ข่าว

คดีใหญ่มาก อัยการยื่นฟ้อง เมียอดีตตุลาการศาล รธน. ปมทุจริต-ปลอมเอกสาร เสียหาย 372 ล้าน

อัยการคดีพิเศษยื่นฟ้อง “ภรรยาอดีตตุลาการศาล รธน.” และพวกรวม 5 ราย ปมทุจริตบริษัทโรงไฟฟ้าขยะ ปลอมเอกสารซื้อที่ดิน-ฟอกเงิน เสียหายกว่า 372 ล้านบาท ศาลให้ประกันตัวคนละ 5 แสน

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีทุจริตครั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 15 มกราคม ที่ผ่านมา พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ 1 ได้ยื่นฟ้องจำเลยคนสำคัญและพวกรวม 5 คน ต่อศาลอาญา ในความผิดฐานร่วมกันทุจริต ลักทรัพย์ และฟอกเงิน จากกรณีการซื้อขายที่ดินของบริษัทพลังงาน

จำเลยทั้ง 5 คน คือ

  1. นายคณพศ อายุ 72 ปี อดีต CEO บริษัทโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ

  2. นางจิตราภรณ์ (อายุ 73 ปี) อดีต ผอ.สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม (สสว.) ในฐานะอดีต CEO บริษัท โรงไฟฟ้าพลังงานขยะ เเละเป็นภรรยาของอดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

  3. จำเลยที่ 3 เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินและบัญชี

  4. จำเลยที่ 4 ผู้ร่วมขบวนการ

  5. จำเลยที่ 5 เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย

ผู้เสียหายในคดี

  1. บริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส จำกัด (ผู้เสียหายที่ 1)

  2. บริษัท สมุทรปราการ รีนิวเอเบิ้ลเอเนอร์จี้ จำกัด (ผู้เสียหายที่ 2)

จำเลยทั้งหมดถูกฟ้องในความผิดฐาน

  • ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้กลอุบาย (ทำเป็นปกติธุระ)
  • ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม (ทำเป็นปกติธุระ)
  • กรรมการบริษัทร่วมกันปลอมเอกสารเพื่อหลอกลวงให้บริษัทเสียผลประโยชน์
  • สนับสนุนผู้รับผิดชอบงานของบริษัทให้กระทำผิด
  • สมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน

คำฟ้องระบุพฤติการณ์ของจำเลยที่ 1-2 (ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจ) ร่วมกับฝ่ายบัญชีและฝ่ายกฎหมาย วางแผนทำกันเป็นขั้นเป็นตอน

1. การสร้างเอกสารเท็จ กลุ่มจำเลยได้ร่วมกันปลอม “สัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน” ขึ้นมาหลายฉบับ ในหลายแปลง โดยมีวิธีการ 2 รูปแบบ คือ แบบไม่มีการซื้อขายจริง ทำสัญญาปลอมขึ้นมาทั้งฉบับ แบบมีการซื้อขายจริงแต่โก่งราคา ปลอมสัญญาโดยระบุราคาที่ดินให้ “สูงกว่า” ราคาที่ตกลงจริงกับเจ้าของที่ดิน

2. นำสัญญาปลอมเหล่านี้ไปอ้างต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เพื่อขออนุมัติซื้อที่ดินและขอให้ออกเช็คสั่งจ่ายค่าที่ดิน (ซึ่งเป็นยอดเงินที่สูงเกินจริง หรือเป็นยอดเท็จ)

3. เมื่อได้เช็คจากบริษัทมาแล้ว กลุ่มจำเลยจะนำเช็คไปขอซื้อ “แคชเชียร์เช็ค” จากธนาคาร แบ่งออกเป็นหลายฉบับ ฉบับหนึ่ง: สั่งจ่ายตามราคาที่ดินจริง (ให้คนขายที่ดิน) ฉบับที่เหลือ: เป็นเงินส่วนต่างที่โกงมา กลุ่มจำเลยจะนำไปขึ้นเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง โดยร่วมกันลักเงินของผู้เสียหายไปโดยทุจริต

4. นอกจากปลอมสัญญาซื้อขายแล้ว ยังร่วมกันปลอมข้อความในช่อง “ผู้รับเช็ค” ในใบรับเช็ค เพื่อตบตาบริษัทและบุคคลภายนอกให้หลงเชื่อว่าเอกสารเหล่านั้นเป็นของจริง

มีกรณีหนึ่งที่กลุ่มจำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินระหว่าง บจก.อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส (ผู้ซื้อ) กับ บจก.ปัญญานคร (ผู้ขาย) โดยมีการแก้ไขตัวเลขในสัญญา ราคาจริง 196 ล้านบาทราคาที่แก้ไข/ปลอมแปลง 261 ล้านบาท (ทำให้บริษัทต้องจ่ายเงินเกินไปจำนวนมาก และกลุ่มจำเลยเก็บส่วนต่างนี้ไป)

หลังจากได้เงินจากการทุจริต กลุ่มจำเลยได้เปิดบัญชีธนาคารกรุงเทพและธนาคารอื่นหลายบัญชี เพื่อนำเงินที่ขโมยมาฝากเข้าบัญชี จากนั้นทำการโอนต่อกันเป็นทอดๆ หรือถอนเป็นเงินสดออกมา เพื่อซุกซ่อนที่มาของเงิน ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงิน

มูลค่าความเสียหายรวม กว่า 372 ล้านบาท สถานที่เกิดเหตุ เกี่ยวพันกันหลายพื้นที่ ได้แก่ แขวงสวนหลวง (เขตสวนหลวง), แขวงลาดพร้าว (เขตลาดพร้าว) กทม. และ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

ในชั้นสอบสวน จำเลยทั้ง 5 คน ให้การ ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ในชั้นศาล ศาลอาญาประทับรับฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำที่ อ. 101/2569 จำเลยทั้งหมดยื่นหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว ศาลอนุญาตให้ประกันตัว โดยตีราคาประกันคนละ 500,000 บาท

อัยการระบุว่า สาเหตุที่ต้องเร่งฟ้องสำนวนนี้ก่อนเนื่องจากบางข้อหาใกล้จะขาดอายุความ อย่างไรก็ตาม จำเลยรายสำคัญในกลุ่มนี้ยังมีคดีอื่นที่อยู่ระหว่างการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) อีก ซึ่งเป็นคดีที่มีมูลค่าความเสียหายจำนวนมากเช่นกัน

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Thaiger

The Thaiger นำเสนอข่าวสารล่าสุดและอัปเดตจากทั่วประเทศไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button