ข่าวต่างประเทศ

เปิดอาวุธลับ สหรัฐใช้ลักพาตัว มาดูโร ทหารเผย หัวจะระเบิด เลือดกำเดาไหล

ปริศนา Discombobulator อาวุธลับสหรัฐฯ ชิงตัว มาดูโร ทรัมป์โวทำระบบพัง-คนน็อค ผู้เชี่ยวชาญคาดเป็น "คลื่นไมโครเวฟ" ผสมสงครามไซเบอร์

เจาะลึกปริศนา “Discombobulator” อาวุธลับ ที่สหรัฐใช้ลักพาตัวประธานาธิบดีเวเนซุเอลา

วันที่ 3 มกราคม 2569 โลกต้องจารึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ กองกำลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ บุกชิงตัว นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา กับภริยา ซิเลีย ฟลอเรส ออกจากใจกลางป้อมปราการในกรุงคารากัส ทิ้งไว้เพียงคำถามตัวโตๆ ว่า สหรัฐฯ เจาะผ่านระบบป้องกันอันแน่นหนาเข้าไปได้อย่างไร?

คำตอบอาจอยู่ที่สิ่งที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลุดปากเรียกว่า “The Discombobulator” หรือ “เจ้าตัวปั่นป่วน” อาวุธลับที่เขาอ้างว่าทำให้ข้าวของเครื่องใช้หยุดทำงาน

ไทยเกอร์จะพาคุณไปไขรหัสว่า แท้จริงแล้วมันคืออาวุธไซไฟ หรือเป็นเพียงเทคโนโลยีสงครามยุคใหม่ที่เราคาดไม่ถึง

Federal law enforcement personnel stand watch outside the Metropolitan Detention Center as they await the arrival of captured Venezuelan President Nicolas Maduro, Saturday, Jan. 3, 2026, in New York. (AP Photo/Yuki Iwamura)

คำสารภาพจากทหารหน่วยหน้า เลือดทะลัก เสียงในหัว

รัฐมนตรีกลาโหม วลาดิเมียร์ ปาดริโน โลเปซ ฝ่ายเวเนซุเอลา ได้ออกมาประณามว่า สหรัฐฯ ใช้ประเทศของเขาเป็นห้องทดลองอาวุธ เพื่อทดสอบเทคโนโลยีทางการทหารขั้นสูงและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ไม่เคยถูกใช้ในสนามรบใดมาก่อน

ผลจากปฏิบัติการ ทำให้ทหารเวเนซุเอลาเสียชีวิต 47 นาย ทหารคิวบาที่ทำหน้าที่อารักขาเสียชีวิตอีก 32 นาย

สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวคือคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในเหตุการณ์ ที่ถูกนำมาเปิดเผย (และรีโพสต์โดยโฆษกทำเนียบขาว) ระบุถึงความทรมานที่เกิดขึ้นว่า

“จู่ๆ ผมก็รู้สึกเหมือนหัวจะระเบิดจากข้างใน พวกเราทุกคนเริ่มมีเลือดกำเดาไหล บางคนอาเจียนออกมาเป็นเลือด จากนั้นก็ล้มลงไปกองกับพื้น ขยับตัวไม่ได้”

ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า นี่คือผลของ “อาวุธคลื่นเสียง” (Sonic Weapon) ที่สหรัฐฯ ใช้จัดการกับทหารองครักษ์คิวบาในพื้นที่ที่มีการป้องกันหนาแน่น

ถอดรหัส “Discombobulator” ทรัมป์พูดไม่ตรงกับหลักวิทยาศาสตร์

แม้ทรัมป์จะเรียกมันว่าอาวุธคลื่นเสียงที่ทำให้อุปกรณ์พัง แต่ เอไลจาห์ แมกเนียร์ นักวิเคราะห์ด้านการทหารชื่อดังแห่งกรุงบรัสเซลส์ ชี้ให้เห็นถึงความย้อนแย้งของข้อมูล เพราะในทางเทคนิคแล้ว อาวุธที่ใช้กับคนและเครื่องจักร ทำงานต่างกันโดยสิ้นเชิง

A. อาวุธเล่นงานคนหากพิจารณาจากอาการหัวจะระเบิดสหรัฐฯ มีเทคโนโลยีที่ใกล้เคียงคือ

  • LRAD (Long-Range Acoustic Device)เครื่องยิงคลื่นเสียงระยะไกล ใช้ในการสลายฝูงชนหรือไล่โจรสลัด หากเปิดความถี่สูงจะทำให้เกิดอาการปวดหู เวียนศีรษะ คลื่นไส้ และแก้วหูเสียหายได้

  • ADS (Active Denial System) หรือที่มักเข้าใจผิดว่าเป็นอาวุธเสียง แต่จริงๆ แล้วใช้ “คลื่นมิลลิเมตร” ยิงใส่ผิวหนัง ทำให้รู้สึกร้อนจัดเหมือนถูกไฟลวกจนต้องหนี

