อาหาร

ไอศครีมเจลาโต้ กับไอติมธรรมดา ต่างกันยังไง คุ้มไหมที่จ่ายแพงกว่า

“ไอศครีมเจลาโต้ คือ ไอศกรีมสไตล์อิตาเลียนที่ใช้นมแทนครีม มีไขมันต่ำกว่า และเนื้อหนาแน่นกว่าไอศกรีมอเมริกันแบบที่คุ้นกัน — แต่ทำไมถึงต้องจ่ายแพงกว่าถึง 5–10 เท่า?”

ที่ฮิตกันตอนนี้คือ ร้านไอศครีมเจลาโต้ ของดาราดัง กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ มีคนต่อแถวรอลิ้มรส ราคาเกือบ 150-300 บาท คนที่ได้ลองแล้วก็บอกคุ้มราคา แต่คนยังไม่เคยกินก็ยังไม่หายแคลงใจว่า คุ้มจริงไหม ต่างขนาดไหนกับ ในเซเว่นมีไอติมราคา 20–35 บาท หลายสิบรสชาติ หยิบง่าย จ่ายง่าย ออกมาจากร้านพร้อมกินได้เลย

ไอศครีมเจลาโต้ คืออะไร

ไอศกรีมแบบที่คุ้นเคยกันทั่วไป สไตล์อเมริกัน มีสูตรหลักคือนม ครีม น้ำตาล กับไข่แดง ซึ่งทำให้มีปริมาณไขมันค่อนข้างสูง อยู่ที่ประมาณ 10–18% กระบวนการผลิตจะมีการปั่นอากาศเข้าไปในปริมาณมาก ทำให้เนื้อสัมผัสฟูเบาและปริมาตรขยายขึ้น บางสูตรมีอากาศอยู่ในเนื้อไอศกรีมมากถึง 50% ของปริมาตรทั้งหมด

เจลาโต้มาจากอิตาลี ใช้นมเป็นฐานแทนครีม ทำให้มีไขมันน้อยกว่ามาก อยู่ที่ประมาณ 4–9% ที่สำคัญคือกระบวนการปั่นจะปั่นอากาศเข้าไปน้อยกว่ามาก เนื้อเจลาโต้จึงหนาแน่นและหนักกว่าไอศกรีมทั่วไปในปริมาตรที่เท่ากัน

พูดง่ายๆ คือถ้าคุณตักเจลาโต้กับไอติมอเมริกันในปริมาณที่ดูเหมือนกัน เจลาโต้จะหนักกว่า และมีส่วนผสมจริงๆ อยู่มากกว่า

ไอติมเจลาโต้ คืออะไร

แล้วทำไมเจลาโต้ถึงต้องเสิร์ฟอุ่นกว่า

ไอศกรีมอื่นๆ จะถูกแช่ที่อุณหภูมิประมาณ -18 องศาเซลเซียส ซึ่งทำให้แข็งพอที่จะจับรูปทรงได้ดีและเก็บได้นาน

แต่เจลาโต้ถูกออกแบบมาให้เสิร์ฟที่อุณหภูมิประมาณ -11 ถึง -14 องศาเซลเซียส นับว่าอุ่นกว่าไอติมทั่วไปพอสมควร เหตุผลคือที่อุณหภูมินี้ เนื้อเจลาโต้จะมีความนุ่มและเหนียวในแบบที่ตั้งใจไว้ รสชาติของวัตถุดิบจะชัดกว่า เพราะลิ้นของเราสัมผัสกับอุณหภูมิที่ไม่หนาวจัดเกินไปจนชาไปก่อน

นั่นแปลว่าตู้แช่เจลาโต้ต้องควบคุมอุณหภูมิให้นิ่งในช่วงแคบมาก ถ้าอุ่นเกินเจลาโต้จะละลายและเสียรูปทรง ถ้าเย็นเกินเนื้อสัมผัสจะผิดไปจากที่ควรจะเป็น

