10 ขั้นตอน เลือกตั้ง สส.-ประชามติ 2569 อ่านก่อนเข้าคูหา ครบจบในที่เดียว

เปิดคู่มือ 10 ขั้นตอนเลือกตั้ง สส.-ออกเสียงประชามติ เตรียมเอกสารอะไรบ้าง บัตรหมดอายุใช้ได้ไหม เช็กวิธีลงทะเบียนล่วงหน้าก่อน 5 ม.ค. นี้
สำหรับวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จะเป็นวันสำคัญที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ควบคู่ไปกับการออกเสียงประชามติ โดยผู้ที่ประสงค์จะใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า หรืออยู่นอกเขตและนอกราชอาณาจักร ต้องรีบลงทะเบียนภายในวันที่ 5 มกราคม 2569 เท่านั้น ส่วนวันเลือกตั้งล่วงหน้ากำหนดเป็นวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สถานที่ที่ได้ลงทะเบียนไว้ ส่วนขั้นตอนการใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ มีดังต่อไปนี้
ขั้นตอนการใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.
ขั้นตอนที่ 1 : ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ
- ตรวจสอบรายชื่อจากบัญชีรายชื่อที่ปิดประกาศไว้หน้าที่เลือกตั้ง ซึ่งจะมี 2 ชุด คือ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ
- บริเวณป้ายหน้าที่เลือกตั้งจะมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก ในการช่วยตรวจสอบ และแจ้งลำดับที่ให้ทราบ
ขั้นตอนที่ 2 : เตรียมตัวก่อนเข้าคูหา
- จำลำดับที่ของตนเอง หมายเลขผู้สมัครแบบแบ่งเขต และหมายเลขพรรคการเมืองที่จะเลือก
- เตรียมหลักฐานแสดงตน เช่น บัตรประชาชน (หมดอายุก็ใช้ได้) บัตรหรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐ ออกให้ที่มีรูปถ่ายและมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ของผู้ถือบัตรที่ ยังไม่หมดอายุ หรือ แอปพลิเคชัน ได้แก่ ThaiD DLT QRLICENCE และบัตรคนพิการ
ขั้นตอนที่ 3 : แสดงตนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.
- ยื่นหลักฐานแสดงตนและบอกลำดับที่ ต่อกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง
- ลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือ ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส.
ขั้นตอนที่ 4 : รับบัตรเลือกตั้ง สส. และลงลายมือชื่อ ที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง
- ลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้งทั้ง 2 ประเภท
- รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือ แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (เลือกคน) และ แบบบัญชีรายชื่อ (เลือกพรรค) พร้อมรับหลักฐานแสดงตนคืน
ขั้นตอนที่ 5 : เข้าคูหาลงคะแนนเลือกตั้ง สส.
- เข้าคูหาลงคะแนนและทำเครื่องหมายกากบาท (X) ลงในช่องทำเครื่องหมายในบัตรทั้ง 2 ใบ โดยบัตรแบบแบ่งเขตเลือกผู้สมัครได้เพียง 1 คน เท่านั้น ส่วนบัตรแบบบัญชีรายชื่อเลือกพรรคการเมือง ได้เพียงพรรคการเมืองเดียว
- หากไม่ประสงค์เลือกใคร ให้ทำเครื่องหมายกากบาทลงในช่อง “ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด” หากไม่ประสงค์เลือกพรรคใด ให้ทำเครื่องหมายกากบาท ลงในช่อง “ไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด”
- พับบัตรเลือกตั้งตามรอยพับแล้วออกจากคูหา
ขั้นตอนที่ 6 : หย่อนบัตรเลือกตั้ง สส. ลงหีบบัตรเลือกตั้ง
- นำบัตรเลือกตั้งที่พับแล้ว หย่อนลงในหีบบัตรเลือกตั้งแต่ละประเภทให้ถูกต้องด้วยตนเอง

ขั้นตอนและกระบวนการออกเสียงประชามติ
ขั้นตอนที่ 7 : แสดงตนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติ
- หลังจากหย่อนบัตรเลือกตั้ง สส. เสร็จแล้ว ให้เดินไปยังจุดถัดไปในที่เลือกตั้งเดียวกัน เพื่อขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติ
- ยื่นหลักฐานแสดงตน และบอกลำดับที่ ตามบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ
- ลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ
ขั้นตอนที่ 8 : รับบัตรออกเสียงประชามติและลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรออกเสียงประชามติ
- ลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรออกเสียงประชามติ
- รับบัตรออกเสียงประชามติ 1 ใบ พร้อมรับหลักฐานแสดงตนคืน
ขั้นตอนที่ 9 : เข้าคูหาออกเสียงประชามติ
- เข้าคูหาและทำเครื่องหมายกากบาท (X) ลงในช่องทำเครื่องหมายเพียงช่องเดียว “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” หรือ “ไม่แสดงความคิดเห็น”
- พับบัตรออกเสียงประชามติตามรอยพับให้เรียบร้อย แล้วออกจากคูหา
ขั้นตอนที่ 10 : หย่อนบัตรประชามติและออกจากที่เลือกตั้ง
- นำบัตรออกเสียงประชามติที่พับแล้ว หย่อนลงในหีบบัตรออกเสียงประชามติด้วยตนเอง และเดินออกจากที่เลือกตั้งตามทางออกที่กำหนด
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- รีบเช็ก! วันสุดท้ายลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า-ประชามตินอกเขต 2569
- ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 2569 ไม่ทัน ทําอย่างไร ถ้ายังไม่อยากเสียสิทธิ
- “พิธา” เสนอ กกต. ขยายวันลงทะเบียนเลือกตั้ง-ประชามตินอกราชอาณาจักร
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





