ข่าว

พบศพหญิงนอนพิงกำแพงเสียชีวิต กลางอุทยานประวัติศาสตร์อยุธยา

พบศพหญิงนอนพิงกำแพงเสียชีวิต กลางอุทยานประวัติศาสตร์อยุธยา พบจดหมายสั่งเสียญาติ ด้านครอบครัวเล่าผู้ตายเป็นหนี้และป่วยโรคประจำตัว

พ.ต.ต.ลภัสกฤตา ธาระเลิศ สว. (สอบสวน) สภ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเหตุพบหญิงเสียชีวิตภายในอุทยานประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยา หมู่ 9 ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงรีบประสานเจ้าหน้าที่และกู้ภัยลงพื้นที่ตรวสอบจุดเกิดเหตุ

เมื่อไปถึงพบศพหญิงสาวนอนพิงกำแพงโบราณสถาน สภาพศพแขนซ้ายมีบาดแผลถูกของมีคมกรีด ตรวจสอบภายในกระเป๋าพบบัตรประชาชนระบุชื่อ น.ส.กัญญณัช อายุ 51 ปี นอกจากนี้ ยังพบบัตรประกันชีวิต มีดคัตเตอร์ ยาประจำตัว ตั๋วบัตรเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์ระบุวันที่ 18 ม.ค.69 และจดหมายเขียนด้วยลายมือของผู้เสียชีวิต มีข้อความสั่งเสียให้ญาตินำจักรเย็บผ้าหลายตัวของผู้ตายไปขายเพื่อนำเงินไปใช้หนี้ พร้อมระบุชื่อและเบอร์โทรศัพท์ญาติผู้ติดต่อ เจ้าหน้าที่ได้กั้นเชือกห้ามผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าในพื้นที่ เพื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียด

จากการสอบถาม นายอุรกฤษฎ์ มีชูสิน ผู้ดูแลโบราณสถาน ให้การว่า ตนเข้าเวรตั้งแต่ช่วงกลางคืน และเดินตรวจตราความเรียบร้อยบริเวณดังกล่าวในช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืน ไม่พบสิ่งผิดปกติ กระทั่งช่วงเช้าประมาณ 06.00 น. ได้เข้าตรวจสอบอีกครั้ง พบหญิงนอนพิงกำแพงโบราณสถานในลักษณะเสียชีวิตแล้ว จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

ต่อมาพนักงานสอบสวนได้โทรศัพท์ติดต่อญาติผู้เสียชีวิตตามเบอร์ที่ระบุไว้ ทราบว่าเป็นหลานสาว ซึ่งให้ข้อมูลว่า ผู้เสียชีวิตมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับโรคไต มีอาชีพเปิดร้านเย็บผ้าอยู่ย่านมีนบุรี กรุงเทพมหานคร และเคยโทรศัพท์มาระบายปัญหาเรื่องหนี้สิน พร้อมทั้งบอกไว้ก่อนหน้านี้ว่าหากเกิดอะไรขึ้น ให้ญาตินำจักรเย็บผ้าที่มีอยู่ไปขายเพื่อนำเงินไปใช้หนี้ อีกทั้งผู้เสียชีวิตเคยแจ้งว่าจะเดินทางมาไหว้พระและท่องเที่ยวที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนจะมาทราบข่าวว่าได้ก่อเหตุทำร้ายตนเองจนเสียชีวิต

ด้านแพทย์เวรโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ร่วมชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น พบว่าผู้เสียชีวิตใช้เชือกรัดบริเวณท่อนแขนซ้าย ก่อนใช้มีดคัตเตอร์กรีดเส้นเลือด ทำให้เสียเลือดมากจนเสียชีวิต คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 7–8 ชั่วโมง พนักงานสอบสวนได้บันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน พร้อมสั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง เพื่อหาช่วงเวลาที่ผู้เสียชีวิตเข้ามาอยู่ในพื้นที่ก่อนเกิดเหตุ ขณะเดียวกันได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู นำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จังหวัดปทุมธานี เพื่อดำเนินการตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Nateetorn S.

ทำงานกับ Thaiger มาตั้งแต่ปี 2020 จบการศึกษาจากคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสคร์ เคยทำงานกับสถานีโทรทัศน์อันดับ 1 ของประเทศ ทำให้มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญ เจาะประเด็นข่าวการเมืองอาชญากรรม ข่าวแปลกๆ เรื่องน่าสนใจจากต่างประเทศ ช่องทางติดต่อ tee@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button