เทคโนโลยี

แนะนำเอเจนซี่ทำเว็บติด AI Search ในไทย ต้องมีบริการอะไรบ้าง

ปัญหาที่ผู้ประกอบการและนักการตลาดดิจิทัลกำลังเจอกันก็คือ ทุ่มงบประมาณจ้างทำ SEO แต่เว็บไซต์กลับยังไม่ติดบน AI Search สักที ซึ่งปัญหานี้มักเกิดจากการยึดติดกับกลยุทธ์แบบเดิมที่มุ่งเน้นเพียงการไต่อันดับ (Ranking) โดยไม่ได้มีการปรับเว็บไซต์เพื่อให้รองรับ AI Search ดังนั้น การเฟ้นหาเอเจนซี่ในปัจจุบันต้องพิจารณาให้ลึกกว่าทักษะการทำ SEO ทั่วไป แต่ต้องมองหาเอเจนซี่ที่เข้าใจการทำงานของ Generative AI ด้วย เพื่อสร้างโอกาสในการเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบที่ AI ดึงไปแสดงผลให้กับผู้ใช้งาน

5 เอเจนซี่ทำเว็บติด AI Search ที่น่าเชื่อถือในไทย

1. ANGA (แองก้า)

ANGA เอเจนซี่ทำเว็บติด AI Search

ANGA (แองก้า) เอเจนซี่ที่ให้บริการทำการตลาดออนไลน์แบบครบวงจร ตั้งแต่บริการรับทำเว็บไซต์ให้รองรับการทำ SEO ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ขาดไม่ได้หากต้องการให้เว็บติด AI Search ได้อย่างเห็นผล ความโดดเด่นของบริการรับทำ SEO และรับทำ AI Search ของที่นี่คือ การปรับกลยุทธ์จากที่โฟกัสแค่ Keyword มาเป็นการสร้างเนื้อหาที่เน้นความสัมพันธ์ของข้อมูล หรือการสร้าง Entity เพื่อให้ AI เข้าใจว่าเว็บไซต์เราเป็นตัวจริงในเรื่องนั้นๆ

ผมมองว่า ANGA เป็นผู้นำตลาด SEO และ AI Search ในประเทศไทยที่น่าจับตามองที่สุดในปีนี้ เพราะทีม SEO Specialist ของที่นี่ มีการนำเทคนิค ANGA SOURCE CODE มาใช้เพื่อชิงพื้นที่บน AI Overviews และ AI Mode โดยเฉพาะ การที่เว็บไซต์ถูก AI เลือกมาอ้างอิง ไม่เพียงแต่เพิ่ม Brand Visibility แต่เป็นการสร้าง Digital Authority ที่ทรงพลัง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่ม Conversion Rate และผลกำไรทางธุรกิจในระยะยาวได้เลยครับ

2. Adchariya (แอดฉริยะ)

Adchariya (แอดฉริยะ) เอเจนซี่รับทำ SEO และ AI Search ที่เหมาะกับธุรกิจทุกสเกล ตั้งแต่กลุ่ม Startup, SME ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทาง Search กลยุทธ์พัฒนาเว็บไซต์ให้ติด AI Search ของที่นี่ เน้นการสร้างคุณค่าให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคในทุกจุดสัมผัส เพื่อให้มั่นใจว่าทุกการคลิกนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจได้จริง

สิ่งที่น่าสนใจของ Adchariya คือ กระบวนการวิเคราะห์แบบ Data-Driven ที่ใช้ข้อมูลจริงเป็นตัวนำ ทีมงานจะวิเคราะห์เชิงลึกทั้ง Search Intent และ Customer Journey เพื่อค้นหาคีย์เวิร์ดที่มีโอกาสสูงในการถูก AI เลือกใช้อ้างอิงเป็นคำตอบ แนวทางนี้ช่วยให้เว็บไซต์ปรับตัวได้ดีต่อการเปลี่ยนแปลงของอัลกอริทึม ที่ไม่ได้พึ่งแค่การดันอันดับแบบเดิมๆ เพียงอย่างเดียว

3. Make to Web

Make to Web นำเสนอบริการ AI Engine Optimization (AEO) ที่ออกแบบมาเพื่อเน้นปรับปรุงโครงสร้างเว็บไซต์และคอนเทนต์ให้รองรับการค้นหารูปแบบใหม่โดยเฉพาะ จุดมุ่งหมายคือ การเปลี่ยนเว็บไซต์ธุรกิจให้เป็นแหล่งข้อมูลที่ AI เลือกนำไปสรุปเป็นคำตอบ เพื่อตอบคำถามผู้ใช้งานซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจโดยตรง เน้นการปรับปรุงใน 4 มิติหลัก ได้แก่ การจัดโครงสร้างข้อมูล (Structured Data / Schema) เพื่อให้ AI ประมวลผลได้แม่นยำ, การเรียบเรียงบทความให้ AI เข้าใจได้ง่าย, การเลือกคำค้นหาในรูปแบบ Conversational & Semantic ที่เน้นความเป็นภาษาที่คนใช้จริงๆ และการผลิตเนื้อหาที่เอื้อต่อการอ้างอิงข้อมูล เพื่อส่งเสริมให้แบรนด์กลายเป็นแหล่งอ้างอิงข้อมูลที่ AI ไว้วางใจ

