ไม่รอด! ศาลยืนจำคุก เจ๋ง ดอกจิก 5 ปี 4 เดือน คดีนปช.ชุมนุมปี 53
ศาลฎีกายืนจำคุก เจ๋ง ดอกจิก 5 ปี 4 เดือน คดี นปช.ชุมนุมปี 2553 ศาลออกหมายขัง ควบคุมตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ
วันที่ 20 ม.ค.2569 ที่ศาลอาญา การนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาครั้งที่ 2 คดีแนวร่วมนปช.ก่อการร้าย หมายเลขดำอ.2542/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ฟ้องนายวีระ หรือวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการนปช. กับพวกรวม 24 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย มั่วสุมสร้างความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ
กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 28 ก.พ. – 20 พ.ค.2553 พวกจำเลยได้ยุยงปลุกปั่นประชาชนให้เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช.ต่อเนื่อง เพื่อกดดันต่อต้านรัฐบาลและบังคับขู่เข็ญ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น) ประกาศยุบสภาให้มีการเลือกตั้งใหม่ อ้างว่านายอภิสิทธิ์ มาเป็นนายกฯ โดยมิชอบและให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2550 รวมทั้งร่วมกันจัดการชุมนุมที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศและบริเวณแยกราชประสงค์ เดินขบวนไปปิดล้อมสถานที่ต่างๆ ด้วยใช้อาวุธเครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ยิงใส่บ้านพักประชาชน สะสมกำลังพลและอาวุธสงครามร้ายแรง มีการฝึกกำลังคนและฝึกการใช้อาวุธเพื่อการก่อการร้าย
จำเลยทุกคนให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ส่วนใหญ่ได้รับการประกันตัว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยทุกคน อัยการโจทก์ยื่นอุทธรณ์ ขอให้ลงโทษพวกจำเลยตามความผิดด้วย
ต่อมาวันที่ 9 ม.ค.2566 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำคุกนายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก จำเลยที่ 7 รวม 8 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 5 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา ส่วนนายสุขเสก หรือสุข พลตื้อ จำเลยที่ 12 ให้จำคุกตลอดชีวิต สำหรับจำเลยอื่นพิพากษายกฟ้องตามศาลชั้นต้น
จำเลยที่ 7 และจำเลยที่ 12 ยื่นฎีกา ต่อมาวันที่ 16 ธ.ค.2568 ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาครั้งแรก อย่างไรก็ตาม ทนายความของนายยศวริศ จำเลยที่ 7 ยื่นคำร้องพร้อมใบรับรองแพทย์ แสดงอาการป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบและภาพการรักษาตัวที่โรงพยาบาล จึงขอเลื่อนฟังคำพิพากษาฎีกาออกไปก่อน 30 วัน
โดยในวันนี้ (20 ม.ค.) ก่อนอ่านคำพิพากษา ลูกสาวของนายยศวริศ จำเลยที่ 7 ในฐานะนายประกัน แถลงต่อศาลว่า เนื่องจากจำเลยที่ 7 มีอาการป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบ รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจึงขอเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาไปอีก 1 นัด
ศาลเห็นว่าให้เลื่อนนัดพิพากษามาแล้วครั้งหนึ่ง นัดนี้จึงให้ตามตัวจำเลยมา มิฉะนั้นจะออกหมายจับและปรับนายประกัน
ด้านลูกสาวนายยศวริศ จึงโทรศัพท์ประสานบิดาให้เดินทางจากโรงพยาบาลมาด้วยรถแท็กซี่สาธารณะ โดยนายยศวริศต้องนั่งรถเข็นขึ้นมาที่ห้องพิจารณาคดี ในสภาพที่มีผ้าก๊อซปิด สายน้ำเกลือที่แขนข้างซ้าย และยังคงผูกป้ายชื่อผู้ป่วยไว้ที่ข้อมือ ในสภาพอิดโรย
นายยศวริศแถลงต่อศาลว่า อยากขอเลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาไปอีก 1 นัด เป็นเวลา 30 วัน เนื่องจากเกรงว่าหากอาการป่วยไปกำเริบภายในเรือนจำ จะทำให้การรักษาตัวยากลำบาก อาจถึงขั้นเสียชีวิต ทางผู้พิพากษาได้ไปปรึกษาผู้บริหารของศาลอาญา ก่อนมีความเห็นว่า ต้องอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาตามระเบียบ
ศาลฎีกาประชุมปรึกษาหารือแล้วเห็นว่า ความผิดฐานข่มขืนใจผู้อื่นตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป โดยจำเลยที่ 7 กับพวกมีเจตนาทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ทหารในที่เกิดเหตุ กระทำการข่มขืนจิตใจให้กลัวว่า จะเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน แตกต่างจากการร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำหลายกรรมต่างกัน ฎีกาของจำเลยที่ 7 และจำเลยที่ 12 ฟังไม่ขึ้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ให้พิพากษายืน
ต่อมา ศาลออกหมายขังและให้เจ้าหน้าที่นำตัวทั้ง 2 ไปควบคุมตัวไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯต่อไป.

อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ศาลเลื่อนอ่านฎีกาคดีนปช. เหตุอาการป่วย เจ๋ง ดอกจิก นัดใหม่อีกครั้ง 20 ม.ค.69
- ศาลให้ประกัน ศรีสุวรรณ-เจ๋ง ดอกจิก คนละ 6 แสน ยันสู้ต่อตามกฎหมาย
- ศาลพิพากษาจำคุก 4 ปี 4 เดือน แกนนำ นปช. ชุมนุมไล่อภิสิทธิ์
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





