เตือนภัย! ศูนย์ ACSC เผยแก๊งคอลฯ ทำคนไทยเสียหายพุ่ง 541 ล้าน เพียงสัปดาห์เดียว

ศูนย์ ACSC เผยสถิติภัยออนไลน์ สัปดาห์เดียวเสียหายพุ่ง 541 ล้านบาท เตือนกลโกง หลอกหารายได้พิเศษ ครองแชมป์ดูดเงินสูงสุด
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ได้เปิดเผยสถิติคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่น่าตกใจในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมกราคม (25-31 ม.ค. 69) พบว่ามีประชาชนแจ้งความร้องทุกข์ผ่านระบบ Thaipoliceonline สูงถึง 7,550 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 541,362,327 บาท หรือเฉลี่ยเสียหายวันละประมาณ 77.33 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขความเสียหายนี้พุ่งสูงขึ้นกว่าสัปดาห์ก่อนหน้าถึง 18.56% แม้จำนวนคดีจะเพิ่มขึ้นเพียง 5.18% ก็ตาม สะท้อนให้เห็นว่ามิจฉาชีพเร่งทำยอดในช่วงสิ้นเดือนและเหยื่อแต่ละรายสูญเสียเงินจำนวนมากขึ้น
3 อันดับภัยออนไลน์ที่คนไทยตกเป็นเหยื่อมากที่สุด
- อันดับ 1 หลอกซื้อขายสินค้าออนไลน์ (69.1%) ครองสัดส่วนสูงสุด สะท้อนว่าเป็นภัยใกล้ตัวที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุด
- อันดับ 2 หลอกให้โอนเงินเพื่อหารายได้พิเศษ
- อันดับ 3 การข่มขู่ทางโทรศัพท์ (Call Center)
3 อันดับภัยออนไลน์ที่สร้างความเสียหายสูงสุด
- อันดับ 1 หลอกให้โอนเงินเพื่อหารายได้พิเศษ แซงหน้าขึ้นมาสร้างความเสียหายมหาศาล โดยมิจฉาชีพใช้ความต้องการรายได้เสริมเป็นจุดอ่อน
- อันดับ 2 การข่มขู่ทางโทรศัพท์
- อันดับ 3 หลอกให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์
ทางศูนย์ ACSC ได้ฝากเตือนภัยประชาชนให้ระมัดระวังกลโกงหลอกให้โอนเงินเพื่อหารายได้พิเศษเป็นพิเศษ โดยมิจฉาชีพมักจะชักชวนทำงานง่ายๆ อ้างผลตอบแทนสูง เริ่มต้นให้โอนเงินหลักสิบหลักร้อยแลกค่าคอมมิชชั่น และให้ถอนเงินได้จริงเพื่อตายใจ จากนั้นจะหลอกให้โอนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเมื่อเหยื่อต้องการถอนเงินก้อนใหญ่ จะอ้างสารพัดเหตุผลว่าทำผิดเงื่อนไขและให้โอนเงินปลดล็อกระบบ จนสุดท้ายเหยื่อสูญเงินจนหมดตัว ดังนั้น หากพบพฤติกรรมเช่นนี้ “ให้มีสติ ไม่เชื่อ ไม่โอน” และตรวจสอบข้อมูลให้ดี หรือโทรปรึกษาสายด่วน AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเข้าช่วยเหลือและระงับการโอนเงินของผู้เสียหายได้ทันท่วงทีจำนวน 34 ราย คิดเป็นเงินกว่า 4.8 ล้านบาท ตัวอย่างเคสที่น่าสนใจ เช่น การช่วยเหลือหญิงวัย 45 ปี ที่ถูกหลอกให้ทำภารกิจขายสินค้าแบรนด์เนม สูญเงินกว่า 7 แสนบาท และชายวัย 68 ปี ที่ถูกหลอกลงทุนผ่านไลน์ สูญเงินกว่า 4 แสนบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เร่งประสานอายัดบัญชีและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร่งด่วน
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- “Trip.com” สั่งระงับความร่วมมือท่องเที่ยวกัมพูชา หลังมีความกังวลเรื่องเหตุปะทะชายแดน-แก๊งคอลเซ็นเตอร์
- ย้อนคำทำนาย ทักษิณ ตึก 25 ชั้นปอยเปตที่ถูกโดรนบอมบ์ คือรังแก๊งคอลฯ ที่เคยถูกชี้เป้าเมื่อปีก่อน
- ช่างแต่งหน้าดัง ถูกแก๊งคอลเซนเตอร์หลอกหมดตัว ก่อนจบชีวิตตนเอง
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



