ช็อกวงการ! ผู้บริหารสาว กางผลแล็บอาหารเสริมตัวดัง เคลมแรงแต่พบโปรตีนแค่ 8.59%

ช็อกวงการ! ผู้บริหารสาว กางผลแล็บอาหารเสริมตัวดัง ที่มียอดขายหลักแสนกระปุก เคลมแรงแต่พบโปรตีนแค่ 8.59% ที่เหลือมีแต่แป้ง
โลกออนไลน์กำลังให้ความสนใจกับประเด็นคุณภาพของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมประเภทโปรตีน หลังจาก “ฝ้าย ศดานันท์ ทองหนูนุ้ย” ผู้บริหารบริษัทผู้ผลิตอาหารเสริมและผู้ก่อตั้ง CEO Factory ออกมาโพสต์ข้อความเปิดเผยข้อมูลผลการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์โปรตีนแบรนด์หนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมในท้องตลาด โดยระบุว่า
“โปรตีนขายดีหลักแสนกระปุก แต่ผลตรวจพบโปรตีนเพียง 8.59% คำถามง่าย ๆ ผู้บริโภคไทยควรได้แบบนี้จริงหรือ? โพสต์นี้ไม่ได้ทำเพื่อโจมตีแบรนด์ใด และในขณะเดียวกัน แบรนด์ที่ตั้งใจทำของดีจริง
ฝ้ายขอชื่นชมและเคารพเสมอค่ะ หลายแบรนด์อินบ็อกซ์เข้ามาเพื่อ #ร่วมอุดมการพลิกวงการอาหารเสริม และอินฟลูเอนเซอร์ท่านไหนที่มั่นใจว่าถ้าเห็นผลตรวจแล้วจะยังพูดความจริงทักมาได้เลยค่ะ ฝ้ายยินดีส่งผลตรวจให้ดูทุกคน หรือถ้าจะมีองค์กรไหนที่จะมาทำให้เรื่องนี้ไม่มีผู้ส่วนได้ส่วนเสียสามารถแท็กมาได้เลยค่ะ”
นอกจากนี้ยังได้ระบุเพิ่มเติมว่า “ฝ้ายอยากทำสมาคมอาหารเสริมเพื่อผู้บริโภค โดยจะเชิญแบรนด์ และบุคคลที่น่าเชื่อถือโปร่งใสในวงการอาหารเสริม รวมถึงหน่วยงานในภาครัฐเช่น สคบ. อย. และสามารถตรวจสอบได้ทุกแบรนด์เพื่อที่จะ certify ว่าแบรนด์ไหน ผลิตภัณฑ์ไหน #ในตลาดผู้บริโภคสามารถมั่นใจได้ เพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกปลอดภัยค่ะ”
ก่อนหน้านี้ คุณฝ้าย ได้ทำคลิปชี้แจงหลังจากที่ออกรายการ Woody Talk เกี่ยวกับประเด็นโปรตีนตกฉลากที่มีการเคลมโปรตีนมากกว่าความเป็นจริงว่า
“ที่ฝ้ายได้ไปออกรายการพี่วูดดี้พูดเรื่องโปรตีนตกฉลาก ก็มีฟีดแบคจากโลกโซเชียลมากมาย แบรนด์ที่มีผลตรวจก็เริ่มออกมาโชว์ผลตรวจของตัวเองว่ามีค่าโปรตีนถึงตามคำเคลม แต่ก็จะมีอีกฝั่งที่ไม่แน่ใจว่าได้ตรวจโปรตีนของตัวเองหรือไม่ออกมาโพสต์แซะว่าฝ้ายบ้าง แต่ฝ้ายก็ไม่ได้สนใจ เพราะสุดท้ายแล้วเรื่องนี้แบรนด์ที่ถูกต้องจะได้ผลประโยชน์ และผลประโยชน์ก็จะตกอยู่ที่ผู้บริโภคเพราะอาหารเสริมบ้านเราจะมีสแตนดาร์ดที่สูงขึ้น แบรนด์ที่ไม่มีจริยธรรมก็ค่อยๆ หายไป
แล้วมีหลายคนตั้งคำถามว่าการที่ฝ้ายออกไปพูด ฝ้ายจะได้ประโยชน์อะไร หรือได้อะไรกับเรื่องนี้ ไม่ว่าฝ้ายจะไปที่ไหน ฝ้ายจะพูดหลายรายการและหลายครั้งมากว่า ฝ้ายเป็นคนนึงที่อยู่ในธุรกิจนี้และอยากเห็นวงการตลาดอาหารเสริมบ้านเราดีขึ้นและแข่งขันบนเวทีโลกได้ และใน 2-3 ปีฝ้ายก็อยากที่จะให้สแตนดาร์ดของตลาดโปรตีนเปลี่ยนไป
เจ้าของแบรนด์ตระหนักมากยิ่งขึ้นในการตรวจรับโปรตีนของตัวเอง และผู้บริโภคถามหาผลตรวจกันมากยิ่งขึ้น สุดท้ายแล้วทุกแบรนด์ก็จะโชว์ผลตรวจของตัวเองและมีมาตรฐานในการตรวจรับสินค้ามากยิ่งขึ้น นอกจากผลตรวจที่โรงงานตรวจแล้ว เจ้าของแบรนด์ก็ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม สุ่มตรวจสินค้าของตัวเองอีกที แบรนด์ก็จะโชว์ผลตรวจของตัวเองอย่างภาคภูมิใจมากขึ้นและลูกค้าจะมีข้อมูลในการเลือกสินค้ามากขึ้น”
ติดตาม The Thaiger บน Google News:

