จีนคุมเข้ม! รอมฎอนปีนี้ ห้าม “มุสลิมอุยกูร์” ถือศีลอด-ละหมาด

ศูนย์วิจัยอุยกูร์ชี้ ชาวมุสลิมอุยกูร์ยังคงถูกจำกัดสิทธิทางศาสนาอย่างหนัก ไม่สามารถปฏิบัติศาสนกิจช่วงรอมฎอนได้ ทั้งการถือศีลอด ละหมาดตารอเวียะห์ และละหมาดอีด
ศูนย์วิจัยอุยกูร์ (Center for Uyghur Studies – CUS) ส่งความปรารถนาดีไปยังพี่น้องมุสลิมทั่วโลกในโอกาสต้อนรับเดือนรอมฎอนอันประเสริฐ ในขณะที่มุสลิมทั่วโลกได้ถือศีลอด ละหมาด และบริจาคทานอย่างสงบสุข แต่มุสลิมอุยกูร์หลายล้านคนในเขตซินเจียง (หรืออีสต์เตอร์กิสถาน) กลับถูกลิดรอนสิทธิขั้นพื้นฐานในการปฏิบัติศาสนกิจอย่างเสรี
รอมฎอนที่ไม่มีรอมฎอน
หลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้บังคับใช้มาตรการจำกัดการใช้ชีวิตตามหลักศาสนาของชาวอุยกูร์อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในช่วงเดือนรอมฎอน ในอดีต ข้าราชการ นักเรียน และครู มักถูกสั่งห้ามไม่ให้ถือศีลอด และร้านอาหารก็ถูกกดดันให้เปิดบริการตามปกติในช่วงเวลากลางวัน
หลังจากการกวาดล้างครั้งใหญ่ในปี 2560 ข้อจำกัดเหล่านี้ได้ยกระดับกลายเป็นการสั่งห้ามทำกิจกรรมทางศาสนาโดยสิ้นเชิง การขยายตัวของค่ายกักกัน การจับกุมคุมขัง และการใช้เทคโนโลยีสอดแนม ทำให้การแสดงออกทางศาสนาส่วนบุคคลกลายเป็นความผิด รอมฎอนของชาวอุยกูร์ในปัจจุบันจึงกลายเป็น “รอมฎอนที่ไม่มีรอมฎอน” พวกเขาไม่สามารถถือศีลอด ไม่มีการละหมาดตารอเวียะห์ในยามค่ำคืน ไม่มีการละหมาดอีดเพื่อเฉลิมฉลอง ไปจนถึงถูกสั่งห้ามสอนศาสนาให้กับลูกหลานของตนเอง
กว่า 8 ปีแล้วที่การปฏิบัติศาสนกิจถูกรัฐบาลมองว่าเป็นอาชญากรรม การละเมิดสิทธิเสรีภาพทางศาสนาได้กลายเป็นเรื่องปกติในพื้นที่แห่งนี้ เดือนรอมฎอนที่ควรเป็นช่วงเวลาแห่งการทบทวนจิตวิญญาณ กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความเงียบงัน อัตลักษณ์ทางศาสนาและวัฒนธรรมของชาวอุยกูร์กำลังถูกทำลายลงอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับนโยบายบังคับกลืนชาติ การพรากครอบครัว และการตามกดขี่ชาวอุยกูร์ที่ลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศ
เสียงเรียกร้องถึงประชาคมโลก
นายอับดุลฮาคิม อิดริส (Abdulhakim Idris) ผู้อำนวยการบริหารศูนย์วิจัยอุยกูร์ กล่าวเน้นย้ำถึงสถานการณ์นี้ว่า “สำหรับมุสลิมทั่วโลก รอมฎอนคือเดือนแห่งความเมตตา ความศรัทธา และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน แต่สำหรับมุสลิมอุยกูร์ เดือนนี้กลับกลายเป็นสัญลักษณ์ของการถูกลิดรอนสิทธิทางศาสนาขั้นพื้นฐานอย่างเป็นระบบ”
ศูนย์วิจัยอุยกูร์เรียกร้องให้ประชาคมโลก รัฐบาลชาติต่างๆ ประเทศมุสลิม และองค์กรระหว่างประเทศ อย่าปล่อยให้การกดขี่ครั้งนี้ถูกลืมเลือนไปกับกระแสการเมืองโลก ทุกฝ่ายต้องร่วมกันออกตมาตรการที่เป็นรูปธรรม เพื่อปกป้องสิทธิของชาวอุยกูร์ให้สามารถปฏิบัติศาสนกิจได้อย่างปลอดภัยและปราศจากความหวาดกลัว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- หญิงชาวอิหร่าน ถูกชายซูดาน ลากลงรางไฟถูกรถไฟทับดับคู่ ลั่นพาไปตายด้วยกัน
- ถือศีลอดรอมฎอน ดีต่อสุขภาพจริงไหม? เปิดงานวิจัยระดับโลกที่คนถือศีลต้องรู้
- คดีช็อก สาวข้ามเพศ ฆ่าพ่อแม่ตัวเอง เข้ารับอิสลาม หวังไถ่บาป พี่ชายชี้เป็นเพราะ ‘ฮอร์โมน’
ข้อมูลจาก : Center for Uyghur Studies
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





