เตรียมออกหมายเรียก “บิ๊กโจ๊ก” หลังโดนแจ้งความ ทำร้ายร่างกาย ตบบ้องหูฉีก

เตรียมออกหมายเรียก บิ๊กโจ๊ก หลังโดนลูกน้องคนสนิทเข้าแจ้งความ ทำร้ายร่างกาย ตบบ้องหูฉีก แต่ยังไม่ได้ออกหมายจับแต่อย่างใด
จากกรณี พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ และ พ.ต.อ.อาริศ คูประสิทธิ์รัตน์ อดีตสองลูกน้องคนสนิท พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล หรือ บิ๊กโจ๊ก อดีต รอง ผบ.ตร. เข้าแจ้งความ บิ๊กโจ๊ก ในความผิดฐาน “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ”
โดยทั้งสองกล่าวว่า ช่วงที่พวกตนยังคงปฏิบัติหน้าที่เป็นนายตำรวจติดตาม พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ มักจะถูกอดีตผู้บังคับบัญชาทำร้ายร่างกาย และใช้คำพูดด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรงเป็นประจำ หากไม่พอใจการทำงาน ซึ่งเหตุส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นที่โรงแรมย่านพญาไท รวมถึงบ้านพักของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ที่อยู่ภายในซอยวิภาวดี 60 และบ้านพักใน ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี รวมไปถึงห้องทำงานสำนักงานรัชดาวัน
ในกรณีของ พ.ต.ท.คริษฐ์ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ก.พ.2560 หลังถูก พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ทำร้ายด้วยการใช้มือขวาตบเข้าที่กกหูซ้ายอย่างรุนแรงติดต่อกัน 4-5 ครั้ง ก่อนที่ภายหลังต่อมาประมาณวันที่ 23 ก.พ. 2560 พ.ต.ท.คริษฐ์ เริ่มมีอาการปวดหูและศีรษะอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากการถูกทำร้าย จึงตัดสินใจเดินทางไป รพ.กรุงเทพ เพื่อตรวจรักษา ก่อน แพทย์ จะวินิจัยว่า “แก้วหูซ้ายทะลุ ฉีกขาดเป็นรูขนาดกลาง”
ขณะที่ในส่วนกรณีของ พ.ต.อ.อาริศ ส่วนใหญ่จะเป็นการถูก พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย เปรียบเปรยว่าเป็นควาย บางครั้งหนักถึงขั้นด่าบุพการี โดยถูกกระทำเช่นนี้เป็นประจำ นอกจากนี้ยังถูกบังคับให้ไปทำงานที่สำนักงานหนายความ ตึกรัชดาวัน โดยตลอดไม่มีวันหยุด ตั้งแต่เช้าจนเย็น รวมถึงยังมักพูดข่มขู่หากขัดคำสั่งหรือไม่ยอมทำตาม “จะเล่นงานให้หนักถ้าได้กลับไปรับราชการ” จนทำให้ พ.ต.อ.อาริศ เกิดความกลัวและความเครียดสะสมจนถึงขั้นนอนไม่หลับ ต้องไปพบจิตแพทย์ที่ รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ เพื่อรักษาเยียวยาสภาพจิตใจ
ล่าสุดมีรายงานข่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการออกหมายเรียก พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ เพื่อให้ปากคำให้คดีดังกล่าวในเร็วๆ นี้ แต่ยังไม่ได้ออกหมายจับแต่อย่างใด
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ด่วน! ศาลปกครองสูงสุด ยกคำร้อง “บิ๊กโจ๊ก” ขอเพิกถอนคำสั่ง ให้ออกจากราชการไว้ก่อน
- “อัจฉริยะ” ท้า “ชูวิทย์” ดีเบต ชี้เรื่องดีล บิ๊กโจ๊ก-พรรคส้ม เป็นข้อมูลเท็จ
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





