ข่าว

สลด ศพพ่อยังไม่ทันเผา ลูกสาวเหยื่อเครนถล่มดับสลด วินาทีแม่รู้ข่าวช็อก เป็นลมล้มพับ

โศกนาฏกรรมซ้ำซ้อนบีบหัวใจคนเป็นครอบครัวที่สุด เมื่อความตั้งใจสุดท้ายของลูกสาวที่จะกลับมากราบศพพ่อ เป็นครั้งสุดท้าย ต้องกลายเป็นการเดินทางที่ไม่มีวันถึงจุดหมาย

คืบหน้าอุบัติเหตุสะเทือนขวัญ เครนก่อสร้างถล่มทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษ กรุงเทพ-อุบลราชธานี ที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 32 ศพ บาดเจ็บจำนวนมาก หนึ่งในผู้ตาคือ น.ส.ชนันต์ญาต์ (สงวนนามสกุล) หญิงสาววัย 31 ปี ชาว จ.สุรินทร์ ผู้เป็นเสาหลักของครอบครัว

บรรยากาศที่บ้านพักใน ต.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ เต็มไปด้วยความหดหู่และเสียงร้องไห้ระงม ญาติพี่น้องและชาวบ้านต่างช่วยกันกางเต็นท์เตรียมสถานที่เพื่อรอรับร่างไร้วิญญาณของ น.ส.ชนันต์ญาต์ กลับมาบำเพ็ญกุศล… ในขณะที่ห่างออกไปเพียง 200 เมตร ศพของ นายไสว พ่อแท้ๆ ของผู้ตาย ก็ยังตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ และมีกำหนดฌาปนกิจในวันเสาร์ที่ 17 ม.ค. นี้

ญาติเล่าทั้งน้ำตาว่า น.ส.ชนันต์ญาต์ ไปทำงานหาเลี้ยงครอบครัวที่กรุงเทพฯ นานกว่า 8 ปี ปกติจะกลับบ้านปีละ 2-3 ครั้ง แต่ครั้งนี้พิเศษกว่าทุกที เพราะพ่อเพิ่งเสียชีวิต ฃ

“ตอนแรกพวกพี่ป้าน้าอา บอกน้องว่าให้กลับมาวันศุกร์ใกล้วันเผาก็ได้ แต่น้องเขาไม่ยอม บอกว่าอยากรีบกลับมา อยากมาอยู่บ้านนานๆ หน่อย เพื่อส่งพ่อเป็นครั้งสุดท้าย” ไม่คาดคิดว่าความรีบร้อนด้วยความกตัญญู จะนำพาเธอมาสู่จุดจบ

สลด ศพพ่อยังไม่ทันเผา ลูกสาวเหยื่อเครนถล่มดับสลด วินาทีแม่รู้ข่าวช็อก เป็นลมล้มพับ

วินาทีแม่ใจสลาย “โทรติด แต่ลูกไม่รับ”

นางดี (สงวนนามสกุล) แม่วัย 60 ปี ของผู้เสียชีวิต แทบขาดใจเมื่อทราบข่าวอุบัติเหตุ ญาติเล่าว่าทันทีที่มีคนมาบอกว่าลูกสาวนั่งมากับขบวนรถไฟที่เกิดเหตุ แม่รีบโทรศัพท์หาแฟนหนุ่มของลูก ซึ่งปลายสายบอกว่าส่งขึ้นรถเรียบร้อยแล้วแต่ก็ติดต่อไม่ได้เช่นกัน

วินาทีที่ทรมานที่สุด คือตอนที่แม่พยายามกดโทรศัพท์หาลูกสาว “สัญญาณโทรศัพท์ยังติด… แต่ไม่มีคนรับสาย” ตอนนั้นยังมีความหวังเล็กๆ ว่าลูกอาจแค่บาดเจ็บ แต่เมื่อความจริงปรากฏว่าลูกสาวเสียชีวิตแล้ว ผู้เป็นแม่ถึงกับช็อก เป็นลมล้มพับไปถึง 3 ครั้งด้วยความทำใจไม่ได้

ขณะที่ “น้องขวัญ” ลูกสาววัย 9 ขวบ ของผู้ตาย หลานที่ยายเลี้ยงดูมาตลอด กลับจากโรงเรียนมารับรู้ข่าวร้ายว่าแม่จากไปแล้ว ก็ได้แต่กอดคยายร้องไห้ด้วยความเสียใจ

เสียลูกสาว หนักหนาสาหัสสำหรับครอบครัว เพราะ น.ส.ชนันต์ญาต์ คือกำลังหลักที่ส่งเสียเลี้ยงดูที่บ้าน ซึ่งมีฐานะยากจน ปีนี้ทำนาก็ไม่ได้ผลผลิต ทางครอบครัวจึงฝากเสียงสะท้อนไปถึงบริษัทก่อสร้างและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

“ขอให้ทำงานด้วยความระมัดระวัง อย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับใครอีก” พร้อมวอนขอให้มีการเยียวยาดูแลครอบครัวผู้สูญเสียอย่างเต็มที่ เพราะวันนี้ไม่เพียงแค่เสียลูกสาวไป แต่ “เสาหลัก” ของบ้านได้พังทลายลงไปพร้อมกับซากเครนในวันนั้นแล้ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Aindravudh

นักเขียนประจำ Thaiger มีประสบการณ์เขียนข่าวมากกว่า 5 ปี จบการศึกษาด้านภาษาและประวัติศาสตร์ จากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความสนใจ ประเด็นความเคลื่อนไหวทางสังคมและการเมือง เจาะประเด็นข่าวทางสังคม ด้วยกลวิธีการเล่าเรื่องแบบย่อยง่าย อย่างงานเขียนสร้างสรรค์ สั้น กระชับ จับทุกประเด็น หัวข้อที่เชียวชาญคือเรื่องไลฟ์สไตล์ เลขเด็ด หวยรัฐบาลไทย หวยลาว ช่องทางติดต่อ vajara@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button