
ในยุคที่สภาวะเศรษฐกิจมีความผันผวน การวางแผนการเงินอย่างรอบคอบเป็นสิ่งสำคัญ แต่ในบางครั้งเหตุการณ์ไม่คาดฝันอาจเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน ค่าซ่อมแซมบ้าน หรือการคว้าโอกาสทางธุรกิจที่ผ่านเข้ามาอย่างรวดเร็ว เมื่อเกิดความจำเป็นต้องใช้เงิน การมองหาแหล่งสินเชื่อเงินด่วนแบบถูกกฎหมายจึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย บทความนี้ได้รวบรวมสินเชื่อแบบถูกกฎหมายที่พบได้บ่อย อธิบายลักษณะของแต่ละประเภท เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจอย่างรอบคอบ
5 ประเภทสินเชื่อแบบถูกกฎหมายที่พบได้บ่อย

การขอสินเชื่อในปัจจุบันมีตัวเลือกมากมายเพื่อให้สอดคล้องกับหลักทรัพย์ค้ำประกันและที่มาของรายได้ของผู้กู้แต่ละกลุ่ม ดังนี้
1. สินเชื่อส่วนบุคคล
สินเชื่อส่วนบุคคล เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ได้รับความนิยม โดยมีจุดเด่นคือ ไม่จำเป็นต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน สถาบันการเงินจะพิจารณาการอนุมัติจากประวัติทางการเงินและความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้เป็นหลัก
ในปัจจุบันมีสถาบันการเงินและผู้ให้บริการสินเชื่อที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทยให้เลือกหลากหลายแห่ง ตัวอย่างเช่น CardX กลุ่มธุรกิจทางการเงินในกลุ่ม SCBX ที่ให้บริการด้านบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล โดยมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อบุคคล CardX SPEEDY LOAN ซึ่งเป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเงินก้อนมาหมุนเวียนหรือใช้จ่ายตามความจำเป็น วงเงินอนุมัติสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท หรือไม่เกิน 4 เท่าของรายได้เฉลี่ยต่อเดือน (หากรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 1.5 เท่าของรายได้เฉลี่ยต่อเดือน) ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 72 เดือน และไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือผู้ค้ำประกัน
อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคลจาก CardX คือบัตรกดเงินสด CardX SPEEDY CASH เป็นบัตรกดเงินสดที่ให้วงเงินพร้อมใช้ วงเงินสูงสุด 5 แสนบาท หรือไม่เกิน 4.5 เท่าของรายได้เฉลี่ยต่อเดือน (หากรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 1.5 เท่าของรายได้เฉลี่ยต่อเดือน) สามารถเบิกถอนผ่าน ATM ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ใช้วงเงินก็ไม่เสียดอกเบี้ย เหมาะกับผู้ที่ต้องการสำรองเงินไว้ใช้ยามจำเป็น โดยสามารถสมัครและจัดการบัญชีได้ผ่านแอปพลิเคชัน CardX
นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ชั้นนำอื่น ๆ ที่มักจะมีจุดเด่นและเงื่อนไขแตกต่างกันไปสำหรับผู้ที่สนใจสมัครหรือต้องการเปรียบเทียบรายละเอียดเงื่อนไข อัตราดอกเบี้ย รวมถึงคุณสมบัติผู้สมัครอย่างละเอียด สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของผู้ให้บริการแต่ละแห่งเพื่อเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณมากที่สุด
2. บัตรกดเงินสดและบัตรเครดิต
- บัตรกดเงินสด: เป็นสินเชื่อส่วนบุคคลประเภทหนึ่งที่มาในรูปแบบของบัตร โดยผู้ถือบัตรสามารถเบิกถอนเงินสดจากตู้ ATM ได้ทันทีเมื่อมีความจำเป็นเร่งด่วน การคิดดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นตามจำนวนเงินที่กดออกมาจริงและนับตามจำนวนวันที่ใช้งาน ยกตัวอย่างบัตรกดเงินสด เช่น
- บัตรกดเงินสด CardX SPEEDY CASH ซึ่งเป็นบัตรกดเงินสดที่สมัครโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน มีจุดเด่นคือไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี หากมียอดวงเงินอนุมัติไว้แต่ยังไม่ได้เบิกใช้ก็จะไม่มีภาระดอกเบี้ยเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้ผ่อนสินค้าและบริการ 0% นานสูงสุด 60 เดือน ณ ร้านค้าที่เข้าร่วมรายการ ช่วยให้การจัดการค่าใช้จ่ายเป็นเรื่องที่เบาลงและเหมาะสมกับสภาพคล่องในช่วงเวลานั้น
- บัตรเครดิต: ตอบโจทย์ในด้านการใช้จ่ายแทนเงินสด (Cashless Society) เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการทั้งหน้าร้านและออนไลน์ มีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย ซึ่งหากผู้ถือบัตรชำระคืนเต็มจำนวนตามรอบบิลที่กำหนด ก็จะไม่มีภาระดอกเบี้ยเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับสิทธิประโยชน์ เช่น การสะสมคะแนนแลกของรางวัล เครดิตเงินคืน หรือโปรโมชันการแบ่งชำระ 0% กับร้านค้าพันธมิตร ตัวอย่างผลิตภัณฑ์บัตรเครดิต จาก CardX เช่น
