ข่าว

ประวัติ “ทนายแก้ว” ดร.มนต์ชัย จากเส้นทางนักกฎหมาย สู่ทนายดังคู่ใจโหนกระแส

เจาะลึกประวัติ “ทนายแก้ว” ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล จากนิสิตนิติศาสตร์ ม.รามคำแหง สู่หัวหน้าสำนักงาน Legal Intelligence และบทบาทนักกฎหมายวิเคราะห์ประเด็นร้อนในรายการโหนกระแส

นาทีนี้หากเอ่ยชื่อ ทนายแก้ว หรือ ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล เชื่อว่าหลายคนต้องร้องอ๋อ เพราะเขาคือหนึ่งในทนายความที่ปรากฏตัวบนหน้าจอทีวีบ่อยที่สุด โดยเฉพาะในรายการข่าวดังอย่าง โหนกระแส ที่เขามักจะมาร่วมโต๊ะวิเคราะห์ข้อกฎหมายในประเด็นร้อนทางสังคม

แต่เบื้องหลังหน้าจอ เขาคือทนายความอาชีพที่มีใบอนุญาตว่าความมายาวนาน เลขที่ 586/2538 และเป็นผู้บริหารสำนักงานกฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญระดับด็อกเตอร์ วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักตัวตนจริง ๆ ของทนายแก้วให้มากขึ้น

ส่องผลงาน ทนายแก้ว ผู้ย่อยกฎหมายยาก ๆ ให้เป็นเรื่องง่าย

ทนายแก้วไม่ได้มีดีแค่ฝีปากหน้าจอ แต่ในแวดวงกฎหมาย เขาคือ หัวหน้าสำนักงานและกรรมการผู้จัดการ ของ บริษัท ลีกัล อินเทลลิเจนซ์ จำกัด หรือ Legal Intelligence ซึ่งเป็นสำนักงานทนายความที่จดทะเบียนนิติบุคคลมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546

ขอบเขตงานของเขาไม่ได้จำกัดแค่คดีดราม่า แต่ครอบคลุมงานที่ปรึกษากฎหมายทั้งบุคคลและนิติบุคคล งานบังคับคดี รวมถึงคดีแพ่งที่ซับซ้อนเรื่องสัญญาและการละเมิด ซึ่งเป็นรากฐานที่ทำให้เขามีความแม่นยำในข้อกฎหมาย

เห็นลีลาการพูดที่เข้าใจง่ายแบบนี้ แต่ดีกรีทางวิชาการของทนายแก้วถือว่าแน่นปึ้ก โดยข้อมูลจากเว็บไซต์สำนักงานระบุเส้นทางการศึกษาไว้ว่า จบปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต และปริญญาโท นิติศาสตรมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง

ประวัติทนายแก้ว แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในกฎหมายและการวิเคราะห์ประเด็นร้อน
LEGAL INGELLIGENCE

เจาะลึกประวัติการศึกษาและการฝึกอบรม

ต่อด้วยการคว้าปริญญาเอก นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และยังมีคุณวุฒิวิชาชีพ สอบไล่ได้ความรู้ชั้นเนติบัณฑิตไทย นอกจากนี้ เขายังผ่านหลักสูตรการอบรมด้านการบริหารกระบวนการยุติธรรมและกฎหมายเฉพาะด้านอีกหลายหลักสูตร

  • 2562 เป็นผู้สอบไล่ได้ความรู้ชั้นเนติบัณฑิต ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา สมัยที่ 72
  • 2561 ได้รับการฝึกอบรมหลักสูตร “การกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายในตลาดเงินทุน” รุ่นที่ 3 ศูนย์บริการวิชาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • 2560 ผ่านการอบรมหลักสูตร ทนายความที่ปรึกษานิติบุคคล รุ่นที่ 1 ศูนย์วิชาการคณะเดชอุดม ไกรฤทธิ์
  • 2559 ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตร “กฎหมายการประกอบธุรกิจกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” ของศูนย์บริการวิชาการจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • 2557 นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต คณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
  • 2555 ผ่านการอบรมโครงการภาษาอังกฤษสำหรับนักกฎหมายชั้นสูง มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
  • 2549 ผ่านการอบรมเป็นกรรมการสอบสวนคดีมรรยาททนายความ คณะกรรมการมรรยาททนายความ สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์
  • 2549 สำเร็จการฝึกอบรมตามหลักสูตร “นักบริหารกิจการยุติ : การยุติธรรมทางแพ่งและพาณิชย์ สถาบันพัฒนาบุคลากรใน กระบวนการยุติธรรมสำนักงานกิจการยุติธรรม”
  • 2546 นิติศาสตรมหาบัณฑิต (กฎหมายธุรกิจ) มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  • 2538 สอบผ่านหลักสูตร “วิชาว่าความของสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความ รุ่นที่ 10” แห่งสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์
  • 2534 นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง
การเคลื่อนไหวของทนายแก้ว สะท้อนถึงความระมัดระวังในเรื่องกฎหมายและสื่อสาร
LEGAL INGELLIGENCE

