คลิปไวรัล! คนขับรถ ซัดแรง ปมเลือกนักการเมือง เงินมาก็กาให้ รับกรรมไปอีก 4 ปี

คนขับรถบรรทุกระบายความในใจ เลือกนักการเมือง ทำชาติจมวิกฤตเอื้อนายทุน วอนถามหาคนดี-ซื่อสัตย์ ไม่ใช่ถาม ‘เบอร์นี้ให้เท่าไหร่’ ลั่น รับกรรมไปอีก 4 ปี
วันนี้ (18 มีนาคม 2569) เพจ สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว แชร์คลิปวิดีโอของ สุชาติ ปิ่นทอง ชาร์ป คนขับรถบบรทุกที่ออกมาระบายความในใจ หลังประเทศไทยเจอภัยพิบัติต่าง ๆ รวมทั้งกรณีล่าสุดปัญหาการกักตุนและขึ้นราคาน้ำมันจากผลกระทบของสงครามสงครามตะวันออกกลาง
“เวลาบ้านเมืองวิกฤติ เจอปัญหา เจอภัยพิบัติ ประชาชนถามหาแค่นักการเมืองที่ดี เก่ง และซื่อสัตย์สุจริต แต่ตอนเปิดโอกาสให้ลงคะแนน เอาแต่ถามว่าเบอร์นี้ให้เท่าไหร่ เบอร์นี้ให้น้อยไม่กา เบอร์นี้ให้มากจะกาให้ ก็ต้องรับผลไปทีนี้ รอไปอีก 4 ปี เป็นทาสมันอีก 4 ปี แทนที่จะได้นักการเมืองที่ให้ประชาชนเป็นใหญ่ ดันได้นักการเมืองที่เห็นประชาชนเป็นขี้ข้า ประเทศชาติเราจะพัฒนาได้อย่างไร
นักการเมืองพวกนี้มันใช้ระบบเอื้อนายทุน ระบบเส้นสาย พรรคพวกเดียวกันเองทั้งนั้น เอื้อให้ลูกหลาน ญาติพี่น้องตัวเอง เขาไม่ได้เอื้อให้ประชาชน เขาไม่ได้เอาประชาชนเป็นใหญ่ เขาเอาพวกเดียวกันเอง
เห็นไหมพอได้อำนาจไปแล้วเป็นยังไงล่ะ แบ่งโควตา แบ่งเก้าอี้ จัดสรรรัฐมนตรีกัน ดูองค์กรอิสระแต่ละแห่งมันมีเจ้าของ มันจะชี้หรือโยนกระดูกไปทางไหนก็ได้
พวกนักการเมือง ผู้มีอำนาจทั้งหลาย เวลาประมูลงานรัฐ บริษัทเล็ก ๆ รายย่อยไม่ได้หรอก มีแต่พวกเส้นสายตัวเองทั้งนั้นที่ได้ ต่อให้ประเทศชาติล่มจมนักการเมืองพวกนี้มันก็ไม่ล่มจมหรอก กักตุนไว้เยอะแล้ว มีแต่ประชาชนที่จนกันอยู่
ถ้ารอบหน้าเขาเปิดโอกาสให้ถามหาคนดี คนเก่ง คนซื่อสัตย์ ไม่ใช่ไปถามว่าเบอร์นี้ให้เท่าไหร่ เบอร์นี้ให้น้อยไม่เลือก เบอร์นี้ให้เยอะถึงจะเลือก นี่แหละก็ได้มาเป็นแบบนี้แหละ ดูแค่คน บริหารบ้านเมืองพัฒนาไหม มันแบ่งโควตา แบ่งผลประโยชน์กัน ประชาชนได้แต่นั่งมองเกาหัวอยู่ ภาษีก็เสีย มันเอาไปกิน ไปจัดสรรปันส่วนกัน ประชาชนก็ได้แต่มองนี่แหละ เพราะฉะนั้นแล้วรับกรรมกันต่อไปครับ”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- แนะประชาชน สำรองเงิน 3-6 เดือน เตือนน้ำมัน-สินค้าราคาพุ่ง อย่าตระหนกกักตุนของ
- ดราม่าเดือด คนแห่เติมน้ำมันเกลี้ยง โวยเห็นแก่ตัว ล่าสุดคนพื้นที่เฉลยสาเหตุ
- ไม่ใช่กักตุน รองอธิบดีกรมการค้าภายใน แจงคนแห่เติมช่วงน้ำมันลดจนเกลี้ยงปั๊มจริง
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