- บัตรเครดิต CardX JCB PLATINUM เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินทาง โดยเฉพาะในแถบเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น หรือเกาหลีใต้ ซึ่งมักจะได้รับเครดิตเงินคืนและส่วนลดจากร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นนำ
- บัตรเครดิต CardX BEYOND และ CardX ULTRA PLATINUM เน้นการสะสมคะแนน POINTX จากยอดการใช้จ่าย เพื่อนำไปแลกรับสิทธิประโยชน์หรือส่วนลดพิเศษในโรงแรมและห้างสรรพสินค้าชั้นนำ
- บัตรเครดิต CardX UP2ME บัตรที่ให้อิสระในการเลือกหมวดไลฟ์สไตล์ที่ตรงใจเพื่อรับคะแนนสะสมเพิ่มพิเศษ พร้อมสิทธิฟรีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพโดยไม่มีเงื่อนไขยอดใช้จ่าย
- บัตรเครดิต CardX FAMILY PLUS เน้นความคุ้มค่าผ่านการรับเครดิตเงินคืนจากการใช้จ่ายทั่วไป รวมถึงสิทธิพิเศษเพิ่มเติมในหมวดร้านอาหารและวันสำคัญต่าง ๆ ของครอบครัว
- บัตรเครดิตประเภท Co-Branded บัตรเครดิตที่ร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อมอบสิทธิประโยชน์เฉพาะด้านให้แก่กลุ่มลูกค้าที่เป็นพาร์ทเนอร์
ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียด เปรียบเทียบเงื่อนไข ได้ที่เว็บไซต์ www.cardx.co.th และสมัครบัตรกดเงินสด หรือบัตรเครดิตได้ผ่านแอปพลิเคชัน CardX เพื่อเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับรูปแบบการใช้จ่ายและการวางแผนทางการเงินของตนเอง
3. สินเชื่อรถแลกเงิน
สำหรับผู้ที่มีพาหนะเป็นของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ สินเชื่อทะเบียนรถแลกเงินถือเป็นทางเลือกที่มีความน่าสนใจอย่างมากในกลุ่มสินเชื่อที่มีหลักประกัน จุดเด่นคือผู้กู้ยังคงสามารถนำรถไปใช้งานในชีวิตประจำวันหรือประกอบอาชีพได้ตามปกติ โดยใช้เพียงเล่มทะเบียนรถเป็นหลักประกันการชำระหนี้กับสถาบันการเงินเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ผู้กู้ควรศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบการจำนำทะเบียน ทั้งแบบโอนเล่มและไม่โอนเล่มทะเบียน เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์และค่าธรรมเนียมที่อาจเกิดขึ้น
4. สินเชื่อโฉนดที่ดินแลกเงิน
สินเชื่อประเภทนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม อาคารพาณิชย์ คอนโดมิเนียม หรือที่ดินเปล่า และต้องการเข้าถึงเงินก้อนเพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การนำไปลงทุนต่อยอดธุรกิจ หรือการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยครั้งใหญ่ ข้อดีของสินเชื่อโฉนดแลกเงินคือ ดอกเบี้ยมักจะต่ำกว่าสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน และมีระยะเวลาการผ่อนชำระที่ยาวนาน ช่วยให้ผู้กู้สามารถบริหารจัดการกระแสเงินสดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

5. สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์
นาโนไฟแนนซ์คือผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ รายย่อย หรือและร้านค้าขนาดเล็กให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้ง่ายขึ้น ช่วยลดปัญหาการพึ่งพาเงินกู้นอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูง ซึ่งคนกลุ่มนี้มักเผชิญกับข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อกระแสหลักจากธนาคาร เนื่องจากอาจไม่มีสลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองรายได้ที่ชัดเจน แม้อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าสินเชื่อส่วนบุคคล แต่ก็ยังเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย ถูกกฎหมาย และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างเข้มงวดของธนาคารแห่งประเทศไทย
สรุปบทความ
สินเชื่อแบบถูกกฎหมายมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ไปจนถึงบัตรเครดิต แต่ละประเภทมีโครงสร้างดอกเบี้ย เงื่อนไข และระดับความเสี่ยงแตกต่างกัน การทำความเข้าใจข้อมูลให้ครบถ้วน เปรียบเทียบรายละเอียด และประเมินความสามารถในการชำระคืนอย่างรอบคอบ เป็นขั้นตอนสำคัญก่อนตัดสินใจ เพื่อให้การใช้สินเชื่อเป็นไปอย่างเหมาะสม และไม่สร้างภาระทางการเงินในอนาคต
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
บัตรเครดิต : ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
กรณีเบิกถอนเงินสดล่วงหน้าจากบัตรเครดิตจะต้องชำระค่าธรรมเนียมและเสียดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่เบิกถอน
บัตรกดเงินสด : กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 25% ต่อปี
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



