ข่าวต่างประเทศ

กัมพูชา ปฏิเสธไทย กล่าวหาใช้พระวิหาร เป็นฐานทัพ เตรียมฟ้องฐานทำลายโบราณสถาน

กัมพูชา ออกโรงโต้ รัฐมนตรีไทย ปฏิเสธใช้ปราสาทพระวิหารเป็นฐานทัพ ยันเป็นมรดกโลกเพื่อสันติภาพ พร้อมเก็บหลักฐานเตรียมฟ้องทำลายโบราณสถาน

กระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์ของกัมพูชา ออกแถลงการณ์ปฏิเสธข้อกล่าวหาของ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กรณีระบุว่ากัมพูชาใช้ปราสาทพระวิหารเป็นฐานทัพทหาร โดยกัมพูชายืนยันว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นโบราณสถานทางศาสนาที่ศักดิ์สิทธิ์ และไม่เคยถูกใช้เป็นฐานที่ตั้งทางทหารตามที่ถูกกล่าวหา

กัมพูชาอ้างถึงคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) เมื่อปี 2505 ที่ยืนยันอธิปไตยของกัมพูชาเหนือตัวปราสาทและสั่งให้ฝ่ายไทยถอนกำลังออกจากพื้นที่ รวมถึงคำตีความของศาลเมื่อปี 2556 ที่ระบุว่าอธิปไตยของกัมพูชาครอบคลุมถึงพื้นที่โดยรอบชะง่อนผาทั้งหมด ซึ่งคำตัดสินดังกล่าวถือเป็นที่สุดและมีผลผูกพันตามกฎบัตรสหประชาชาติโดยไม่มีความคลุมเครือทางกฎหมาย

ทางการกัมพูชาย้ำว่า การบริหารจัดการปราสาทพระวิหารอยู่ภายใต้อำนาจของหน่วยงานพลเรือน และการปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อการคุ้มครองดูแลมรดกโลกเท่านั้น ซึ่งไม่สามารถบิดเบือนว่าเป็นการใช้งานทางการทหารได้ นอกจากนี้กัมพูชายังยึดมั่นในอนุสัญญาแห่งกรุงเฮกและอนุสัญญามรดกโลกเพื่อปกป้องโบราณสถานแห่งนี้เพื่อสันติภาพและวัฒนธรรม

ปราสาทพระวิหาร แหล่งมรดกโลกในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา
ภาพจาก: KIRIPOST

ในแถลงการณ์ยังระบุถึงเหตุการณ์ย้อนหลังว่า ความตึงเครียดเริ่มรุนแรงขึ้นในปี 2551 จากการรุกล้ำพื้นที่ของกองกำลังฝ่ายไทย จนนำไปสู่การปะทะด้วยอาวุธที่สร้างความเสียหายต่อโบราณสถาน และอ้างว่าการปฏิบัติการทางทหารของฝ่ายไทยตามแนวชายแดนในปี 2568 ที่ผ่านมา ได้ส่งผลให้เกิดการเผชิญหน้าและสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อตัวปราสาทและพื้นที่โดยรอบตามการประเมินเบื้องต้น

ขณะนี้กระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์ของกัมพูชากำลังรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อใช้ในการบูรณะและดำเนินการตามกรอบกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมย้ำว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับมรดกโลกเป็นเรื่องที่ประชาคมโลกให้ความสำคัญร่วมกันซึ่งอยู่เหนือข้อพิพาททางการเมือง

กัมพูชายืนยันพันธกิจในการระงับข้อพิพาทโดยสันติ พร้อมเตือนว่าการกล่าวหาที่ทำลายคำพิพากษาของศาลโลกอาจคุกคามเสถียรภาพในภูมิภาค โดยย้ำทิ้งท้ายว่าอธิปไตยเหนือตัวปราสาทและพื้นที่โดยรอบได้รับการตัดสินอย่างเด็ดขาดแล้ว และปราสาทพระวิหารจะยังคงเป็นอนุสรณ์สถานแห่งสันติภาพและมรดกร่วมกันของมนุษยชาติสืบไป

ที่มา: The Phnom Penh Post

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Suriyen J.

นักเขียนบทความข่าว จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สาขาปรัชญาและศาสนา มีประสบการณ์กับสำนักข่าวระดับประเทศ ชื่นชอบด้านสังคม การเมือง ต่างประเทศ ทำให้สามารถสร้างคุณค่าผ่านงานเขียน เพื่อให้ผู้อ่านได้ประโยชน์ครบทุกมิติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button