จริงหรือ อีสุกอีใส เป็นแล้ว ไม่เป็นซ้ำอีก หลังระบาดหนัก ติดเชื้อหลักหมื่น

อีสุกอีใสระบาด เฝ้าระวังคลัสเตอร์สถานศึกษาปทุมธานี จริงหรือ เป็นแล้วตอนเด็ก ไม่เป็นซ้ำอีก
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ออกประกาศเตือนประชาชนหลังพบยอดผู้ป่วยโรคสุกใส หรือโรคอีสุกอีใส พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569 โดยนายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เผยว่า ข้อมูลสถิติตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 4 มีนาคม 2569 มีผู้ป่วยสะสมแล้วถึง 10,560 ราย แม้จะยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต แต่พบว่ามีผู้ป่วยที่ต้องแอดมิตเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจำนวน 208 ราย
กลุ่มที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือเด็กวัยเรียนอายุ 5-9 ปี ซึ่งมีอัตราการป่วยสูงสุด รองลงมาคือกลุ่มเด็กอายุ 10-14 ปี และเด็กเล็กวัย 0-4 ปี ตามลำดับ ตัวเลี้ให้เห็นชัดเจนว่าการอยู่รวมกลุ่มกันในสถานศึกษาเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เชื้อแพร่กระจายได้ง่าย ผ่านการไอ จาม และการสัมผัส
ล่าสุด ทางสาธารณสุขพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อน (คลัสเตอร์) ในสถานศึกษาแห่งหนึ่งที่อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โดยพบผู้ป่วยจากเชื้อไวรัส Varicella zoster รวมทั้งสิ้น 23 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยยืนยัน 1 ราย และผู้ป่วยสงสัย 22 ราย

อาการเบื้องต้นของผู้ป่วยอีสุกอีใส
ส่วนใหญ่คือมีไข้ร่วมกับตุ่มน้ำใสตามร่างกาย แต่โชคดีที่ยังไม่มีใครมีอาการรุนแรงหรือพบภาวะแทรกซ้อน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ควบคุมโรคอย่างเข้มงวด ทำความสะอาดสถานที่ และเฝ้าระวังผู้สัมผัสใกล้ชิดอย่างต่อเนื่องแล้ว เนื่องจากโรคนี้มีระยะฟักตัวนาน 10-21 วัน
ด้านนายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้เน้นย้ำถึงมาตรการดูแลรักษาว่า แม้โรคนี้มักมีอาการไม่รุนแรงและสามารถหายได้เองภายใน 1-3 สัปดาห์ แต่ผู้ป่วยควรหยุดพักอยู่บ้านจนกว่าตุ่มผื่นจะแห้งและตกสะเก็ดทั้งหมดเพื่อป้องกันการนำเชื้อไปแพร่สู่ผู้อื่น ข้อควรระวังพิเศษคือ “หญิงตั้งครรภ์” ต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วยอย่างเด็ดขาด เพราะอาจเกิดผลกระทบอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้
สำหรับมาตรการในระยะยาว ทางคณะอนุกรรมการฯ กำลังพิจารณาผลักดันวัคซีนป้องกันโรคสุกใสเข้าสู่ระบบแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน โดยตั้งเป้าฉีดให้เด็กอายุ 1 ปี และ 4-6 ปี จำนวน 2 โดส เพื่อลดภาระการระบาดในโรงเรียนในอนาคต ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนหมั่นล้างมือ ไม่ใช้ของใช้ร่วมกัน สวมหน้ากากอนามัย และหากมีอาการไข้พร้อมตุ่มน้ำใส ควรรีบไปพบแพทย์ทันที หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
จริงหรือ เป็นแล้วตอนเด็ก ไม่เป็นซ้ำอีก
แม้คนส่วนใหญ่ที่เป็นอีสุกอีใสแล้วจะมีภูมิคุ้มกันไปตลอดชีวิต แต่ยังมีโอกาสเป็นซ้ำได้ แม้จะพบได้น้อยมากก็ตาม
การเป็นซ้ำมักเกิดกับผู้ที่มี ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น ผู้ป่วยที่รับประทานยากดภูมิคุ้มกัน หรือผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ทำให้ร่างกายไม่สามารถยับยั้งเชื้อที่ยังหลบซ่อนอยู่ได้
เมื่อหายจากอีสุกอีใส เชื้อไวรัส (Varicella Zoster Virus) จะไม่ได้หายไปจากร่างกาย แต่จะไป หลบซ่อนอยู่ที่ปมประสาท เมื่อร่างกายอ่อนแอหรืออายุมากขึ้น เชื้อนี้จะกลับมาแผลงฤทธิ์ในรูปแบบของ โรคงูสวัด แทนการเป็นอีสุกอีใสซ้ำ
ในรายที่ติดเชื้อซ้ำ อาการมักจะน้อยกว่าครั้งแรกมาก เช่น ตุ่มขึ้นน้อยกว่าและหายเร็วกว่า เนื่องจากร่างกายยังมีภูมิคุ้มกันเดิม
ดังนั้น แม้เคยเป็นแล้วหรือฉีดวัคซีนแล้ว ก็ยังมีโอกาสเป็นได้ แต่ วัคซีนอีสุกอีใส จะช่วยลดความรุนแรงของโรคและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายได้
ในผู้ใหญ่หากไม่เคยเป็นตอนเด็ก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับ วัคซีนป้องกัน เพราะการเป็นตอนโตมักมีอาการรุนแรงและมีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อน เช่น ปอดบวม ได้มากกว่าเด็ก
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- วิกฤตวัยรุ่นไทย ติดเชื้อ HIV พุ่งเฉียด 4000 ราย เสี่ยงโรครุมเร้า-ท้องไม่พร้อ
- พ่อแม่สลาย เด็กน้อยติดเชื้อ IPD รุนแรง ต้องตัดแขน เตือนอย่ามองข้ามวัคซีน
- ตัวคุ่นกัด พิษถึงตายได้ไหม หลังชาย 68 ดับเพราะติดเชื้อในกระแสเลือด
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