4. IBEX Digital Marketing Agency

สำหรับธุรกิจที่ต้องการความรวดเร็วและประสิทธิภาพควบคู่กัน IBEX Digital Marketing Agency นำเสนอแนวทางการทำ SEO ที่เป็นรากฐานสำคัญสู่การติด AI Search ในอนาคต จุดเด่นที่สร้างความมั่นใจให้แก่เจ้าของธุรกิจคือ การการันตีติดหน้าแรก Google ภายใน 90 วัน ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของทีมงานและการทำ SEO สายขาว (White Hat) 100% ที่ปลอดภัยต่อภาพลักษณ์แบรนด์ในยุคที่ AI ตรวจจับคุณภาพเนื้อหาอย่างเข้มงวด นอกจากนี้ยังมีระบบ Backlink คุณภาพเพื่อเสริมสร้าง Domain Authority ให้แข็งแกร่งพอที่ AI จะนำข้อมูลไปใช้ประมวลผล เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพาร์ทเนอร์ที่คิดในมุมมองของเจ้าของธุรกิจเพื่อผลักดันยอดขายให้เติบโต

5. Vault Mark

Vault Mark เป็นเอเจนซี่ที่เน้นขับเคลื่อนธุรกิจด้วยกลยุทธ์สร้างการเติบโตแบบออร์แกนิก (Organic Growth) โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบ Custom Roadmap ที่ปรับแต่งให้สอดคล้องกับแต่ละอุตสาหกรรม ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญ Vault Mark ได้ยกระดับการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ผ่านการวิเคราะห์คู่แข่งในเชิงลึก และการสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์เพื่อครองพื้นที่การค้นหาได้ในระยะยาว เป้าหมายของที่นี่คือการเปลี่ยนสถานะของ SEO จากเพียงแค่ช่องทางในการดึงดูด Traffic ให้กลายเป็นเครื่องมือในการหาลูกค้าใหม่ (Lead Generation) ที่มีประสิทธิภาพและทรงพลังที่สุด โดยอาศัยโครงสร้างเว็บไซต์ที่แข็งแกร่งและน่าเชื่อถือในสายตาของทั้งผู้ใช้งานและระบบ AI

เอเจนซี่ทำเว็บติด AI Search ได้จริง ต้องมีบริการหลักๆ อะไรบ้าง?

การจะทำให้เว็บไซต์ปรากฏในคำตอบของ AI Search ไม่ใช่แค่เรื่องการไต่อันดับเหมือนในอดีต แต่คือการทำให้ AI เลือกข้อมูลจากเว็บเราไปสรุปเป็นคำตอบ ดังนั้น เอเจนซี่ที่มีบริการเหล่านี้ จะช่วยเพิ่มโอกาสให้เว็บติด AI Search ได้มากขึ้น

1. การวางโครงสร้าง Technical SEO ขั้นสูง

บริการของเอเจนซี่ทำเว็บติด AI Search

บริการนี้คือหัวใจสำคัญของการทำเว็บไซต์ให้พร้อมสำหรับ AI Search เพราะ AI ไม่ได้อ่านเนื้อหาเหมือนมนุษย์ แต่ประมวลผลผ่านโค้ดและโครงสร้างข้อมูลหลังบ้าน ดังนั้น เอเจนซี่จึงต้องมีความเชี่ยวชาญในการติดตั้ง Schema Markup เช่น FAQ Schema, Product Schema หรือ Article Schema เพื่อช่วยบอก AI อย่างชัดเจนว่าหน้านี้เกี่ยวกับอะไร ใครเป็นผู้เขียน และเนื้อหามีความน่าเชื่อถือระดับไหน หากขาดส่วนนี้ แม้คนอ่านจะเข้าใจเนื้อหาได้ดี แต่ AI อาจตีความได้ไม่ครบถ้วน ทำให้เสียโอกาสในการถูกนำไปใช้อ้างอิงบน AI Search

2. มีการวาง Topical Authority ไม่ใช่แค่เขียนบทความตามสัญญา

เอเจนซี่ทำเว็บติด AI Search ได้จริงควรมีการวาง Topical Authority หรือการสร้างความเชี่ยวชาญเชิงลึกในหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง ไม่ใช่แค่เขียนบทความตามจำนวนที่ระบุไว้ในสัญญา เพราะ AI มักเลือกอ้างอิงเว็บไซต์ที่ดูเป็นผู้รู้จริงเกี่ยวกับหมวดนั้นๆ แนวทางที่ควรมีคือ การวางโครงสร้างคอนเทนต์แบบ Content Cluster หรือ Topic Cluster การจัดหมวดหมู่เนื้อหาแบบ Silo และการเชื่อมโยงบทความหากันอย่างมีกลยุทธ์ผ่าน Internal Linking ดังนั้น ก่อนเลือกเอเจนซี่ ควรถามให้ชัดว่าพวกเขามีแผนการสร้างเนื้อหาอย่างไร หรือเพียงแค่รับเขียนบทความแยกชิ้นตามคีย์เวิร์ดเท่านั้น