จุดเด่นที่ทำให้ทนายแก้วกลายเป็นขวัญใจชาวโซเชียล ไม่ใช่แค่การปรากฏตัวในคดีดัง แต่คือทักษะการ แปลไทยเป็นไทย เขาสามารถหยิบยกมาตรากฎหมายที่ซับซ้อน มาย่อยให้เป็นภาษาที่ชาวบ้านเข้าใจได้ทันทีว่า ทำแบบนี้ผิดไหม หรือ ต้องโดนโทษอะไร

ความสามารถในการสื่อสารที่ สั้น กระชับ และตรงประเด็น ทำให้กฎหมายไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป นอกจากการว่าความ เขายังมีบทบาทใน สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ในฐานะคณะทำงานเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายและงานด้านอบรมว่าความ ซึ่งสะท้อนบทบาทความเป็น ครู ทางกฎหมายได้เป็นอย่างดี

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ชื่อของทนายแก้วถูกพูดถึงอีกครั้งในบทบาททนายความผู้รับมอบอำนาจของคู่รักคนดัง นุ่น วรนุช และ ต๊อด ปิติ ในการดำเนินคดีฟ้องหมิ่นประมาทกับเพจข่าวที่นำเสนอข้อมูลเท็จเรื่องคำทำนายหมอดู ซึ่งเขาได้ทำหน้าที่ชี้แจงข้อเท็จจริงและปกป้องสิทธิของลูกความได้อย่างชัดเจน

ทนายแก้ว เคลื่อนไหวแล้ว! โพสต์ขอโทษปมดราม่าร้อน

หลังจากตกเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ ล่าสุด ทนายแก้ว หรือ ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล ทนายความชื่อดังจากรายการโหนกระแส ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อชี้แจงและแสดงจุดยืนเป็นครั้งแรก โดยมีใจความสำคัญสรุปได้ดังนี้

1. ขอโทษและเสียใจอย่างสุดซึ้ง

ทนายแก้วเริ่มต้นด้วยการแสดงความเสียใจและ “ขออภัยต่อทุกฝ่าย” ที่ได้รับผลกระทบจากข่าวที่เกิดขึ้น โดยระบุถึงบุคคลที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ได้แก่ ครอบครัว คู่สมรส บุตร ญาติพี่น้อง รวมถึงผู้ติดตามที่เคยให้ความเชื่อมั่น โดยยอมรับว่าตระหนักดีถึงความรู้สึกและผลกระทบทางจิตใจที่เกิดขึ้น

2. ยังไม่ขอลงรายละเอียดในตอนนี้

ในส่วนของข้อเท็จจริง ทนายแก้วระบุชัดเจนว่า “ยังไม่ประสงค์จะให้รายละเอียดหรือแสดงความเห็นใดๆ” ต่อข้อกล่าวหาในขณะนี้ โดยให้เหตุผลว่า

  • การโต้แย้งผ่านพื้นที่สาธารณะอาจทำให้สถานการณ์ “ซับซ้อนและบานปลาย”
  • เกรงว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิ ชื่อเสียง และศักดิ์ศรีของทุกฝ่าย
  • โดยเฉพาะ “คู่กรณี” ที่ทนายแก้วมองว่าควรได้รับการปฏิบัติด้วยความระมัดระวัง

3. เตรียมใช้ “กระบวนการที่เหมาะสม”

ทนายแก้วยืนยันว่า หากจำเป็นต้องชี้แจงข้อเท็จจริง จะดำเนินการผ่าน “กระบวนการที่เหมาะสม” (ซึ่งอาจหมายถึงกระบวนการทางกฎหมายหรือช่องทางที่เป็นทางการ) เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและโปร่งใส แทนการโต้ตอบผ่านสื่อ

4. วอนสื่อและสังคมใช้วิจารณญาณ

ทิ้งท้ายด้วยการขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนและประชาชน ให้ใช้วิจารณญาณในการรับฟังข้อมูล และเคารพต่อกระบวนการ เพื่อไม่ให้การแสดงความคิดเห็นส่งผลกระทบที่รุนแรงเกินสมควรต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง

การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ ถือเป็นการ “ยอมรับผลกระทบ” แต่ยัง “สงวนท่าที” ในทางคดีและข้อเท็จจริง ซึ่งต้องจับตาดูต่อไปว่ากระบวนการที่เหมาะสมที่ทนายแก้วระบุถึงนั้น จะมีความคืบหน้าอย่างไรต่อไปครับ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทนายแก้ว ยืนยันจะใช้กระบวนการที่เหมาะสมในการชี้แจงข้อเท็จจริง
FB/ทนายแก้ว

ข้อมูลจาก : LEGAL INGELLIGENCE, FB/ทนายแก้ว

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Thosapol

นักเขียนบทความที่ Thaiger จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เชี่ยวชาญเรื่องบทความท่องเที่ยว บันเทิง ไลฟ์สไตล์ ผ่านการค้นหาข้อมูลโดยละเอียดพร้อมด้วยประสบการณ์ตรงของตัวเอง งานอดิเรกมีความสนใจในกระแสข่าวรอบตัวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ สังคม การเมือง และที่สำคัญคือเป็นทาสแมวร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ช่องทางติดต่อ thospol@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button