ยังไม่เลิก! เต้ มงคลกิตติ์ เตรียมไปฮิโรชิม่า-นางาซากิ 2 เมื่องที่ถูกทิ้งระเบิดนิวเคลียร์

เต้ มงคลกิตติ์ พรรคทางเลือกใหม่ โพสต์เปิดกำหนดการเตรียมบินไปญี่ปุ่น ลุยสำรวจ 2 เมืองที่เคยถูกสหรัฐทิ้งระเบิดปรมณูเมื่อกว่า 80 ปีก่อน
กลายเป็นไวรัลทันทีเมื่อ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ “เต้ พระราม 7” จากพรรคทางเลือกใหม่ ออกมาประกาศนโยบายความมั่นคงสุดโต่ง โดยชูแนวคิดว่าประเทศไทยต้องมี “อาวุธนิวเคลียร์” จำนวน 10 ลูก งบ 6.4 พันล้านบาท หากเขาได้ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี
ล่าสุดเจ้าตัวโพสต์เฟซบุ๊กอัปเดตว่า เตรียมจะลัดฟ้าไปยังดินแดนอาทิตย์อุทัยเพื่อปดูหน้างานจริงของ 2 สถานที่อย่าง ฮิโรชิมาและนางาซากิในญี่ปุ่น ซึ่งเมื่อปี ค.ศ. 1945 ต้องสูญเสียอย่างหนักจากการถูกสหรัฐ อมเริกา ทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ถึงสองลูก
“15 ม.ค.69 ผมจะเดินทางไปเมืองฮิโรชิม่า-เมืองนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่นเมื่อ 80 ปี ที่แล้ว เขาโดน สหรัฐ บอม นิวเคลียร์ 2 ลูก”
ทั้งนี้เมื่อสำรวจจากความเห็นใต้โพสต์ดังกล่าว ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีลูกเพจของนักการเมืองรายนี้น้อยมากจริงๆ ที่ดูมีท่าทีสอบถามในประเด็นนี้อย่างจริงใจ ส่วนมากต่างพากันเข้ามาพิมพ์ข้อความสนุกสนาน-หยอกล้อกันเสียส่วนใหญ่ สวนทางกับหัวข้อที่ดูจะเล่นใหญ่ของนักการเมืองวัย 44 ปี



บันทึกเรื่องราวการโจมตีด้วยระเบิดปรมาณูเพียงครั้งเดียวในประวัติศาสตร์
ในส่วนของประวัติศาสตร์ความสูญเสียครั้งใหญ่ หลังสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดปรมาณูใส่เมืองฮิโรชิมาและนางาซากิ อ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์ศิลปวัฒนธรรม สหรัฐฯ ตัดสินใจทิ้งระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 1945 (พ.ศ. 2488) เช้าวันนั้น เวลา 08.16 น. เครื่องบินรุ่น B-29 Superfortress ชื่อว่า Enola Gay มีพันโทพอล ทิบเบตส์ แห่งกองกำลังอากาศในกองทัพบกสหรัฐอเมริกา (ภายหลังได้ยกฐานะขึ้นเป็นกองทัพอากาศ) ทำหน้าที่นักบิน ได้นำ “ระเบิดปรมาณู” ลูกแรกชื่อ “Little Boy” ไปทิ้งเหนือเมืองฮิโรชิมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตทันทีกว่า 80,000 คน
ผู้คนมากมายบาดเจ็บสาหัส ชาวเมืองที่เหลืออยู่ในอาการขวัญผวา หวาดกลัว ร้องไห้ท่ามกลางซากปรักหักพัง เมื่อถึงสิ้นปีนั้นมีผู้เสียชีวิตอีก 60,000 คน จากการได้รับกัมมันตภาพรังสี คาดว่ามีผู้เสียชีวิตรวมจากเหตุการณ์นี้ราว 200,000 คน
ส่วนระเบิดปรมาณูลูกที่สองคือ “Fat Man” ถูกนำไปทิ้งเหนือเมืองนางาซากิของญี่ปุ่น ในอีก 3 วันต่อมา แรงระเบิดทำให้เมืองนางาซากิเกือบครึ่งหนึ่งถูกทำลาย ประชาชน 70,000 คน จากทั้งหมดราว 270,000 คนเสียชีวิต เมื่อนับถึงสิ้นปี
ความสำเร็จของการทิ้งระเบิดครั้งนี้ได้ถูกรายงานข่าวกระจายออกไปอย่างกว้างขวางในสหรัฐ ท่ามกลางความอยากรู้ นักวิจารณ์จำนวนมากคาดว่า น่าจะเป็นจุดสิ้นสุดของสงคราม ก่อนที่มันจะยืดเยื้อและมีการบุกเกาะญี่ปุ่นอย่างนองเลือด โดยช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สหรัฐอเมริกาพัฒนา “ระเบิดปรมาณู” ในโครงการแมนฮัตตัน (Manhattan Project) มีผู้อำนวยการคือ จูเลียส โรเบิร์ต ออปเพนไฮเมอร์ (Julius Robert Oppenheimer) ซึ่งได้รับการขนานนามว่า “บิดาแห่งระเบิดปรมาณู”.
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- เต้ มงคลกิตติ์ ประกาศอีก เลือกตนเป็นนายกฯ ฮุนเซน ต้องร้องขอชีวิต
- มงคลกิตติ์ขอเงินคืน 5 พันบาท หลังบริจาคให้ มูลนิธิกันจอมพลัง
- ญี่ปุ่นจัดพิธีรำลึก 80 ปี ระเบิดปรมาณูฮิโรชิม่า จุดเริ่มต้นโลกรู้จักอาวุธนิวเคลียร์
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





