ข่าวต่างประเทศ

ร้านชาบูจีนเตรียมฟ้องลูกค้าสาว ปล่อยหมากินเนื้อจากจาน ต้องสั่งปิดร้าน 3 วัน เปลี่ยนภาชนะยกชุด

ประเด็นร้อนในโซเชียลจีน เมื่อร้านชาบูเจ้าดังเตรียมฟ้องลูกค้าสาว หลังปล่อยให้สุนัขตัวเองกินเนื้อจากจานในร้าน จนต้องสั่งปิดชั่วคราว เปลี่ยนจานชามใหม่ทั้งหมด

ร้านอาหาร “หนานเหมิน ฮอตพอด” (Nanmen Hotpot) ซึ่งเป็นแบรนด์หม้อไฟสไตล์ปักกิ่งชื่อดัง ต้องเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นด้านสุขอนามัย หลังจากหญิงคนหนึ่งโพสต์คลิปวิดีโอเหตุการณ์เมื่อวันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา เผยให้เห็นว่าเธออนุญาตและสนับสนุนให้สุนัขสัตว์เลี้ยงกินเนื้อแกะสไลด์จากจานของทางร้านโดยตรง

ในคลิปดังกล่าว หญิงเจ้าของสุนัขยังพูดชื่นชมสัตว์เลี้ยงของเธอว่า “พูดตรงๆ ฉันยังไม่รู้เลยว่าเนื้อแกะรสชาติเป็นยังไง เพราะหมาฉันกินเรียบจนจานว่างเปล่าเลย เก่งจริงๆ ลูกแม่” ซึ่งคลิปนี้ได้สร้างความโกรธแค้นให้กับชาวเน็ตจีนที่ห่วงใยเรื่องความสะอาดเป็นอย่างมาก

หลังจากคลิปดังกล่าวกลายเป็นไวรัล เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ทางร้านได้ออกมาตรการเยียวยาและป้องกันทันที เริ่มจากร้านประกาศปิดให้บริการชั่วคราวเป็นเวลา 3 วัน เพื่อทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคอย่างเข้มงวด รวมไปถึงการตัดสินใจทิ้งและเปลี่ยนจานชามรวมถึงอุปกรณ์การกินใหม่ยกชุดเพื่อความสบายใจของลูกค้า

นอกจากนี้ ร้านได้ประกาศคืนเงินและจ่ายค่าชดเชยให้กับลูกค้าทุกคนที่เข้ามาใช้บริการในช่วงวันที่ 16-18 ธันวาคมที่ผ่านมา และได้แจ้งความกับตำรวจเพื่อตามตัวหญิงรายนี้มาลงโทษ และยืนยันว่าจะฟ้องเรียกค่าเสียหายอย่างเต็มที่

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่กรณีเดียวที่เกิดขึ้น เพราะในมณฑลเจียงซูมีรายงานว่าเจ้าของสุนัขชิวาวาถูกร้านอาหารสั่งปรับและบังคับให้จ่ายค่าเปลี่ยนจานใหม่ทั้งหมดหลังปล่อยให้สัตว์เลี้ยงกินจากจานร้านเช่นกัน เนื่องจากน้ำลายของสุนัขและแมวอาจมีเชื้อโรคที่เป็นอันตรายถึงชีวิตหากปนเปื้อนในอุปกรณ์การกินของมนุษย์

ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยเหรินหมินระบุว่า ในปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้มีกฎข้อบังคับห้ามนำสุนัขเข้าร้านอาหารอย่างชัดเจน ดังนั้นการเปิดร้านอาหารที่เป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยง (Pet-friendly) ในบางพื้นที่จึงอาจถือว่าผิดกฎหมายพื้นฐาน

แต่มีเคสล่าสุดที่ศาลจีนสั่งปรับผู้ปกครองของวัยรุ่น 2 คน เป็นเงินถึง 2.2 ล้านหยวน (ประมาณ 10 ล้านบาท) จากกรณีปัสสาวะใส่หม้อไฟร้านไหตี้เหลา ซึ่งค่าปรับครอบคลุมทั้งค่าเปลี่ยนอุปกรณ์และค่าเสียหายต่อชื่อเสียงของแบรนด์

กรณีนี้ทำให้เกิดการถกเถียงอย่างหนักระหว่างกลุ่มคนรักสัตว์กับกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับสุขอนามัย โดยหลายฝ่ายมองว่าเจ้าของสัตว์เลี้ยงควรมีระเบียบวินัยและเคารพสิทธิของผู้อื่นให้มากกว่านี้

อ้างอิง : www.scmp.com

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Bas

ผู้สื่อข่าวกีฬา จบการศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มีประสบการณ์เขียนข่าวกีฬากับ SMMSport กว่า 10 ปี เริ่มทำงานกับ Thaiger เมื่อ 2021 ชอบและติดตามกีฬามาตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะฟุตบอลทั้งบอลไทย และต่างประเทศ 5 ลีกดังของโลก พร้อมอัปเดตข่าวสารวงการฟุตบอล แบบเข้าใจง่าย ให้เพื่อนๆและแฟนบอลได้ติดตามกันทุกวัน ช่องทางติดต่อ saral@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button