ข่าวดี! 20 ลูกเรือไทย “มยุรี นารี” ได้วีซ่าเตรียมกลับถึงไทย 16 มี.ค.นี้
สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงทวีความรุนแรงและขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่องโดยล่าสุดศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางหรือศบก.ได้แถลงความคืบหน้าประจำวันที่ 14 มีนาคม 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล ล่าสุดยอดอพยพกลับประเทศแล้ว 591 คน
นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศเปิดเผยวันนี้ (14 มี.ค.) ว่า การโจมตีในขณะนี้เริ่มพุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและการเดินเรือรวมถึงระบบไซเบอร์ที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯและอิสราเอลในหลายประเทศ ขณะที่การสู้รบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ยังคงดุเดือดโดยเฉพาะบริเวณชายแดนเลบานอนและในกรุงเบรุตซึ่งส่งผลให้สถานการณ์มีความไม่แน่นอนสูง ทางกระทรวงการต่างประเทศจึงขอให้คนไทยในพื้นที่เสี่ยงเร่งพิจารณาเดินทางออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด
ในส่วนของความร่วมมือระดับภูมิภาคไทยได้เสนอจัดประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษเพื่อหารือถึงผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งสินค้าและห่วงโซ่อุปทานพลังงานซึ่งอาจนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อ
สำหรับความคืบหน้าการช่วยเหลือลูกเรือไทย 20 คนจากเหตุการณ์เรือสินค้าถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซนั้น ขณะนี้ทุกคนได้รับวีซ่าเข้าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เรียบร้อยแล้วและกำลังอยู่ระหว่างเดินทางจากโอมานเพื่อขึ้นเครื่องกลับประเทศไทย คาดว่าจะถึงสนามบินสุวรรณภูมิในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 16 มีนาคมนี้อย่างแน่นอน
ส่วนปฏิบัติการค้นหาลูกเรืออีก 3คน ที่ยังสูญหายยังคงดำเนินไปอย่างเข้มข้นภายใต้ความร่วมมือของกองทัพเรือและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่
ด้านนายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงานยืนยันว่าแรงงานไทยและลูกเรือทุกคนจะได้รับการดูแลสิทธิประโยชน์อย่างครบถ้วนทั้งค่าจ้างเต็มจำนวนและค่าตอบแทนพิเศษสำหรับการทำงานในพื้นที่สงครามรวมถึงการชดเชยทรัพย์สินที่เสียหายและการดูแลสภาพจิตใจผ่านนักจิตวิทยาชาวไทยอย่างใกล้ชิด,
นอกจากนี้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะรานรายงานว่า สามารถอพยพคนไทยกลุ่มสุดท้ายที่ประสงค์กลับประเทศออกจากอิหร่านได้ครบทั้งหมดแล้วรวมยอดผู้ที่เดินทางกลับถึงไทยตั้งแต่เกิดเหตุทั้งสิ้น 591 คน
รัฐบาลไทยยังคงยืนยันว่า จะใช้ทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือและปกป้องคนไทยในตะวันออกกลางให้ปลอดภัยที่สุดในสภาวะวิกฤตที่ยังคงมีความเสี่ยงสูงเช่นนี้


ช่องทางติดต่อฉุกเฉิน
- สถานทูตฯ ณ กรุงมัสกัต (โอมาน) – สำหรับกรณีลูกเรือ
- สถานทูตฯ ณ กรุงเทลอาวีฟ (อิสราเอล) – สำหรับแรงงานในอิสราเอล
- กระทรวงการต่างประเทศ – สายด่วนกงสุล หรือเพจ Facebook กรมสารนิเทศ
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



