“นายกฯญี่ปุ่น” ประกาศยุบสภา 23 ม.ค. นี้ ลั่นให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินอนาคตของชาติ

ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น ประกาศยุบสภาอย่างเป็นทางการ 23 ม.ค. นี้ เพื่อจัดการเลือกตั้ง ชี้ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินอนาคตของชาติ
เมื่อวานนี้ (19 มกราคม) นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่น ได้เปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ณ ทำเนียบรัฐบาล ประกาศไทม์ไลน์การเลือกตั้งครั้งใหม่ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการเมืองญี่ปุ่น โดยระบุว่าการตัดสินใจครั้งนี้เพื่อขอความชัดเจนจากประชาชนว่า “ซานาเอะ ทาคาอิจิ เหมาะสมที่จะบริหารประเทศต่อไปหรือไม่”
กำหนดการยุบสภาอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 มกราคมที่จะถึงนี้ ก่อนที่จะมีการประกาศเลือกตั้งในวันที่ 27 มกราคม 2026 โดยจะมีการเลือกตั้งทั่วไปทั่วประเทศในวันที่ 8 กุมภาพันธ์
ตัวของ ซานาเอะ ทาคาอิจิ ได้ตั้งเป้าหมายว่า พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) และพรรคนิปปอน อิชิน (JIP) ต้องครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร

นายกฯ ทาคาอิจิย้ำว่ารัฐบาลของเธอมีการเปลี่ยนผ่านนโยบายที่สำคัญ ซึ่งไม่เคยถูกระบุไว้ในสัญญาประชาคมครั้งก่อน จึงจำเป็นต้องขอ “อาณัติ” ใหม่จากประชาชน โดยนโยบายเร่งด่วนคือการงดเก็บภาษีบริโภค สำหรับอาหารและเครื่องดื่มเป็นเวลา 2 ปี เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ ซึ่งเป็นนโยบายหลักในข้อตกลงจัดตั้งรัฐบาลผสมร่วมกับพรรค JIP
รวมไปถึงการมุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยลดการพึ่งพาการออกพันธบัตรใหม่ให้อยู่ในระดับต่ำที่สุด และรักษาสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ให้ยั่งยืนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อตลาดโลก และเตรียมเดินหน้าประเด็นที่ถูกละเลยมานาน ทั้งการแก้ไขกฎมณเฑียรบาลเกี่ยวกับการสืบสันตติวงศ์ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงการจัดตั้ง “ระบบคืนภาษีแบบได้รับเงินอุดหนุน” เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย

นายกฯ ตอบข้อซักถามถึงสาเหตุที่ประกาศในวันที่ 19 มกราคม ว่าเธอต้องการให้เกียรติพิธีรำลึกเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ฮันชิน-อาวาจิ (17 ม.ค.) และรอให้ภารกิจต้อนรับประธานาธิบดีเกาหลีใต้และนายกรัฐมนตรีอิตาลีเสร็จสิ้นก่อน นอกจากนี้เธอยังแสดงความกังวลเรื่องเสถียรภาพของรัฐบาลที่ผ่านมา เนื่องจากเธอได้รับตำแหน่งจากการเลือกตั้งภายในพรรค และต้องเผชิญกับการแยกทางกับพรรคโคเมโตะ (อดีตพันธมิตร 26 ปี) ที่หันไปจับมือกับพรรคริคเคน
“ฉันทำงานหนักมาตลอดไม่ว่าจะอยู่ในหรือต่างประเทศ การเลือกตั้งครั้งนี้คือการตัดสินใจอนาคตด้วยตัวเราเอง” ทาคาอิจิกล่าวปิดท้ายพร้อมยอมรับว่าจะเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบากของ LDP เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอดีตมิตรอย่างพรรคโคเมโตะในสมรภูมิเลือกตั้ง
อ้างอิง : news.web.nhk
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



