ข่าวการเมือง

“อมรัตน์” แจงเงินเดือน สส. เอาไปทำอะไรบ้าง ไม่เห็นด้วยตัดเงินอาหารกลางวัน

เจี๊ยบ อมรัตน์ แจงเงินเดือน สส. หนึ่งแสนบาท เอาไปทำอะไรบ้าง ไม่เห็นด้วยตัดเงินอาหารกลางวัน แนะให้ปรับลดบางส่วน

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือ เจี๊ยบ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กถึงกรณีที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หรือ หมอวรงค์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี เสนอให้ยกเลิกอาหารกลางวันฟรีให้ สส.นั้น

โดยเจี๊ยบ อมรันต์ ระบุว่า “การเสนอตัดงบอาหาร สวัสดิการบำนาญสส. ลดผู้ช่วยสส.จนเหี้ยนฟังดูดี เหมือนเป็นการปราบ/กดนักการเมืองที่เป็นอาชีพที่สังคมมีอคติอยู่แล้ว ได้ความสะใจกองเชียร์ แต่ความจริงถ้าอยากได้นักการเมืองน้ำดีมาไล่น้ำเน่าที่นั่งอยู่เต็มสภา นี่คือข้อเสนอที่เต็มไปด้วยอคติ และไม่เข้าใจความเป็นจริงของอาชีพนักการเมืองเลย

ปรับลดในบางส่วนได้ เช่น ลดค่าอาหารให้สมเหตุสมผล แต่ยังควรมีให้ไม่ใช่ตัดทิ้งทั้งหมด เพราะถ้าให้ไปต่อคิวหาซื้ออาหารทานเองก็เสียเวลาในการประชุมเพราะการประชุมสภาไม่มีการพักกลางวัน หลายครั้งประชุมถึงดึกดื่นเที่ยงคืน หรือข้ามคืน จะไปหาซื้อรับประทานจากไหน เรื่องนี้ไปหาความลงตัวกันในกมธ.กิจการสภา แต่ไม่ใช่ตัดแบบเอาซีน เอามัน สะใจ

เงินเดือน สส. 1 แสนเศษ หักภาษี หักเงินเข้ากองทุนอะไรต่างๆ เหลือเข้าบัญชีสุทธิ 9 หมื่นกว่าบาท เฉลี่ยวันละ 3 พันนิดๆ ไม่ถือว่ามาก จะลองชำแหละให้ฟังคร่าวๆ

ประสบการณ์ส่วนตัว ค่าพวงหรีดดอกไม้สดพวงละพันกว่าบาท (1,200-1,500) วันไหนวางหรีดงานศพเกิน 2 งานก็หมดแล้ว ไม่นับงานบวช งานแต่ง งานบุญ กฐินผ้าป่า แม้จะเลือกไปเฉพาะงานที่จำเป็นก็เยอะแล้ว
เงินช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเหตุการณ์เฉพาะหน้า เช่น งานสงเคราะห์ค่ารถค่าราผู้ยากไร้ ผู้ประสบภัยต่างๆ
สปอนเซ่อร์งานวันเด็ก ทีมกีฬา ตามที่ขอมา
ค่าใช้จ่ายร่วมกิจกรรมทางสังคมต่างๆ ที่มากกว่าอาชีพอื่นโดยเฉลี่ยแน่นอน
สส.พรรคส้ม ยังมีการแบ่งเงินไปบริจาคเงินช่วยเหลือพรรคด้วย

อาชีพนักการเมืองไม่ใช่อาชีพมั่นคง
แม้แต่ธนาคารยังไม่กล้าปล่อยกู้ซื้อบ้านซื้อรถ
ไม่มีโบนัส แต่ภาษีสังคมสูงกว่าอาชีพอื่น ๆ โดยเฉลี่ย
มีวาระแค่ 4 ปี (ตามสถิติเกือบครึ่งสภาไม่ได้ไปต่อในการเลือกตั้งครั้งถัดไป)
เมื่อหมดวาระ การกลับไปเริ่มต้นชีวิตเดิมที่เคยละทิ้งมาก็ไม่ง่าย กลับไปต่อไม่ติด
ถ้าจะตัดทุกอย่างแบบดูเท่ ตัดให้สะใจกองเชียร์ คนธรรมดาก็อยู่ไม่ได้ ไปเพ่งเล็งคนขาดลามาสาย โดดประชุมสภาดีกว่า

คนหนุ่มสาวที่มีไฟ มีอุดมการณ์ แต่ไม่มีทุนรอน จะไม่กล้าเสี่ยงทิ้งอาชีพมั่นคงมาทำการเมือง สุดท้ายสภาจะเหลือใคร? ที่เหลือจะไม่ใช่คนธรรมดาที่อยากเปลี่ยนประเทศ แต่จะเหลือแต่คนที่มีเงิน มีอำนาจ หรือเข้ามาเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง

ถ้าอยากไล่นักการเมืองน้ำเน่าออกจากสภา อย่าทำให้ “สส.น้ำดี” เข้ามาไม่ได้ตั้งแต่แรก”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Nateetorn S.

ทำงานกับ Thaiger มาตั้งแต่ปี 2020 จบการศึกษาจากคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสคร์ เคยทำงานกับสถานีโทรทัศน์อันดับ 1 ของประเทศ ทำให้มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญ เจาะประเด็นข่าวการเมืองอาชญากรรม ข่าวแปลกๆ เรื่องน่าสนใจจากต่างประเทศ ช่องทางติดต่อ tee@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button