การเงินราคาน้ำมันวันนี้เศรษฐกิจ

กัมพูชาเปิดปั๊มน้ำมัน 1,600 แห่ง ดีเซลพุ่ง 66% หลังวิกฤตตะวันออกกลาง

กระทรวงพาณิชย์กัมพูชาสั่งเปิดปั๊มน้ำมันเกือบทั้งหมด หลังตรวจสอบพบปั๊มปิดเหลือเพียง 400 แห่ง พร้อมออกกฎเหล็กห้ามปั่นราคาและแก้ไขมิเตอร์หัวจ่าย ท่ามกลางราคาดีเซลที่พุ่งสูง 66%

ปั๊มน้ำมันและคลังเชื้อเพลิงประมาณ 1,600 แห่งในกัมพูชากลับมาเปิดให้บริการตามปกติ กระทรวงพาณิชย์รายงานผลการตรวจสอบพบว่าเหลือปั๊มที่ยังปิดชั่วคราวเพียง 400 แห่ง เนื่องจากรอสต็อกน้ำมันล็อตใหม่

ก่อนหน้านี้ นางจาม นีมุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่าปั๊มน้ำมันราว 2,000 แห่งจากทั้งหมด 6,300 แห่งทั่วประเทศหยุดจำหน่ายน้ำมันโดยอ้างว่าขาดแคลน รัฐมนตรีเตือนว่าหากพบปั๊มใดจงใจหยุดขายเพื่อกักตุนรอปั่นราคา กระทรวงจะสั่งปรับเงินหรือเพิกถอนใบอนุญาตทันที

หลังจากเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและประเมินสถานการณ์ร่วมกับเจ้าของกิจการ พบว่าปั๊มส่วนใหญ่เปิดทำการแล้ว ณ วันที่ 13 มีนาคม 2569 ส่วนที่เหลืออีก 400 แห่งกำลังรอสต็อกน้ำมันที่ล่าช้า

ราคาน้ำมันกัมพูชาพุ่งสูง

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันขายปลีกในกัมพูชาอย่างหนัก

  • เบนซินธรรมดา: ราคา 5,200 เรียล (ราว 1.29 ดอลลาร์) เพิ่มขึ้น 35%
  • ดีเซล: ราคา 6,400 เรียล (ราว 1.59 ดอลลาร์) เพิ่มขึ้น 66%

ดุจ ดาริน นักเศรษฐศาสตร์ ให้สัมภาษณ์กับ Khmer Times ว่าปั๊มที่ปิด 400 แห่งไม่ได้หมายความว่ากัมพูชาขาดแคลนเชื้อเพลิง แต่เป็นปัญหาการปรับตัวตามราคาตลาดโลก ราคาน้ำมันดิบพุ่งจาก 72.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ สู่ระดับ 105.9 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันที่ 16 มีนาคม เพิ่มขึ้นราว 46%

กระทรวงพาณิชย์ออกแนวปฏิบัติเพื่อควบคุมตลาดเชื้อเพลิงอย่างเข้มงวด ดังนี้

  • ห้ามปั่นราคา: ห้ามปรับแต่งราคาหรือแก้ไขมาตรวัดหัวจ่ายเพื่อโกงลูกค้า

  • แจ้งสต็อก: ผู้ประกอบการต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีเมื่อน้ำมันเหลือ 10% ของสต็อก

  • ประกาศวันขาย: หากน้ำมันหมด ปั๊มต้องประกาศชัดเจนว่าจะเริ่มขายสต็อกใหม่ได้วันไหน

  • ขออนุญาตหยุด: ปั๊มที่ต้องการหยุดกิจการชั่วคราวต้องได้รับอนุมัติจากทางการก่อน

  • คุมเข้มบัตรบริษัท: ปั๊มต้องจ่ายน้ำมันตามปริมาณที่ระบุในบัตรเท่านั้น ห้ามจ่ายเกินเพื่อป้องกันการนำไปเก็งกำไร

  • ช่องทางแจ้งเหตุ: เกษตรกรและคนในชนบทสามารถแจ้งปัญหาขาดแคลนน้ำมันต่อเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้ทันที

เจ้าหน้าที่จากกรมคุ้มครองผู้บริโภค (CCF) และกระทรวงเหมืองแร่และพลังงาน จะเดินหน้าตรวจสอบปั๊มน้ำมันและคลังเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันกัมพูชายังต้องนำเข้าเชื้อเพลิงจากไทย เวียดนาม สิงคโปร์ และอินโดนีเซียเป็นหลัก

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Thosapol

นักเขียนบทความที่ Thaiger จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เชี่ยวชาญเรื่องบทความท่องเที่ยว บันเทิง ไลฟ์สไตล์ ผ่านการค้นหาข้อมูลโดยละเอียดพร้อมด้วยประสบการณ์ตรงของตัวเอง งานอดิเรกมีความสนใจในกระแสข่าวรอบตัวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ สังคม การเมือง และที่สำคัญคือเป็นทาสแมวร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ช่องทางติดต่อ thospol@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button