B. อาวุธเล่นงานเครื่องจักร แต่ทรัมป์ระบุว่าอาวุธนี้ทำให้ อุปกรณ์หยุดทำงาน ซึ่งอาวุธคลื่นเสียงทำแบบนั้นไม่ได้ สิ่งที่ทำได้คือ

  • CHAMP (High-Power Microwave) ขีปนาวุธไมโครเวฟกำลังสูง ที่สามารถยิงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเข้าไปทำลายวงจรอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ และระบบสื่อสาร ให้ “น็อค” ไปดื้อๆ โดยที่สิ่งปลูกสร้างไม่เสียหาย

  • สงครามอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Warfare – EW) การรบกวนสัญญาณเรดาร์ ตัดขาดการสื่อสาร และหลอกระบบ GPS เพื่อทำให้ศัตรูตาบอดและหูหนวก

ความจริงคืออะไรกันแน่?

แมกเนียร์ ฟันธงว่า คำว่า “Discombobulator” ไม่มีนิยามในตำราการทหาร แต่น่าจะเป็นศัพท์ทางการเมือง ที่ทรัมป์ตั้งขึ้นเองเพื่อเรียกเหมารวมกลุ่มเทคโนโลยี อาวุธที่ไม่ใช้แรงระเบิด มากกว่าจะเป็นอาวุธชนิดเดียว

ฉากทัศน์ที่เป็นไปได้ที่สุดของปฏิบัติการนี้คือ การผสมผสานยุทธวิธี เจาะระบบ ใช้สงครามไซเบอร์และคลื่นไมโครเวฟ (CHAMP/EW) เพื่อปิดระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซียที่เวเนซุเอลาใช้ ทำให้เรดาร์จับสัญญาณไม่ได้ กับจัดการคน อาการเลือดกำเดาไหลและอาเจียนของทหาร ไม่น่าจะเกิดจากอาวุธคลื่นเสียงลึกลับ แต่อาจเกิดจากแรงอัด หรือระเบิดแสง ที่ใช้ในการจู่โจมระยะประชิด

ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย สงครามคือสนามทดลอง

ข้อกล่าวหาของเวเนซุเอลาที่ว่าสหรัฐฯ ใช้สงครามเป็นที่ลองของนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ แมกเนียร์ระบุว่า มหาอำนาจมักใช้อาวุธใหม่ในสงครามจริงเสมอ เช่น สงครามอ่าว (1991) เปิดตัวระเบิดนำวิถีและเครื่องบินสเตลธ์ อิหร่าน (2009) ปฏิบัติการ Stuxnet ซึ่งเป็นการใช้อาวุธไซเบอร์เชิงกายภาพครั้งแรก เพื่อทำลายเครื่องหมุนเหวี่ยงนิวเคลียร์ อัฟกานิสถาน (2017) ทิ้งระเบิด MOAB หรือ แม่แห่งระเบิดทั้งปวง ถล่มอุโมงค์

ที่น่าสนใจคือ สหรัฐฯ เองก็เคยเป็นผู้ร้องเรียนเรื่องอาวุธปริศนามาก่อน ในกรณี “Havana Syndrome” เมื่อปี 2017 ที่นักการทูตสหรัฐฯ ในคิวบาเกิดอาการหูดับและปวดศีรษะ โดยสหรัฐฯ กล่าวหาว่าโดนโจมตีด้วยคลื่นเสียง

สรุปแล้ว Discombobulator อาจเป็นเพียงชื่อเล่นที่ทรัมป์ตั้งให้กับแสนยานุภาพทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มองไม่เห็น แต่ผลลัพธ์ของมันชัดเจน: มันสามารถทำให้ป้อมปราการกลายเป็นอัมพาต และเปลี่ยนสมรภูมิรบให้กลายเป็นเขตแดนที่ไร้การควบคุม ได้ในพริบตา โดยไม่ต้องยิงกระสุนใหญ่แม้แต่นัดเดียว

ส่องเงินเดือน “นิโคลัส มาดูโร” ปธน.เวเนซุเอลา ได้เดือนละเท่าไหร่?

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Aindravudh

นักเขียนประจำ Thaiger มีประสบการณ์เขียนข่าวมากกว่า 5 ปี จบการศึกษาด้านภาษาและประวัติศาสตร์ จากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความสนใจ ประเด็นความเคลื่อนไหวทางสังคมและการเมือง เจาะประเด็นข่าวทางสังคม ด้วยกลวิธีการเล่าเรื่องแบบย่อยง่าย อย่างงานเขียนสร้างสรรค์ สั้น กระชับ จับทุกประเด็น หัวข้อที่เชียวชาญคือเรื่องไลฟ์สไตล์ เลขเด็ด หวยรัฐบาลไทย หวยลาว ช่องทางติดต่อ vajara@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button