่งนับใหม่เพียงเพราะกระแสเรียกร้องหรือความไม่พอใจในผลคะแนนได้ แต่ต้องว่ากันด้วยพยานวัตถุและเอกสาร
บทบาทของ ว่าที่ ร.ต. ภาสกร สิริภคยาพร ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงข้าราชการระดับสูงที่นั่งบริหารงานในห้องแอร์ แต่คือ “คนหน้าไมค์” ที่ต้องนำข้อกฎหมายและระเบียบวิธีปฏิบัติที่ซับซ้อน ออกมาสื่อสารกับประชาชนที่กำลังเต็มไปด้วยคำถาม โดยเลือกใช้วิธีอธิบายด้วย “หลักการและขั้นตอน” เพื่อยืนยันความชอบธรรมของการทำงาน ท่ามกลางสายตาจับจ้องของคนทั้งประเทศ

ข้อมูลจาก : สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง, Thai PBS News, The Momentum The Thaiger
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





