โป๊ะแตกสนั่น TikTok “เภสัชเก๊” รีบขอโทษ หลังสภาเภสัชฯ แท็กทีม อย. จ่อลงดาบ

สภาเภสัชฯ แท็กทีม อย. เตรียมลงดาบ “เภสัชเก๊” หลังสร้างคอนเทนต์หลอกคนเชื่อ ปักตะกร้าขายอาหารเสริมรัวๆ แฉพฤติกรรมสุดเฟียสไล่ฟาดเภสัชตัวจริง ก่อนปิดฉากด้วยคลิปไหว้สวยขอโทษสังคมเพราะกลัวคุก 3 ปี
กลายเป็นประเด็นที่คนวงการสาธารณสุขและชาวเน็ตจับตามองอย่างหนัก กับกรณีดาว TikTok ช่อง “เภสัชโมเฮลตี้” ที่สร้างภาพลักษณ์ให้คนเชื่อสนิทใจว่าเป็น “เภสัชกร” ตัวจริง ทั้งสวมชุดกาวน์ ยืนหน้าชั้นวางยา และอ้างชื่อสถาบันดังเพื่อเพิ่มยอดขายอาหารเสริม จนกระทั่ง “ความจริง” ถูกเปิดเผยในที่สุด
หญิงสาวรายนี้ใช้ชื่อช่องว่า “เภสัชโม” และแฮชแท็ก #เภสัชจุฬา ในการนำเสนอคอนเทนต์สุขภาพ โดยระบุโปรไฟล์ว่าจบ “ป.โท เภสัชศาสตร์ จุฬาฯ” ทำให้ประชาชนทั่วไปหลงเชื่อและเข้าไปซื้อสินค้าผ่านตะกร้าใน TikTok เป็นจำนวนมาก โดยหารู้ไม่ว่าการเรียน ป.โท ในคณะเภสัชฯ บางสาขา ไม่ใช่การเรียนเพื่อเป็นเภสัชกร
เมื่อถูกเภสัชกรตัวจริงเข้าไปตักเตือนเรื่องการแอบอ้างวิชาชีพ เธอกลับตอบโต้ด้วยความรุนแรง โดยอ้างว่าตนมีปริญญา 2 ใบ มีประสบการณ์ในโรงงานยา และหาความรู้จากการฟังพอดแคสต์หมอ พร้อมทิ้งท้ายประโยคสุดเดือดว่า “เภสัชตัวจริงจ่ายยาไปค่ะ ส่วนเภสัชตัวปลอมจะปล่อยคอนเทนต์ดีๆ ทุกวัน”
อย่างไรก็ดี เรื่องนี้ทางคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ เมื่อล่าสุดออกแถลงการณ์ชี้ชัดว่า หญิงรายนี้จบหลักสูตร “วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต” ซึ่งไม่มีสิทธิ์ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมตามกฎหมาย โดยสภาเภสัชกรรมย้ำชัด พฤติกรรมนี้เข้าข่ายผิด พ.ร.บ. วิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ. 2537 มาตรา 28 มีโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท

บทสรุป ไหว้สวยรวยกระเช้า แต่เงาตะรางเริ่มชัด
หลังโดนสถาบันและหน่วยงานรัฐจ่อเช็คบิล เจ้าตัวรีบเปลี่ยนชื่อช่องหนีและอัดคลิปยกมือไหว้ขอโทษ ยอมรับว่า “หนูไม่ได้เป็นเภสัชกร” และสัญญาจะปรับปรุงตัว อย่างไรก็ตาม สภาเภสัชกรรมและ อย. ยืนยันว่ากำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีให้เป็นเยี่ยงอย่าง เพราะถือเป็นการหลอกลวงประชาชนในเรื่องความปลอดภัยด้านสุขภาพ.




อ่านข่าวเพิ่มเติม
- สัปเหร่อโพสต์ขอบคุณ จ๊ะ นงผณี ไม่มองข้ามคนข้างหลัง ตอบแทนหลังช่วยส่งพ่ออย่างดี
- สป. สธ. เปิดรับสมัคร เภสัชกร พนักงานราชการ 350 อัตรา ยื่นออนไลน์ 28 เม.ย.นี้
- เปิดเงินเดือน เภสัชกร รายได้กี่บาท เฉลยข้อสงสัย ขายเวร คืออะไร?
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





