ยานยนต์เศรษฐกิจ

ไขข้อสงสัย! ประกันรถ EV แต่ละรุ่นราคาไม่เท่ากันเพราะอะไร? เช็กปัจจัยตัดสินเบี้ยประกันที่เจ้าของรถต้องรู้

กระแสรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่หนึ่งในคำถามที่สร้างความสับสนให้กับเจ้าของรถมือใหม่มากที่สุดคือ ทำไมค่าเบี้ยประกันถึงต่างกันมาก? แม้จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเหมือนกัน แต่ราคาประกันกลับไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคารถอย่างเดียว วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกปัจจัยเบื้องหลังที่กำหนดค่าเบี้ยประกันที่คุณต้องจ่าย

ทำไมค่าเบี้ยประกันรถ EV ถึงต่างกัน? 3 ปัจจัยที่บริษัทประกันไม่เคยบอกคุณ

ถ้ากำลังสงสัยว่าทำไมใบเสนอราคาประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้าถึงดูซับซ้อน นั่นเป็นเพราะบริษัทประกันภัยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Data Analytics) มากกว่ารถยนต์สันดาปทั่วไป โดยมี 3 ปัจจัยหลักดังนี้

  1. เทคโนโลยีและตำแหน่งของแบตเตอรี่ แบตเตอรี่คือหัวใจสำคัญที่มีมูลค่าสูงถึง 40 – 50% ของตัวรถ รถรุ่นที่วางตำแหน่งแบตเตอรี่ในจุดที่เสี่ยงเสียหายได้ง่ายจากการกระแทกใต้ท้องรถ จะมีเบี้ยประกันสูงกว่า
  2. ความพร้อมของอะไหล่และศูนย์บริการ รถ EV รุ่นที่เป็นเจ้าตลาดจะมีสต็อกอะไหล่ที่พร้อมกว่า ทำให้ระยะเวลาในการซ่อมสั้นลง ในขณะที่รถรุ่นใหม่หรือแบรนด์ที่ยังมีศูนย์บริการน้อย ความยากในการหาอะไหล่จะถูกนำมาคำนวณเป็นค่าความเสี่ยงเพิ่มเติม
  3. ค่าแรงช่างเทคนิคเฉพาะทาง การซ่อมรถ EV ต้องใช้ช่างที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยด้านแรงดันไฟฟ้าสูง ซึ่งค่าแรงในส่วนนี้จะแตกต่างกันไปตามโครงสร้างวิศวกรรมของแต่ละแบรนด์

ประกันรถ EV แต่ละรุ่นราคาไม่เท่ากันเพราะอะไร? เทียบชัดๆ ระหว่างรถ Compact และ Luxury EV

หลายคนอาจมองว่ารถคันเล็กกว่าเบี้ยประกันต้องถูกกว่า แต่ในโลกของ EV นั้นไม่จริงเสมอไป ตัวอย่างเช่น รถ Compact EV บางรุ่นที่มีเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ (ADAS) ที่ซับซ้อนสูง ถ้าเซนเซอร์เกิดความเสียหาย ค่าซ่อมอาจสูงกว่ารถยนต์ Luxury EV รุ่นพื้นฐานอีก

การเข้าใจว่าประกันรถ EV แต่ละรุ่นราคาไม่เท่ากันเพราะอะไร จะช่วยให้คนที่กำลังหารถใหม่สามารถประเมินค่าใช้จ่ายตลอดการใช้งานได้แม่นยำขึ้น การเลือกซื้อรถที่มียอดจำหน่ายสูงในตลาดจะได้เปรียบเรื่องเบี้ยประกันที่เสถียรกว่า เนื่องจากมีฐานข้อมูลการเคลมที่ชัดเจนกว่านั่นเอง

5 เคล็ดลับเลือกประกันรถ EV ให้คุ้มค่า พร้อมรับความคุ้มครองครบจบที่เดียว

เพื่อให้ได้ประกันที่คุ้มค่าในราคาเหมาะสม ลองมาเช็กสิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจเลือกประกันรถยนต์ EV

  1. ตรวจสอบความคุ้มครองเครื่องชาร์จ (Wallbox) ประกันที่ดีควรครอบคลุมความเสียหายของที่ชาร์จทั้งในและนอกสถานที่
  2. ระบุชื่อผู้ขับขี่ สำหรับรถ EV ที่ราคาเบี้ยค่อนข้างสูง การระบุชื่อผู้ขับขี่ (สูงสุด 2 คน) สามารถช่วยลดเบี้ยประกันลงได้ 5 – 20%
  3. เลือกซ่อมห้างในช่วง 3 ปีแรก เพื่อการันตีว่าจะได้อะไหล่แท้และซอฟต์แวร์เวอร์ชันล่าสุด
  4. เช็กสิทธิพิเศษด้านบริการลากรถ เนื่องจากรถ EV ไม่สามารถลากแบบปกติได้ ควรเลือกประกันที่มีรถสไลด์พื้นเรียบให้บริการด้วย
  5. เปรียบเทียบเบี้ยผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ วิธีที่เร็วที่สุดคือการใช้โบรกเกอร์ออนไลน์อย่าง heygoody ที่รวมแผนประกันจากบริษัทชั้นนำมาให้เช็กได้ทันที

เลือกประกันรถ EV อย่างไรให้สบายใจและได้ราคาดี

ราคาประกันรถ EV ไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา แต่เป็นเรื่องข้อมูลและสถิติ การเข้าใจปัจจัยต่างๆ จะช่วยให้ไม่ตกใจ ถ้าเห็นราคาเบี้ยประกันที่แตกต่างกันในแต่ละรุ่น และที่สำคัญที่สุดคือการเลือกซื้อผ่านช่องทางที่เชื่อถือได้ โปร่งใส ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง!

สำหรับใครที่เพิ่งออกรถยนต์ EV หรือกำลังอยากต่ออายุประกันภัย ลองแวะไปที่เว็บไซต์ heygoody โบรกเกอร์ประกันออนไลน์ มั่นใจได้กับประสบการณ์ด้านประกันภัยกว่า 10 ปี โดยเงินติดล้อ มีเลขที่ใบอนุญาตประกันวินาศภัยถูกต้องจาก คปภ. ให้เปรียบเทียบแผนประกันรถ EV ได้ด้วยตัวเองตลอด 24 ชั่วโมง สะดวก รวดเร็ว และที่สำคัญคือให้มีอิสระดูข้อมูลและตัดสินใจเองได้เต็มที่!

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Thaiger

The Thaiger นำเสนอข่าวสารล่าสุดและอัปเดตจากทั่วประเทศไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button