ดาราสาวอินโดฯ เปิดบันทึกอุทาหรณ์ ถูกคุกคามตั้งแต่อายุ 15 “แต่งงานปลอม” ชายแก่กว่า 10 ปี
โลกแห่แชร์บันทึกชีวิตอุทหรณ์ ดาราสาวอินโดนีเซีย เปิดโปงขบวนการจัดฉากแต่งงานปลอม หลอกครอบงำจิตใจทำลายชีวิตตั้งแต่ยังไม่รู้เดียงสา พร้อมฝากคำเตือนถึงพ่อแม่ทั่วอาเซียน
เมื่อดาราสาวชื่อดังชาวอินโดนีเซีย ออเรลี โมเรมันส์ (Aurelie Moeremans) ตัดสินใจเขียนบันทึกความทรงจำในชื่อ “Broken Strings: Fragments of Stolen Youth” เมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยเธอไม่ได้เพียงแค่เล่าเรื่องส่วนตัว แต่กำลังจุดระเบิดทางความคิดที่สั่นสะเทือนไปทั้งภูมิภาค เกี่ยวกับภัยเงียบที่ชื่อว่า “Child Grooming” หรือ การหลอกล่อสร้างความไว้วางใจเพื่อล่วงละเมิดเด็ก ซึ่งมักถูกพรางตาอยู่ในคราบของความรักที่สวยงาม
อ้างอิงจากรายงานของสื่อต่างประเทศระบุ ในบันทึกที่กลายเป็นไวรัลทั่วโลกออนไลน์นั้น ออเรลีเล่าว่า ฝันร้ายของเธอเริ่มขึ้นตั้งแต่อายุเพียง 15 ปี เมื่อชายคนหนึ่งที่แก่กว่าเธอมากกว่า 10 ปี เริ่มรุกรานชีวิตด้วยสิ่งที่เรียกว่า เลิฟบอมบิ้ง (Love Bombing) ทั้งการปรนเปรอด้วยของขวัญ คำชมเชย และความสนใจอย่างไม่ลดละ จนทำให้วัยรุ่นที่ยังอ่อนประสบการณ์ตกอยู่ในสภาวะพึ่งพาทางอารมณ์
เรื่องราวมาถึงจุดพีคในปี 2011 ทันทีที่อายุครบ 18 ปี ชายคนดังกล่าว (ในเล่มใช้ชื่อสมมติว่า บ็อบบี้) ได้วางแผนแยบยลด้วยการ “จ้างนักแสดงมาสวมบทเป็นพ่อแม่ของเธอ” เพื่อทำพิธีแต่งงานในโบสถ์ที่ชวาตะวันตก เนื่องจากกฎหมายอินโดนีเซียกำหนดว่า การแต่งงานต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง
ออเรลีระบุว่านั่นคือ “งานแต่งงานปลอม” ที่ไร้ผลทางกฎหมายและศาสนา ก่อนที่หญิงสาวรายนี้จะเผชิญกับการถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจนานกว่า 2 ปี กระทั่งคริสตจักรคาทอลิกประกาศให้การแต่งงานนั้นเป็นโมฆะในปี 2013
บันทึกของออเรลีไม่ได้เพียงส่งให้คำว่า “”กรูมมิ่ง (Grooming)” กลายเป็นคำที่ถูกค้นหามากที่สุด แต่ยังสร้างความกล้าให้กับผู้หญิงคนอื่นรวมถึง มาโนฮารา โอเดเลีย อดีตนางแบบชื่อดังที่เคยตกเป็นข่าวดังระดับโลกจากการแต่งงานกับเจ้าชายมาเลเซียขณะอายุ 16 ปี
มาโนฮาราได้ออกมาโพสต์ย้ำถึงบาดแผลของเธอว่า ตอนนั้นฉันเป็นผู้เยาว์ ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกบังคับและขาดอิสรภาพ นั่นหมายความว่า ฉันไม่มีสิทธิ์เลือกที่แท้จริงหรือมีความสามารถในการให้ความยินยอมได้เลย

การเปิดโปงเหล่านี้ทำให้สังคมอินโดนีเซียเริ่มตั้งคำถามอย่างรุนแรงว่า “ทำไมผู้ชายวัย 30 ปี ถึงมุ่งเป้าและเข้าหาเด็กมัธยมต้น?”
ซานี บูเดียนตีนี เฮอร์มาวัน นักจิตวิทยาครอบครัว วิเคราะห์ว่าคนร้ายมักเลือกเหยื่อที่เป็นเด็กที่รู้สึกว่าตัวเองถูกละเลยที่บ้าน เด็กกลุ่มนี้ต้องการการยอมรับ คนร้ายจึงใช้วิธีเข้าหาแบบนุ่มนวลเพื่อให้เด็กตายใจและปิดบังความสัมพันธ์จากคนรอบข้างจนควบคุมได้ง่าย
ด้าน อารีฟาห์ เฟาซี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเสริมสร้างศักยภาพสตรีและคุ้มครองเด็กแห่งอินโดนีเซีย ระบุว่า การเข้าใจ “สัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า” เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในปัจจุบัน ในขณะที่หน่วยงานคุ้มครองเด็กยอมรับว่ากฎหมายยังมีช่องโหว่ เพราะจะลงโทษผู้ร้ายใน “ข้อหากรูมมิ่ง” ได้ก็ต่อเมื่อเกิดการล่วงละเมิดทางเพศขึ้นแล้วเท่านั้น การพิสูจน์รูปแบบการปั่นหัว ก่อนเกิดเหตุจึงเป็นโจทย์ที่ยากสำหรับกระบวนการยุติธรรม
บันทึกของออเรลีในวัย 32 ปี ซึ่งปัจจุบันอาศัยอยู่ในแคลิฟอร์เนีย ได้กลายเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญที่ทำให้ผู้ใหญ่ต้องกลับมาทบทวนพฤติกรรมของบุตรหลาน โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ที่คนร้ายเข้าถึงเด็กได้ง่ายขึ้น
การที่เจ้าตัวกล้าออกมาเล่าว่า ความมั่นใจในตัวเองของเธอถูก “ฆ่าทิ้งอย่างโหดเหี้ยม” เพียงใด คือ เครื่องเตือนใจชั้นดีว่า “ความรัก” ที่เริ่มจากการผิดจรรยาบรรณและอายุน้อยเกินไปนั้น มักจบลงที่ความสูญเสียเสมอ.


อ่านข่าวเพิ่มเติม
- อดีตดาราเด็ก สลัดลุคสดใส ผันตัวเปิด OnlyFans วันเดียวฟันรายได้มหาศาล
- ยอดพุ่ง 39 ศพ รถไฟชนกัน รมว.สเปน เผย เหตุแปลกประหลาด ไม่น่าเกิดได้
- ฉาวอีก! ทลายซ่องไต้หวัน รวบ 44 ผู้ต้องหา พบสาวไทยค้าบริการ 33 ชีวิต
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





