สรุปสาเหตุ สหรัฐจับกุมมาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา ทำไมต้องปฏิบัติการทลายข้ามประเทศ
ข่าวใหญ่สะเทือนโลกเพียงชั่วข้ามคืน หลังสหรัฐอเมริกาเปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ บุกจับกุม นิโคลัส มาดูโร (Nicolás Maduro) ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการตั้งค่าหัวรางวัลนำจับสูงถึง 50 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.7 พันล้านบาท มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม
สำหรับคนไทยที่ไม่ได้ติดตามการเมืองละตินอเมริกามาก่อน อาจสงสัยว่าทำไม “ลุงทรัมป์” ถึงต้องลงทุนลงแรงขนาดนี้ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องยาเสพติดอย่างที่ประกาศหน้าฉาก แต่มันคือเดิมพันหมากกระดานใหญ่ของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ สมัยที่ 2
ฉากหน้า vs ความจริง ข้ออ้างในการบุกเวเนซูเอล่า
สหรัฐฯ อ้างความชอบธรรมในการส่งเรือรบและกองกำลังเข้าไปปิดล้อมชายฝั่งเวเนซุเอลาในนามของ “การปราบปรามยาเสพติดและการก่อการร้าย”
แต่วาระซ่อนเร้น ทำเนียบขาวมองว่าการกำจัดมาดูโร คือเป้าหมายสูงสุดมาโดยตลอด อ้างอิงจากความไม่ชอบธรรมในการเลือกตั้งปี 2018 แม้แพ้เลือกตั้ง แต่ก็ใช้อำนาจทุจริตจนได้เป็นรัฐบาล คดีความต่างๆ ที่สหรัฐฯ สั่งฟ้องเขาไว้ เพื่อเปลี่ยนสถานะจากผู้นำประเทศให้กลายเป็นผู้ร้ายข้ามแดน

เจาะลึก 6 ชนวนเหตุ ทำให้สหรัฐจับมาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซูเอลา
1. ศัตรูหมายเลข 1 ของภูมิภาค
ในสายตาของรัฐบาลทรัมป์ มาดูโรไม่ได้เป็นแค่ผู้นำแย่ๆ คนหนึ่ง แต่เขาคือหัวโจกของแกนนำสังคมนิยมในทวีปอเมริกา ที่คอยอุ้มชูพันธมิตรอย่างคิวบากับนิการากัว ความขัดแย้งจึงเป็นเรื่องของอุดมการณ์พอๆ กับเรื่องอาชญากรรม ถึงขนาดที่ทรัมป์เคยขู่ประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตร ของโคลอมเบียว่าให้ระวังตัวไว้ให้ดี หากยังปล่อยให้โคเคนไหลเข้าสหรัฐฯ
2. พ่อค้ายาเสพติดระดับชาติ
ข้อกล่าวหาที่หนักที่สุดคือ สหรัฐฯ เชื่อว่าเวเนซุเอลาภายใต้มาดูโร ทำตัวเป็นรัฐค้ายา ให้การสนับสนุนแก๊งอาชญากรรมชื่อดังอย่าง Tren de Aragua และ Sinaloa Cartel ทรัมป์กล่าวหาว่ามาดูโรจงใจส่งสมาชิกแก๊งเหล่านี้เข้าไปในสหรัฐฯ แม้หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ จะเคยแย้งว่ามาดูโรอาจไม่ได้คุมแก๊ง Tren de Aragua ได้เบ็ดเสร็จ แต่ข้อหาเรื่องยาเสพติดนี้แหละที่เป็น ใบเบิกทางให้กองทัพสหรัฐฯ เข้าโจมตีเรือขนยาและนำไปสู่การตั้งค่าหัว
3. ขุมทรัพย์น้ำมัน
เวเนซุเอลาคือประเทศที่มี “น้ำมันสำรองมากที่สุดในโลก” แต่ทรัมป์มองว่าทรัพยากรเหล่านี้ถูกขโมย ไปจากการยึดกิจการ บริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ ในอดีต การโค่นมาดูโรครั้งนี้ มาพร้อมคำสัญญาของทรัมป์ว่าจะเข้าไปฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของเวเนซุเอลา และนำเงินมาชดเชยให้บริษัทสหรัฐฯ ที่เคยเสียผลประโยชน์ไป

4. วิกฤตผู้อพยพ
ความล้มเหลวทางเศรษฐกิจและการปราบปรามประชาชนของมาดูโร ทำให้ชาวเวเนซุเอลากว่า 8 ล้านคน ต้องหนีตายออกนอกประเทศ กลายเป็นคลื่นการอพยพครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ภูมิภาคนี้ ปัญหานี้กลายเป็นปัญหาของสหรัฐฯ โดยตรง เมื่อผู้อพยพหลั่งไหลไปที่ชายแดน ซึ่งขัดกับนโยบายหลักของทรัมป์ที่ต้องการปิดกั้นผู้อพยพ การแก้ปัญหาที่ต้นตอ คือตัวมาดูโร จึงเป็นทางออกที่ทรัมป์เลือก
5. ท่อน้ำเลี้ยงจากทองคำ
นอกจากน้ำมัน เวเนซุเอลายังมีทองคำมหาศาล สหรัฐฯ เชื่อว่ามาดูโรใช้ทองคำเหล่านี้เป็นเครื่องมือในการฟอกเงิน ซื้ออาวุธ เชื้อเพลิง และใช้เป็นเงินสดเพื่อหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร ของสหรัฐฯ มาอย่างยาวนาน
6. เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด
เวเนซุเอลาเป็นฐานที่มั่นสำคัญของศัตรูของสหรัฐฯ ในหลังบ้านตัวเองจีน ลูกค้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุด อิหร่าน & ฮิซบอลเลาะห์ จับมือกันแน่นแฟ้นภายใต้ธงต่อต้านนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ รัสเซีย พันธมิตรเก่าแก่ที่คอยหนุนหลัง การบุกจับมาดูโร จึงเท่ากับการส่งสัญญาณเตือนไปยังมหาอำนาจเหล่านี้ว่า “อย่ามายุ่งกับภูมิภาคนี้”
ปฏิบัติการจับกุมมาดูโร ไม่ได้เกิดขึ้นแบบสายฟ้าแลบ แต่เป็นการเช็คบิลที่สะสมมานานจากทั้งปัญหา ยาเสพติด, น้ำมัน, ผู้อพยพ และเกมอำนาจโลก เมื่อทรัมป์กลับมามีอำนาจอีกครั้งในปี 2025 ชะตาของมาดูโรจึงขาดสะบั้นลงในที่สุด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เปิดภาพแรก มาดูโร นำตัวถึงนิวยอร์ก ดำเนินคดียาเสพติด-ก่อการร้าย
- ด่วน! “ทรัมป์” ประกาศคุมตัว “ปธน.มาดูโร” หลังเปิดฉากยิงถล่มเวเนซุเอลา
- ศาลเวเนฯ สั่งจำคุกหมอ 30 ปี เซ่นแชตวิจารณ์รัฐบาล มาดูโร ผ่านโซเชียลมีเดีย
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