3. การสร้าง Digital Authority และ Reputation Footprint

อีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้เว็บไซต์ถูก AI เลือกไปอ้างอิง เพราะ AI มักให้ความสำคัญกับแหล่งข้อมูลที่ดูน่าเชื่อถือและถูกพูดถึงในวงกว้าง ดังนั้น เอเจนซี่ควรมีแนวทางช่วยสร้างความน่าเชื่อถือของแบรนด์บนโลกออนไลน์ เช่น การทำ PR News ผ่านสื่อคุณภาพ หรือการสร้าง Backlink จากเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยตรง เพื่อเป็นสัญญาณยืนยันกับ AI ว่าแบรนด์ของคุณมีตัวตนจริง มีความเชี่ยวชาญ และได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมนั้น

4. การวิเคราะห์ข้อมูลและวัดผลผ่าน AI Search Metrics

การทำ SEO ในยุค AI Search ไม่ได้วัดผลอันดับเว็บไซต์หรือ Keyword Ranking เท่านั้น เอเจนซี่มืออาชีพควรมีเครื่องมือและแดชบอร์ดที่ติดตามผลลัพธ์ในมิติใหม่ๆ ได้ เช่น การที่เว็บไซต์ถูกแสดงใน AI Overviews หรือถูกกล่าวถึงบนแพลตฟอร์ม AI Search ต่างๆ พร้อมวัดตัวชี้วัดสำคัญอย่าง AI Visibility (การมองเห็นในผลลัพธ์ AI), Citation (การถูกนำข้อมูลไปอ้างอิง) และ Brand Mention (การพูดถึงชื่อแบรนด์ในบริบทที่เกี่ยวข้อง) เพื่อให้นักการตลาดเห็นชัดว่า กลยุทธ์ที่ทำไปช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและการมองเห็นแบรนด์บน AI Search

5. ไม่ขายฝันการันตีผลลัพธ์ หรือการันตีติด AI Search

ในความเป็นจริง ไม่มีใครบังคับให้ AI เลือกอ้างอิงเว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่งได้ ผลลัพธ์จาก AI Search ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น คุณภาพคอนเทนต์ โครงสร้างข้อมูล ความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ และบริบทของคำถามในแต่ละครั้ง เอเจนซี่ที่ทำงานอย่างโปร่งใสจึงมักอธิบายว่า สิ่งที่ทำได้คือ เพิ่มโอกาสให้เว็บไซต์ถูก AI เลือกไปแสดงผล ผ่านการวางกลยุทธ์ด้านคอนเทนต์ โครงสร้างเว็บไซต์ และการสร้างความน่าเชื่อถือของแบรนด์ในระยะยาว คำพูดลักษณะนี้สะท้อนว่าเอเจนซี่เข้าใจธรรมชาติของ AI Search จริง และทำงานบนพื้นฐานของความเป็นไปได้ ไม่ใช่คำโฆษณาเกินจริง

เอเจนซี่ทำเว็บติด AI Search คือพาร์ตเนอร์ที่ธุรกิจต้องเลือกให้เป็น

การเลือกเอเจนซี่ทำเว็บติด AI Search ควรเริ่มจากความเข้าใจว่าเป้าหมายนี้ต้องใช้กลยุทธ์แบบองค์รวม ไม่ใช่แค่เรื่องคีย์เวิร์ดหรือการเขียนบทความเยอะๆ เท่านั้น แต่ต้องวางโครงสร้างเว็บไซต์ให้ AI อ่านและประมวลผลได้ง่าย สร้างคอนเทนต์ที่ตอบคำถามผู้ใช้งานได้จริง และเสริมความน่าเชื่อถือของแบรนด์ในภาพรวม เพราะ AI มักเลือกอ้างอิงเฉพาะแหล่งข้อมูลที่มีตัวตนชัดเจนและมีความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ดังนั้น ก่อนตัดสินใจจ้าง ควรพิจารณาว่าเอเจนซี่สามารถอธิบายกระบวนการทำงานได้อย่างชัดเจน ไม่ได้โฟกัสแค่คีย์เวิร์ดเพียงอย่างเดียว และมอง SEO ควบคู่กับ AI Search เป็นกลยุทธ์ระยะยาวที่ช่วยผลักดันการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน



ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Thaiger

The Thaiger นำเสนอข่าวสารล่าสุดและอัปเดตจากทั่วประเทศไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button