เปิดเนื้อหา ชูวิทย์ ลั่นสงครามพรรคส้ม แฉดีลพลิกลิ้นทำลายศรัทธา 14 ล้านเสียง

“ราษฎรใหม่” ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เปิดฉากถล่มพรรคประชาชนรายวัน ชี้เป็นบทลงโทษหลังนำคะแนนเสียงประชาชนไปประเคนให้คู่แข่ง แฉซ้ำ “ธนาธร” พลิกลิ้นดีลลับข้ามขั้ว ยันการเมืองใหม่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำ ไม่ใช่แค่หาเสียงฉาบฉวย
วันที่ 17 มกราคม 2569 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดังโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวโดยประกาศเปิดตัวเป็น “ราษฎรใหม่” พร้อมเริ่มแคมเปญ “สงครามสั่งสอนพรรคประชาชน” อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่า พรรคที่ได้คะแนนเสียงอันดับ 1 เมื่อสี่ปีก่อน กำลังหลงระเริงกับอำนาจและหักหลังความเชื่อมั่นของประชาชน
โพสต์ดอกล่าสุดนั้น นายชูวิทย์เริ่มด้วยการตั้งคำถามถึงจุดยืนของพรรคประชาชนที่เปลี่ยนไป โดยระบุว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงคนสำคัญมีพฤติกรรม “พลิกลิ้น” หลายรอบ สังเกตๆด้จากการนำคะแนนเสียงที่ได้รับมหาศาลจากการเลือกตั้งครั้งก่อน ไปมอบให้พรรคคู่แข่งอย่างพรรคภูมิใจไทยจนเติบโตเป็นพรรคอันดับหนึ่งในปัจจุบัน
“เบื้องหลังดีลลับที่ยันว่าไม่มี เพียงแค่ต้องการแก้รัฐธรรมนูญ แต่กลับเป็นธนาธรคนเดิมที่ไปดีลกับอนุทินเอง เหมือนที่เคยไปดีลทักษิณที่ฮ่องกง”
นายชูวิทย์ย้ำว่า ในฐานะราษฎร เขามีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์และต่อต้านพรรคการเมืองที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบาย หรือนำบ้านเมืองไปในทิศทางที่เสี่ยงต่อความแตกแยก เหมือนที่เขาเคยต่อต้านนโยบาย “กัญชาเสรี” ของพรรคภูมิใจไทยจนชนะคดีมาแล้ว
การสั่งสอนในครั้งนี้ นายชูวิทย์มองเป็นเรื่องจำเป็น เพราะพรรคประชาชนนำคะแนนโหวตไปทำ “ข้อเสนอสุดประหลาด” ให้คู่แข่งเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ส่วนตัวเองยอมเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งถือเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่ต้องถูกลงโทษ
สรุปทิ้งท้ายของชูวิทย์ยังระบุ “ประชาชน” คือ คนสุดท้ายในห่วงโซ่การเมืองที่ต้องรับชะตากรรมจากการลงคะแนนเพียงครั้งเดียว ดังนั้นนักการเมืองต้องรับผิดชอบต่อการกระทำอย่างจริงใจ ไม่ใช่ทำตามอำเภอใจหลังได้อำนาจไปแล้ว
“พวกเราอาจจะกลับมาโหวตให้ท่านอีกก็ได้ แต่ในครั้งนี้ ต้องให้ท่านได้รับการลงโทษจากการทำงานการเมืองที่ผิดพลาดของตัวพวกท่านเองก่อน”
“เพราะทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งพวกท่านก็หันมาหาเรา เพื่อให้ลงคะแนนสนับสนุนด้วยการหาเสียงที่ฉาบฉวย”
“หากราษฎรไม่เข้มแข็ง ไม่รู้เท่าทัน ไม่ร่วมมือกัน จะถูกนักการเมืองหลอกใช้เรื่อยไป ไม่ว่านักการเมืองเก่าใหม่สีเทาทั้งหลาย”
“เราเป็นคนสุดท้ายในห่วงโซ่การเมือง ที่ต้องรับชะตากรรมต่อการลงคะแนนให้พรรคการเมืองเพียงครั้งเดียว ดังนั้นไม่ว่าการตัดสินใจใดๆ ของพรรคการเมือง จะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำนั้นอย่างจริงใจ และระวังตัวไม่ทำตามอำเภอใจอีกต่อไป”
“ผมในฐานะ ราษฎรใหม่ จะรณรงค์สุดความสามารถเพื่อสั่งสอนบทเรียนนี้ให้แก่พรรคประชาชนในการเลือกตั้งครั้งนี้”.


อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ชูวิทย์ แง้มส้มยังมี รายที่ 3 เอี่ยวพนันออนไลน์ อัดลูกพรรคยังดูแลไม่ได้
- ชุติพงศ์ อัดคลิปเล่าเจอศึกหนัก ป้ายหาย-รถโดนทุบ-ชายขับตามเฝ้าหน้าพรรคส้ม
- กกต. รับคำร้องปมโห่ ธนาธร ขึ้นดีเบตชลบุรี สอบมีพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลังไหม?
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





