“ปวิน” เทียบ เลือกตั้ง “ไทย-ญี่ปุ่น” 8 ก.พ. ชี้เศรษฐกิจไทยวิกฤต คนสิ้นหวัง มือที่มองไม่เห็น

ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ วิเคราะห์เจาะลึกศึกเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2026 ของไทยกับญี่ปุ่น ชี้แม้กาบัตรวันเดียวกันแต่บริบทต่างราวฟ้ากับเหว ระบุไทยจมปลักกับดัก และหนี้ครัวเรือน ขณะที่การเมืองต้องสู้กับมือที่มองไม่เห็น และกระแสชาตินิยมชายแดนกัมพูชา
ศาสตราจารย์ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการ ศาสตราจารย์ประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต และผู้ลี้ภัยทางการเมือง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กวิเคราะห์สถานการณ์การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นพร้อมกันในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2026 ของทั้งประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น โดยชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างในมิติทางเศรษฐกิจและการเมืองที่น่าสนใจ
ปวินระบุว่า แม้ทั้งสองประเทศจะจัดการเลือกตั้งในวันเดียวกัน แต่สถานะทางเศรษฐกิจและแรงขับเคลื่อนนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ญี่ปุ่นในฐานะมหาอำนาจทางเศรษฐกิจกำลังดิ้นรนรักษาเสถียรภาพภายใต้นโยบาย “Sanaenomics” ของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ เพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อและค่าเงินเยนอ่อนค่า

ในทางกลับกัน ประเทศไทยกำลังตกอยู่ในสภาวะที่นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่า ทศวรรษที่สูญหาย มีตัวเลขหนี้ครัวเรือนพุ่งสูงเกือบ 90% ของ GDP ซึ่งทำให้การจับจ่ายใช้สอยในประเทศเป็นอัมพาต
การเลือกตั้งครั้งนี้ของไทยจึงไม่ใช่การแสดงพลังทางเศรษฐกิจ แต่เป็นการลงคะแนนท่ามกลางความสิ้นหวังของผู้คนที่ต้องการหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง อิทธิพลของกลุ่มทุนผูกขาด และปัญหากลุ่มทุนสีเทา
ในมิติทางการเมือง ปวินชี้ว่าญี่ปุ่นกำลังพยายามก้าวข้ามระบบพรรคเดียวครอบงำ (One-party dominance) ของพรรค LDP ที่สั่นคลอนจากเรื่องอื้อฉาวทางการเงิน จนต้องพึ่งพาพรรคร่วมอย่าง JIP ซึ่งเป็นการต่อสู้ในระบบรัฐสภาที่มีกติกาพยากรณ์ได้
แต่สำหรับประเทศไทย กลับเป็นการต่อสู้เพื่อ ความอยู่รอดของระบอบประชาธิปไตย แม้พรรคประชาชนจะมีคะแนนนิยมนำโด่ง แต่ต้องเผชิญกับกลไกตุลาการภิวัฒน์และอำนาจของกองทัพที่ฟื้นคืนผ่านกระแสชาตินิยมจากกรณีความขัดแย้งชายแดนกัมพูชา ปวินเปรียบเปรยว่าการเลือกตั้งไทยเป็น “ประชาธิปไตยที่มีมือที่มองไม่เห็น” ซึ่งผลการเลือกตั้งอาจไม่มีความหมายหากไม่ได้รับความเห็นชอบจากชนชั้นนำ

ปวินทิ้งท้ายว่า สิ่งที่ทั้งสองประเทศเผชิญร่วมกันคือ “ความไม่ต่อเนื่องของนโยบาย” ญี่ปุ่นติดวงจรเลือกตั้งฉับพลันจนแผนปฏิรูปสะดุด ส่วนไทยเสี่ยงเกิดสุญญากาศทางการเมืองหลังเลือกตั้ง หากพรรคที่ชนะจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้หรือถูกสกัดกั้นโดยองค์กรอิสระ ซึ่งสะท้อนว่าทั้งสองประเทศกำลังยืนอยู่บนทางแพร่ง ระหว่างการรักษาโครงสร้างอำนาจเดิม หรือการผ่าตัดใหญ่เพื่อรับมือระเบียบโลกใหม่
ทั้งนี้ ปวินได้เชิญชวนให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญและสนับสนุนพรรคประชาชน (ส้ม) ให้ได้เป็นรัฐบาล

ติดตาม The Thaiger บน Google News:





