อัลดริช เอมส์ หนอนบ่อนไส้ CIA ขายความลับให้โซเวียต ชีวิตดิ่งเหว ตายคาคุกวัย 84

จบชีวิตในคุก ‘อัลดริช เอมส์’ อดีตเจ้าหน้าที่ CIA ผู้ขายชาติแลกเงิน 2.5 ล้านเหรียญ ย้อนวีรกรรมอัปยศส่งเพื่อนร่วมอาชีพไปตายกว่า 10 ศพ เพียงเพื่อสนองกิเลส ใช้ชีวิตหรู-ซื้อรถสปอร์ต
หากเอ่ยชื่อ อัลดริช เอมส์ (Aldrich Ames) ในหน้าประวัติศาสตร์ข่าวกรองสหรัฐฯ ชื่อนี้คือสัญลักษณ์ของความอัปยศและคนทรยศที่สร้างบาดแผลลึกที่สุดให้กับ CIA ล่าสุด สื่อต่างประเทศรายงานว่า อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองรายนี้เสียชีวิตลงแล้วในวัย 84 ปี ทิ้งไว้เพียงตำนานหนอนบ่อนไส้ที่แลกชีวิตเพื่อนร่วมชาติกับเงินก้อนโต เพื่อสนองกิเลสของตัวเอง
สำนักข่าว CBS News รายงานว่า อัลดริช เอมส์ เสียชีวิตเมื่อวันจันทร์ที่ 5 มกราคม ผ่านมา ณ เรือนจำกลางในเมืองคัมเบอร์แลนด์ รัฐแมริแลนด์ เขาจากไปในขณะที่กำลังรับโทษจำคุกตลอดชีวิตโดยไม่มีสิทธิ์ขอทัณฑ์บนจากความผิดฐานจารกรรมข้อมูลความลับขายให้กับสหภาพโซเวียต (หรือรัสเซียในเวลาต่อมา)
เอมส์ ถูกจับกุมและส่งเข้าเรือนจำเมื่อวันที่ 28 เมษายน 1994 การกระทำของเขาสร้างความเสียหายอย่างมากให้กับโครงสร้างความมั่นคงของสหรัฐฯ โดยข้อมูลที่เขาขายออกไปส่งผลกระทบในวงกว้าง ได้แก่ การเปิดโปงปฏิบัติการลับ ทำลายปฏิบัติการลับของสหรัฐฯ ไปมากกว่า 100 ภารกิจ รวมทั้งขายรายชื่อและชี้เป้าสายลับที่ทำงานให้ฝ่ายตะวันตกไปกว่า 30 ราย ส่งผลให้สายข่าวและเจ้าหน้าที่ของ CIA อย่างน้อย 10 ราย ถูกสังหาร
อัลดริช เอมส์ ใช้นามแฝงว่า Kolokol (ระฆัง) เริ่มต้นเส้นทางสายลับสองหน้าในปี 1985 เนื่องจากต้องการเงินไปใช้หนี้ เขาเริ่มจากการขายรายชื่อสายลับ CIA ให้กับ KGB แลกกับเงินก้อนแรก 50,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.5 ล้านบาท)
เจ้าตัวเคยอ่านแถลงการณ์ต่อศาลว่า “ผมประหลาดใจมากที่ KGB ตอบกลับมาว่า พวกเขาเตรียมเงินไว้ให้ผมถึง 2 ล้านดอลลาร์ (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 62 ล้านบาท) เพื่อตอบแทนข้อมูลเหล่านั้น”

ตลอดระยะเวลา 9 ปีแห่งการทรยศ เอมส์กวาดเงินจากโซเวียตไปรวมกว่า 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (78 ล้านบาท) ซึ่งเงินจำนวนมหาศาลนี้ถูกนำไปใช้จ่ายเพื่อสร้างวิถีชีวิตที่หรูหราเกินฐานะข้าราชการ ไม่ว่าจะเป็น การใช้ซื้อรถยนต์จากัวร์รุ่นใหม่, ซื้อบ้านราคากว่า 540,000 ดอลลาร์, ท่องเที่ยวต่างประเทศอย่างฟุ่มเฟือย และ ปรนเปรอ มาเรีย เดล โรซาริโอ ภรรยาคนที่สองชาวโคลอมเบีย
พฤติกรรมใช้เงินมือเติบทั้งที่มีเงินเดือนเพียงปีละ 70,000 ดอลลาร์ (2.1 ล้านบาท) กลายเป็นจุดพิรุธสำคัญที่ทำให้ FBI เริ่มแกะรอยและจับกุมเขาได้ในที่สุด
ในท้ายที่สุด อัลดริช เอมส์ ตัดสินใจให้ความร่วมมือกับทางการและยอมรับสารภาพ เพื่อแลกกับการลดหย่อนโทษให้กับภรรยา ซึ่งรู้เห็นเป็นใจและรับรู้เรื่องเงิน โดยเธอรับโทษจำคุกเพียง 5 ปี
ขณะที่ อาร์. เจมส์ วูลซีย์ ผู้อำนวยการ CIA ในขณะนั้น ได้กล่าวประณามเอมส์ไว้อย่างเจ็บแสบว่า เขาคือมะเร็งร้ายผู้ทรยศต่อมาตุภูมิและกล่าวทิ้งท้ายถึงสาเหตุการตายของเจ้าหน้าที่ผู้กล้าหาญเหล่านั้นว่า “พวกเราต้องสูญเสียพวกเขาไป เพียงเพราะคนขายชาติที่เป็นฆาตกร อยากจะได้บ้านหลังใหญ่ขึ้นและรถจากัวร์สักคัน”

ข้อมูลจาก : bbc
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เจาะลึก BM-21 ของเขมร อาวุธหนักยุคโซเวียต ยิงไกลถึง 40 กิโลเมตร
- เปิดประวัติ “ประเทศคีร์กีซสถาน” อดีตโซเวียตเก่า แห่งเอเชียกลาง
- ‘มิคาอิล กอร์บาชอฟ’ ผู้นำโซเวียตคนสุดท้าย ถึงแก่อสัญกรรมด้วยวัย 91 ปี
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





