ประวัติ พิศาล มาณวพัฒน์ ว่าที่ รมว.ต่างประเทศ พรรคประชาชน ดีกรี อดีตเอกอัครราชทูตไทยในสหรัฐ

ประวัติ พิศาล มาณวพัฒน์ เกิดเมื่อปี 2499 เติบโตในครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับการศึกษา เขาเริ่มฉายแววความเป็นเลิศทางวิชาการจนได้รับ ทุนเล่าเรียนหลวง จากกระทรวงการต่างประเทศเมื่อปี 2518 เพื่อไปศึกษาต่อที่สหราชอาณาจักร โดยเลือกเรียนสาขาเศรษฐศาสตร์และการค้าระหว่างประเทศ ที่ London School of Economics and Political Science (LSE) แทนที่จะเรียนรัฐศาสตร์หรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศตามขนบธรรมเนียมดั้งเดิมของนักการทูต
พิศาลมักมองความสัมพันธ์ระหว่างประเทศผ่านเลนส์ของผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ตัวเลขดัชนี และการเจรจาที่จับต้องได้มากกว่าเพียงแค่พิธีการทางการทูต
ประสบการณ์วงในจากรัฐสภาสหรัฐฯ
ช่วงชีวิตราชการแรกเริ่มของพิศาลมีความโดดเด่นอย่างมาก ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ทำงานร่วมกับรัฐสภาสหรัฐฯ ซึ่งเปิดโอกาสให้ข้าราชการหนุ่มจากไทยเข้าไปทำงานจริงในรัฐสภาสหรัฐฯ เป็นเวลา 1 ปีเต็ม ได้เรียนรู้กลไกการเมืองอเมริกันจากวงใน ทั้งกระบวนการล็อบบี้ การจัดทำงบประมาณ การทำงานร่วมกับนักการเมืองพรรคเดโมแครตทั้งในสภาผู้แทนราษฎรกับวุฒิสภา ประสบการณ์นี้กลายเป็นทุนทางสังคมล้ำค่าที่เขาได้นำกลับมาใช้กู้สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ในอีกหลายสิบปีต่อมา

มือประสานสิบทิศ นักเจรจาการค้า
เมื่อก้าวเข้าสู่ตำแหน่งบริหาร พิศาลได้รับความไว้วางใจให้รับผิดชอบภารกิจสำคัญระดับชาติเสมอ ทั้งหัวหน้าคณะเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) ซึ่งเป็นภารกิจท้าทายในการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์เรื่องยานยนต์กับสินค้าเกษตร จนประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ เขายังเคยทำหน้าที่ผู้นำเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปค (APEC SOM Leader) ในปีที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ซึ่งต้องบริหารจัดการการประชุมระดับโลกให้ราบรื่น
ผลงานที่สะท้อนวิสัยทัศน์อันกว้างไกล คือช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย พิศาลมองเห็นศักยภาพของรัฐคุชราตกับผู้นำรัฐในขณะนั้นอย่าง นเรนทรา โมดี ก่อนที่โมดีจะก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีอินเดีย เขาบุกเบิกนำนักธุรกิจไทยไปเจรจา สร้างความสัมพันธ์ระดับผู้นำท้องถิ่นจนเกิดความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรม รวมถึงการจัดโครงการเพื่อเปลี่ยนทัศนคติคนไทยที่มองอินเดียในแง่ลบ ให้หันมาเห็นโอกาสทางการค้าการลงทุน

ผู้จัดการวิกฤตความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ
บทพิสูจน์ความสามารถสูงสุดของพิศาลเกิดขึ้นเมื่อเข้ารับตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกาในปี 2558 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศตกต่ำที่สุดหลังการรัฐประหารปี 2557 ต้องเผชิญกับวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งเรื่องรายงานการค้ามนุษย์ (TIP Report) ที่ไทยถูกลดอันดับต่ำสุดจนเสี่ยงถูกคว่ำบาตรสินค้าประมง และกรณีมาตรฐานการบินที่ถูกปักธงแดงจาก ICAO
พิศาลใช้ยุทธศาสตร์การทำงานเชิงรุก ประสานงานกับรัฐบาลไทยเพื่อแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ พร้อมกับใชาทักษะการล็อบบี้เจรจากับหน่วยงานสหรัฐฯ อย่างเข้มข้น ผลลัพธ์คือไทยได้รับการเลื่อนอันดับสถานะการค้ามนุษย์ดีขึ้น และสามารถปลดธงแดงมาตรฐานการบินได้สำเร็จ ช่วยกอบกู้ความเชื่อมั่นให้อุตสาหกรรมการบินกับภาคการส่งออกของไทยกลับคืนมา
จุดยืนประชาธิปไตยของอดีต สว.
หลังจากเกษียณอายุราชการ พิศาลได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในปี 2562 แม้จะมีที่มาจากการแต่งตั้ง แต่เขากลับแสดงจุดยืนที่เป็นอิสระและเคารพเสียงของประชาชนอย่างชัดเจน เหตุการณ์ประวัติศาสตร์คือการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2566 เขาเป็น 1 ใน 13 สว. ที่ลงคะแนนเสียงเห็นชอบให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยให้เหตุผลว่าเป็นการเคารพฉันทามติของประชาชนผ่านการเลือกตั้ง นอกจากนี้ ยังเคยลงมติรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน โดยยึดหลักการว่ารัฐสภาต้องรับฟังเสียงของประชาชนที่ร่วมลงชื่อเสนอกฎหมาย
วิสัยทัศน์ การทูตที่กินได้ กับพรรคประชาชน
ปัจจุบัน พิศาล มาณวพัฒน์ ได้เข้ามาร่วมงานกับพรรคประชาชนในฐานะทีมบริหารและว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เขาเสนอนโยบาย “การทูตที่กินได้” ซึ่งหมายถึงนโยบายต่างประเทศต้องสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ให้ประชาชน ไม่ใช่เพียงเรื่องนามธรรม
พิศาลยึดหลักการ Pro-Thailand คือไทยไม่ต้องเลือกข้างมหาอำนาจใด แต่ให้เลือกข้างผลประโยชน์ของไทย หากใกล้ชิดกับใครแล้วได้ประโยชน์ก็ควรทำ โดยไม่ต้องเกรงใจจนเสียโอกาส นอกจากนี้ เขายังเตรียมแผนรับมือความท้าทายใหม่ๆ เช่น การกดดันเพื่อนบ้านเพื่อแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การรับมือสงครามการค้ากับนโยบายกำแพงภาษีของสหรัฐฯ รวมถึงการแก้ไขปัญหาวิกฤตในเมียนมาที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงไทย
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





