ตำนาน F1 ที่ยังมีลมหายใจ พบสัญญาณบวกสุดรอบ 12 ปี ลบข่าวลือ “สื่อสารผ่านดวงตา”
แหล่งข่าวเผย “ตำนาน F1” เริ่มขยับนั่งวีลแชร์ได้ พร้อมรับรู้เรื่องราวรอบตัว แม้ยังต้องดูแลใกล้ชิดโดยทีมแพทย์และภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก ท่ามกลางการรักษาความลับสุดยอดของครอบครัว
โชคชะตาอาจพรากเขาไปจากสนามแข่ง แต่หัวใจของนักสู้อย่าง มิชาเอล ชูมัคเกอร์ (Michael Schumacher) ยังคงไม่ยอมจำนน นับเป็นเวลากว่า 12 ปีแล้วที่โลกมอเตอร์สปอร์ตต้องตกอยู่ในความเงียบงัน หลังอุบัติเหตุสกีสุดสยอง ณ เทือกเขาแอลป์ในปี 2013 ที่เปลี่ยนชีวิตแชมป์โลกฟอร์มูลาวัน 7 สมัยไปตลอดกาล
ล่าสุด มีรายงานจากสื่อต่างประเทศที่สร้างแรงสั่นสะเทือนและจุดประกายความหวังให้กับแฟนคลับทั่วโลก เมื่อแหล่งข่าวเปิดเผยว่า ยอดนักขับวัย 57 ปีรายนี้ ไม่ต้องนอนติดเตียงอีกต่อไป
แม้ข้อมูลส่วนใหญ่เกี่ยวกับอาการป่วยจะถูกเก็บงำเป็นความลับสุดยอดโดย คอรินนา ภรรยาผู้ซื่อสัตย์ แต่ข้อมูลใหม่ระบุว่า ชูมัคเกอร์มีความคืบหน้าในการฟื้นฟูร่างกายอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจุบันเขาสามารถลุกขึ้นมานั่งบนรถเข็นวีลแชร์ได้แล้ว ซึ่งนั่นหมายความว่าเขาสามารถถูกพาลัดเลาะไปตามคฤหาสน์หรูในมายอร์กา หรือสูดอากาศบริสุทธิ์ริมทะเลสาบเจนีวาได้ แทนที่จะต้องถูกจำกัดพื้นที่อยู่เพียงบนเตียงพยาบาล
แต่อย่างไรก็ตาม เขายังคงต้องอยู่ภายใต้การดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชม. โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและพยาบาลส่วนตัว เพื่อประคับประคองการฟื้นตัวที่เปราะบางนี้


ลบข่าวลือ “สื่อสารผ่านดวงตา”
ก่อนหน้านี้มีกระแสคาดการณ์ว่า ตำนานักซิ่งอาจหลงเหลือเพียงความสามารถในการกะพริบตาเพื่อสื่อสารเท่านั้น แต่แหล่งข่าวคนสำคัญยืนยันว่าสถานการณ์จริงก้าวหน้าไปมากกว่านั้น
“เขาสามารถรับรู้และเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวได้หลายอย่าง แม้อาจจะไม่ทั้งหมดก็ตาม” แหล่งข่าวระบุ
นี่คือคำยืนยันที่ดับข่าวลือที่ว่าเขากลายเป็นเจ้าชายนิทราที่ไร้ความรู้สึก และสะท้อนให้เห็นว่า “เครื่องจักรสีแดง” แห่งแฟร์รารีรายนี้ยังคงสื่อสารกับโลกภายนอกในแบบฉบับของตนเอง

ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ครอบครัวชูมาเกอร์ต้องเผชิญกับทั้งความเจ็บปวดและการถูกคุกคามความเป็นส่วนตัว ล่าสุดเมื่อปีก่อน อดีตลูกจ้าง 3 ราย เพิ่งถูกตัดสินโทษหลังพยายามแบล็กเมลครอบครัวด้วยภาพถ่ายลับในสภาพปัจจุบันของเขา ขณะที่ จีน่า-มาเรีย ลูกสาวของเขาก็เพิ่งโพสต์ภาพย้อนวันวานที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มในวันเกิดของพ่อ พร้อมคำนิยามสั้นๆ ที่กินใจว่า “The best forever”
หากจะถามว่าในยุคเรืองรอง มิชาเอล ชูมาเกอร์ (Michael Schumacher) เก่งระดับไหน คำตอบที่สั้นที่สุดคือเขาคือ “ราชาแห่งความเร็ว” ผู้ปฏิวัติวงการฟอร์มูลาวันไปตลอดกาล
ทักษะที่พิสูจน์ความเหนือมนุษย์ของชูมาเกอร์ได้ดีที่สุดคือการขับบนสนามที่ฝนตกหนัก ในขณะที่นักแข่งคนอื่นประคองรถให้อยู่ในสนามยังยาก แต่ชูมาเกอร์กลับขับได้เร็วราวกับถนนแห้ง ตัวอย่างที่คลาสสิกที่สุดคือ Spanish Grand Prix 1996 เขาขับทำเวลาทิ้งห่างคู่แข่งอันดับ 2 ไปกว่า 45 วินาที จนได้รับฉายาว่า “Regenkönig” (ราชาแห่งสายฝน)

ก่อนชูมาเกอร์จะย้ายมา Ferrari ในปี 1996 ทีมม้าลำพองตกต่ำถึงขีดสุด ไม่ได้แชมป์โลกมานานเกือบ 2 ทศวรรษ แต่ชูมาเกอร์ไม่ได้แค่มาขับ เขาพาทีมงานสมองเพชรจาก Benetton มาด้วย และลงไปคลุกคลีกับการพัฒนารถทุกรายละเอียด จนสร้างยุค “Ferrari Dominance” คว้าแชมป์โลกติดต่อกัน 5 สมัย (2000-2004) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ในสมัยก่อน นักแข่ง F1 หลายคนยังมีไลฟ์สไตล์แบบเพลย์บอย ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ แต่ชูมาเกอร์คือคนแรกที่เข้ายิมอย่างบ้าคลั่ง เขามีร่างกายที่แข็งแกร่งระดับนักกีฬาโอลิมปิก เพื่อให้ทนต่อแรง $G$ (G-Force) ได้ตลอดทั้งสนามโดยที่ความเข้มข้นไม่ตกเลยแม้แต่วินาทีเดียว ทำให้เขาสามารถขับแบบ “Qualifying Laps” (ขับเต็มสปีดเหมือนรอบคัดเลือก) ต่อเนื่องได้ตลอดการแข่งขัน
และสถิติที่เคยถูกมองว่าเป็น “อมตะ”ก่อนที่ ลูอิส แฮมิลตัน จะก้าวขึ้นมาทำลายสถิติ สถิติของชูมาเกอร์ถูกมองว่าเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ที่จะมีใครมาโค่น จากการขึ้นแท่นแชมป์โลก 7 สมัยชนะการแข่งขัน 91 ครั้งขึ้นโพเดียม 155 ครั้ง
ปัจจุบันในวันที่รถแข่งหมายเลข 1 ของเขาอาจกลายเป็นเพียงของสะสมราคาแพงในสนามประมูล แต่สำหรับครอบครัวและแฟนๆ การได้เห็นเขาลุกขึ้นมานั่งมองแสงแดดบนวีลแชร์ได้อีกครั้ง คือ “ชัยชนะ” ที่ยิ่งใหญ่กว่าถ้วยรางวัลใดๆ ที่เขาเคยคว้ามาตลอดชีวิตนักแข่ง.





อ่านข่าวกีฬาทั่วโลก
- ราล์ฟ ชูมัคเกอร์อดีตนักแข่งรถดัง เปิดตัวแฟนหนุ่ม ดีใจเจอคนที่ใช่
- สิ้นตำนาน F1 เอ็ดดี้ จอร์แดน อดีตเจ้าของทีมฟอร์มูล่าวัน ผู้เปิดตัว ชูมัคเกอร์
- ราคาทองวันนี้ (26 ม.ค. 69) ทะลุ 7.5 หมื่น พุ่งแรง 1,500 บาท
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