แล้วเจลาโต้กับไอติมธรรมดา รสชาติต่างกันจริงไหม

ต่างกันจริง แต่ต่างยังไงขึ้นอยู่กับว่าคุณชอบแบบไหน

เจลาโต้ที่ทำดีจะให้รสชาติของวัตถุดิบที่ชัดและเข้มกว่า เพราะมีไขมันน้อยกว่า ไขมันในปริมาณสูงมีคุณสมบัติ “เคลือบ” ลิ้นได้บางส่วน ทำให้รสชาติถูกส่งมาถึงต่อมรับรสช้ากว่า เจลาโต้รสพิสตาชิโอที่ดีจะให้รสถั่วที่ชัดและซับซ้อนกว่าไอติมพิสตาชิโอทั่วไป

แต่ถ้าคุณชอบเนื้อสัมผัสที่ฟูเบาและรู้สึกเย็นจัดแบบที่คุ้นเคย ไอติมทั่วไปก็ให้สิ่งนั้นได้ดีกว่า ไม่มีอันไหนดีกว่า อยู่ที่ว่าคนกินชอบแบบไหนมากกว่า

รู้จัก “หมิงคิ” แบรนด์ไอติมสัญชาติไทย ราคาประหยัด เริ่มต้น 15 บาท

เจลาโต้ ไอศกรีมอเมริกัน
ต้นกำเนิด อิตาลี อเมริกา
ไขมัน 4–9% 10–18%
อากาศในเนื้อ น้อยมาก สูงสุด 50%
อุณหภูมิเสิร์ฟ -11 ถึง -14°C -18°C
เนื้อสัมผัส หนาแน่น นุ่ม ฟู เบา
ราคา 100–300 บาท 20–80 บาท

เจลาโต้ถ้วยละ 150–300 บาท คุ้มไหม เทียบกับไอติมในตู้แช่

ขึ้นอยู่กับว่าคุณกำลังซื้ออะไร ถ้าคุณต้องการความเย็นชื่นใจระหว่างเดินห้าง ไอติมในเซเว่นทำหน้าที่นั้นได้ครบถ้วนในราคาที่สมเหตุสมผลมาก

ถ้าคุณต้องการประสบการณ์กินที่รสชาติชัด วัตถุดิบมีคุณภาพ กินแล้วอยากหยุดเวลาดื่มดำละเลียดรละเอียด เจลาโต้จากร้านที่ทำจริงจังก็ให้สิ่งนั้นได้ในแบบที่ไอติมถ้วยพลาสติกทำไม่ได้

ปัญหาจริงๆ ไม่ได้อยู่ที่ว่าเจลาโต้แพงหรือถูก แต่อยู่ที่ว่าร้านที่คุณซื้อนั้นทำของจริงไหม เพราะในตลาดที่เจลาโต้กลายเป็นเทรนด์ ก็มีทั้งร้านที่ใส่ใจกรรมวิธีจริงๆ กับร้านที่แค่ใส่ป้ายว่า “เจลาโต้” แล้วขายในราคาเจลาโต้

วิธีดูคร่าวๆ ว่าร้านไหนทำจริง คือดูว่าพนักงานตักด้วยพายแบนกดเนื้อหรือตักด้วยที่ตักทรงกลมแบบไอติมทั่วไป ร้านเจลาโต้จริงๆ จะตักด้วยพายเพราะเนื้อที่อุณหภูมิถูกต้องจะนุ่มพอที่จะปาดได้ ไม่ต้องตักเป็นลูกกลมๆ

ขั้นตอนการทำไอติมเจลาโต้ยุ่งยากกว่า

เจลาโต้ถ้วย 300 บาท แพงเกินไปหรือราคาค่าประสบการณ์

ก่อนจะตัดสินว่าแพงหรือถูก ลองดูว่าในถ้วย 300 บาทนั้นมีต้นทุนอะไรซ่อนอยู่บ้าง

ค่าวัตถุดิบ เจลาโต้ที่ทำจริงๆ ใช้ผลไม้สด ถั่ว หรือช็อกโกแลตคุณภาพสูง ร้านที่จริงจังไม่ใช้ผงสำเร็จรูป รสพิสตาชิโอที่ดีใช้ถั่วพิสตาชิโออิตาเลียนแท้ซึ่งราคาไม่ถูกเลย รสสตรอว์เบอร์รีที่ดีใช้ผลสดไม่ใช่ฟลาวเวอริ่ง

ค่าไฟและตู้แช่ คนนอกมักลืมนึกถึง ตู้แช่เจลาโต้ต้องรักษาอุณหภูมิคงที่ ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมงแม้ร้านจะปิดแล้ว ถ้าไฟดับหรืออุณหภูมิคลาดเคลื่อนแม้แต่ไม่กี่องศา เจลาโต้ทั้งตู้จะเสียและต้องทิ้งทั้งหมด ค่าไฟและค่าบำรุงตู้แช่คุณภาพสูงบวกกับความเสี่ยงนี้รวมกันเป็นต้นทุนคงที่ที่หนักกว่าที่คิด

อายุขายสั้น เจลาโต้ที่ไม่ใส่สารกันบูดหรือสารปรับปรุงเนื้อสัมผัสมีอายุที่ดีที่สุดไม่กี่วันหลังทำ ไม่เหมือนไอติมโรงงานที่อยู่ได้เป็นปี ร้านที่ทำจริงๆ ต้องทำบ่อย ทำในปริมาณที่คาดว่าจะขายได้ และบางรสที่ขายไม่หมดก็ต้องยอมทิ้ง

ค่าเช่าพื้นที่ ร้านเจลาโต้ส่วนใหญ่อยู่ในทำเลที่มีคนเดินมาก ซึ่งแปลว่าค่าเช่าแพง ในห้างหรือย่านท่องเที่ยวยิ่งหนักขึ้นไปอีก

รวมทั้งหมดนี้เข้าด้วยกัน มาร์จิ้นของร้านเจลาโต้ที่ทำจริงๆ ไม่ได้สูงอย่างที่ตัวเลข 300 บาทต่อถ้วยจะทำให้คิด

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะลองเจลาโต้จริงๆ ไหม เริ่มจากราคากลางๆ ก่อน ร้านเจลาโต้ในย่านที่ไม่ใช่ห้างหรูหรือแหล่งท่องเที่ยวหลักมักมีราคา 100–150 บาท พอจะให้รู้ว่ามันต่างจากไอติมทั่วไปยังไง ไม่ต้องเสี่ยงกับ 300 บาทก่อนที่จะรู้ว่าชอบหรือเปล่า

และถ้าลองแล้วรู้สึกว่าไม่ต่างอะไรกับไอติมเซเว่น ก็แปลว่าคุณยังไม่เจอร้านที่ทำจริงๆ หรือแค่ไม่ใช่คนที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดแบบนั้น ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรทั้งนั้น

ถูกใจสายหวาน 5 ร้านไอศกรีมน่าลอง ตามไปตะลอนชิมได้ในกรุงเทพ

เปรียบเทียบ ไอศครีมเจลาโต้ กับไอติมธรรมดา ต่างกันยังไง คุ้มไหมที่จ่ายแพงกว่า

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Aindravudh

นักเขียนประจำ Thaiger มีประสบการณ์เขียนข่าวมากกว่า 5 ปี จบการศึกษาด้านภาษาและประวัติศาสตร์ จากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความสนใจ ประเด็นความเคลื่อนไหวทางสังคมและการเมือง เจาะประเด็นข่าวทางสังคม ด้วยกลวิธีการเล่าเรื่องแบบย่อยง่าย อย่างงานเขียนสร้างสรรค์ สั้น กระชับ จับทุกประเด็น หัวข้อที่เชียวชาญคือเรื่องไลฟ์สไตล์ เลขเด็ด หวยรัฐบาลไทย หวยลาว ช่องทางติดต่อ vajara@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button